สวัสดีครับเพื่อน ๆ กลับมาทักทายพร้อมกับฤดูฝนที่โปรยปรายลงมาทั่วประเทศไทย โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ซึ่งก็จะต้องตามมาด้วยการจราจรที่ติดขัดอีกเช่นเคยนะครับ หวังว่าเพื่อน ๆ ชาวกรุงเทพทั้งหลายจะอดทนและมีน้ำใจเอื้อเฟื้อต่อกันบนถนนนะครับ

วันนี้เราจะขอฉีกแนวจากภาวะเศรษฐกิจ การเงิน และการลงทุนในตลาดการเงิน มาแนะนำทางเลือกในการออมเงินและการลงทุนที่น่าสนใจอีกทางหนึ่งกันครับ การลงทุนออมผ่านอสังหาริมทรัพย์ในรูปแบบคอนโดมิเนียมก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น โดยส่วนตัวนั้นผมเองเติบโตมากับย่านชานเมืองแถว ๆ สนามบิน ซึ่งถึงแม้ว่าจะคุ้นเคยกับการเดินทางเข้าเมืองไปทำงาน และไปเรียนอยู่แล้วนั้น แต่ในบางครั้งก็ยังอดไม่ได้ที่จะเหนื่อยหน่ายกับการเดินทางที่ใช้เวลานานมากกว่าที่ควรจะเป็น ทำให้ในวันหนึ่ง ๆ หมดเวลาไปกับการเดินทาง

ครั้นจะย้ายเข้ามาอยู่คอนโดในเมืองเพื่อให้การเดินทางสะดวกมากขึ้นก็ยังมีความลังเลเพราะคุ้นชินกับทำเลที่เติบโตมาตั้งแต่เด็ก ประกอบกับต้องการอาศัยอยู่ใกล้ ๆ กับครอบครัว ทำให้แม้จะมีการลงทุนในคอนโดแต่ส่วนหนึ่งก็เพื่อเป็นการลงทุนเท่านั้น … จนการมาถึงของรถไฟฟ้าสายสีเขียว หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ทำให้เริ่มเห็นการเติบโตของคอนโดในย่านสะพานใหม่ และเป็นการเติบโตที่รวดเร็วมาก โดยใช้เวลาเพียงไม่นานก็จะพบว่ามีคอนโดเกิดขึ้นมากมายไล่ไปตั้งแต่อนุเสาวรีย์หลักสี่ยาวไปถึงช่วงสะพานใหม่ นอกจากนี้ระดับราคายังนับว่าน่าสนใจมาก โดยหลักจากการเข้าไปสอบถามพบว่าบางแห่งนั้นมีการจองเต็มอย่างรวดเร็วซึ่งผิดกับที่ผมคาดไว้มาก เนื่องจากกำลังซื้อของผู้บริโภคโดยรวมนั้นอาจจะต่ำกว่ากรุงเทพฯ ชั้นใน

และที่สะดุดตาผมจริง ๆ มีอยู่แห่งหนึ่งในช่วงนี้ ได้แก่ ไนท์บริดจ์ พหลโยธิน-อินเตอร์เชนจ์ (KnightsBridge Phaholyothin-Interchange) เนื่องจากเป็นคอนโดที่ติดกับทางขึ้นลงสถานีรถไฟฟ้าที่กำลังก่อสร้างเลย นอกจากนี้ตัวโครงการยังดูดีในราคาที่น่าสนใจ ทำให้ผมต้องรีบกลับไปทำการบ้านเพิ่มเติมเกี่ยวกับเจ้าของโครงการ ทำให้ทราบว่าแท้จริงแล้วเจ้าของโครงการไม่ใช่ใครอื่น ๆ เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่ชื่อคุ้นหูอยู่แล้ว ได้แก่ บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI นั่นเอง และทำให้ทราบเพิ่มเติมอีกว่ายังมีอีก 3 แบรนด์หลักที่เป็นจุดขายของบริษัท ได้แก่ ไนท์บริดจ์ (KnightsBridge), นอตติ้ง ฮิลล์ (Notting Hill), และเคนซิงตัน (Kensington) … ชื่อเก๋มั้ยครับ เป็นธีม (theme) ชื่อสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินของประเทศอังกฤษเลย ทั้งหมดจะอยู่ภายใต้ราคาที่คนชานเมืองนั้นจับต้องได้ และไอเดียของการอยู่อาศัยในทำเลที่คุ้นเคย เชื่อว่ามีอีกหลายคนที่เป็นเหมือนผมคือไม่อยากที่จะย้ายเข้ามาอยู่ในเมือง ยังชอบอยู่บนทำเลที่เติบโตมามากกว่า

ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ ออริจิ้นนั้นเพิ่งก่อตั้งมาเพียง 8 ปี ตั้งแต่ปี 2552 เริ่มจากการเปิดตัวโครงการเล็กๆเพียง 199 ล้านบาทในปี 2553 จนเติบโตมาเปิดโครงการกว่า 11,340 ล้านบาท ในปี 2559 ซึ่งหากนับจากเมื่อตอนเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อประมาณไตรมาส 4 ของปี 2558 จากผลประกอบการที่ 2,055 ล้าน ขึ้นมาเป็น 3,199 ล้านในปี 2559 และคาดการณ์ว่าสิ้นปีนี้เองจะขยับไปได้ถึง 6,000 ล้านบาท ซึ่งล่าสุดทางออริจิ้นเองเพิ่งได้ประกาศเข้าซื้อโครงการ Park24 จากกลุ่ม Proud Residence เพื่อเจาะตลาด Luxury Segment กลางใจเมือง เสริมความแข็งแกร่งทางธุรกิจ 


ซึ่งมีการคาดการเพิ่มเติมว่า มีโอกาสสร้างผลประกอบการ New High ได้ถึง 9,000 ล้านบาทเลยทีเดียว 
ทางเลือกใหม่ในการลงทุนของคนกรุงกับการอยู่อาศัยในทำเลที่คุ้นเคย

ซึ่งนับว่าเป็นการเติบโตที่ก้าวกระโดดมาก และกลยุทธ์การสร้างคอนโดมีเนียมในหลายระดับราคาตามแนวรถไฟฟ้ารอบนอก โดยเฉพาะส่วนต่อขยาย อ่อนนุช-แบร์ริ่ง เส้นสีเขียว หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต นั้นนับว่าตอบโจทย์คนกรุงชานเมืองได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียวครับ

นอกจากนี้บริษัทยังมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการเจาะตลาดคอนโดมีเนียมในระดับ 1-3 ล้านบาท และพร้อมที่จะขยับขึ้นมาเป็นผู้แล่นแถวหน้าในทุกๆ ระดับราคาในอนาคต ทำให้เป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นที่น่าจับตามองควบคู่ไปกับการพัฒนาโครงข่ายการเดินทางในกรุงเทพ นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาโครงการต่าง ๆ มาแล้วกว่า 35 โครงการ คิดเป็นมูลค่าทั้งหมดกว่า 30,000 ล้านบาท และหากนับกันในส่วนเฉพาะของตลาดคอนโดมีเนียม

ออริจิ้นมียอดขายล่วงหน้า (Presale) เป็นลำดับที่ 5 เป็นรองเพียงเฉพาะแบรนด์ใหญ่ ๆ (พฤกษา แสนสิริ อนันดา และศุภาลัย) ที่เราคุ้นเคยกันดีอยู่แล้วเท่านั้น


ทางเลือกใหม่ในการลงทุนของคนกรุงกับการอยู่อาศัยในทำเลที่คุ้นเคย


รายได้ของบริษัทนั้นเติบโตแบบก้าวกระโดดเช่นกัน เนื่องจากโครงการต่าง ๆ ทีเปิดไปนั้นได้รับการตอบรับอย่างดีจากกลุ่มเป้าหมาย โดยรายได้เติบโตจาก 192.4 ล้านในปี 2555 เป็น 3,199 ล้าน ณ สิ้นปี 2559 หรือเติบโตกว่า 16.7 เท่าภายในระยะเวลา 5 ปี ในขณะที่ผลกำไรเพิ่มจาก 27.6 ล้านเป็น 637.6 ล้าน หรือกว่า 23 เท่าภายในระยะเวลาเดียวกัน โดยบริษัทมีกำไรขั้นต้น (Gross Profit) ถึง 45.3% สูงที่สุดเมื่อเทียบกับผู้พัฒนารายอื่น ๆ และยังมีแนวโน้มเติบโตขึ้นอีกโดยคาดว่าในปี 2560 บริษัทจะสามารถสร้างรายได้มากถึง 6,000 ล้านบาท

โดยในส่วนของปี 2017 เร็ว ๆ นี้จะมีโครงการเพิ่มขึ้นมาอีก 4 โครงการได้แก่ 1. ไนท์บริดจ์ พหลโยธิน-อินเตอร์เชนจ์ (KnightsBridge Phaholyothin-Interchange) 2.นอตติ้ง ฮิลล์ สกายส์เครปเปอร์ ใกล้ ๆ เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์ (Notting Hill Skyscraper Central Rattanathibet) 3.นอตติ้ง ฮิลล์ สุขุมวิท 105 (Notting Hill Sukhumvit 105) เฟส 2 และ 4.เคนซิงตัน สุขุมวิท-เทพารักษ์ (Kensington Sukhumvit-Theparak) รวมมูลค่าทั้งหมดกว่า 8,400 ล้านบาท และยังมีโครงการอื่น ๆ ที่อาจเพิ่มเข้ามา โดยคาดว่าจะมีมูลค่าทั้งหมด 15,000 ล้านบาท ซึ่งจะเปิด VIP Presale พร้อมกันเลยครับ ในวันที่ 17 มิ.ย. นี้ ถ้าใครกำลังสนใจ ลงทะเบียนเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่ครับ http:/Bmylifemyorigin.origin.co.th/register

ทางเลือกใหม่ในการลงทุนของคนกรุงกับการอยู่อาศัยในทำเลที่คุ้นเคย

หลักสำคัญที่ออริจิ้นยึดถือในการดำเนินธุรกิจได้แก่ หลัก “3R” คือ ถูกเวลา (“Right Time”) ถูกตำแหน่ง (“Right Position”) และถูกผลิตภัณฑ์ (“Right Products”) โดยถูกเวล

Mr.BetaKits

Mr.BetaKits

GURU aomMONEY ผู้เชี่ยวชาญการลงทุนโดยติดตามเศรษฐกิจอย่างชาญฉลาด