ปิรามิดความเสี่ยงผลิตภัณฑ์การลงทุน
หลายท่านอยากจะลงทุนแต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าลงทุนอะไรแล้วมีความเสี่ยงขนาดไหน ผมก็เลยพยายามไปลองดู Model ปิรามิดความเสี่ยงในผลิตภัณฑ์การเงินการลงทุนจากตำราฝรั่งดูหลายๆ ที่ พบว่าแม้แต่ฝรั่งเองเขาก็ยังแบ่งประเภทของผลิตภันณฑ์ที่มีความเสี่ยงแตกต่างกันเลย ผมก็เลยทำเวอร์ชั่นของผมขึ้นมาบ้างให้มันดูเหมาะสมกับความเข้าใจของเพื่อนๆชาว Aommoney นะครับ จริงๆ ก็พยายามถอดแบบการแบ่งระดับความเสี่ยงจากบรรดาข้อมูลจากบริษัทจัดการหลักทรัพย์กองทุนรวมต่างๆ มันอาจจะใกล้เคียงหรือแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับของหลายๆ ที่ ภาพนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับการศึกษาการลงทุนของทุกท่าน ไม่ได้เป็นแผนภาพเพื่อบอกว่าใครควรจะลงทุนแบบไหนจากความเสี่ยงที่เขียนไว้เนื่องจากแต่ละท่านเองก็จะมีความเสี่ยงทางการเงินของตัวเองอยู่แล้วควรจะวางแผนทางการเงินของตัวเองให้เหมาะสมก่อนการลงทุนนะครับ
ความเสี่ยงคืออะไร?
ได้ยินคำนี้มาเยอะเหมือนกันใช่ไหมครับ ลองจินตนาการง่ายๆ เวลาเราเดินออกจากบ้านไปซื้อก๋วยเตี๋ยวที่ตลาด เป้าหมายของเราก็แค่การเดินไปซื้อของ ถ้าเราซื้อของสำเร็จก็คือบรรลุวัตถุประสงค์ แต่ทุกย่างก้าวของการเดินมันอาจจะพบปัจจัยต่างๆ ทั้งตัวเราเองและสิ่งที่เข้ามากระทบก็ได้ เช่น ในระหว่างเดินไปเราอาจจะรู้ว่าแถวบ้านเรามีหลุมมีบ่อเยอะเดินยากเลยต้องเดินช้าๆ ระวังๆ ช้าหน่อยแต่ชัวร์ว่าจะไปซื้อก๋วยเตี๋ยวได้สำเร็จ หรืออยู่ๆ เราอาจจะอยากรีบไปรีบกลับเลยวิ่งไปทำให้มีโอกาสจะไปตกหลุมตกบ่อหรือชนสิ่งต่างๆ ให้ล้มลงได้แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถทำให้เราซื้อของได้เร็วขึ้น ความเสี่ยงมันคือสิ่งต่างๆ ที่อาจจะเข้ามากระทบกับการกระทำของเราจากการตัดสินใจดำเนินงานภายใต้เงื่อนไขและข้อจำกัดต่างๆ ซึ่งจะทำให้เราบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายได้ไปในทางที่แตกต่างกัน อาจจะเป็นไปในทางที่ดีหรือในทางที่แย่ก็ได้
เพราะฉะนั้นแล้วมันเลยเป็นที่มาของคำกล่าวที่ว่า "ยิ่งความเสี่ยงสูง ยิ่งทำให้เกิดโอกาสได้รับผลตอบแทนสูง ยิ่งความเสี่ยงต่ำ ยิ่งทำให้เกิดโอกาสที่ได้รับผลตอบแทนต่ำ" การที่เราตัดสินใจวิ่งไปซื้อของก็มีความเสี่ยงที่จะทำให้เราล้มลง (ความเสี่ยงจากการกระทำสูง) ได้แต่มันก็ทำให้เราใช้เวลาในการซื้อน้อยลงสามารถนำเวลามาทำอย่างอื่นได้อีก (ผลตอบแทนจากการกระทำสูง) ผลตอบแทนที่ว่าเป็นได้ตั้งแต่ผลตอบแทนจากการกระทำกิจกรรมจนมาถึงการตัดสินใจในการลงทุนก็ได้ เราจะเห็นอยู่บ่อยๆ เวลาเราดูทีวีหรือเข้าเว็บไซต์การลงทุนเขาก็จะมีคำพูดเตือนให้เราทราบในเรื่องการระวังความเสี่ยงต่างๆ
การลงทุนในแต่ละผลิตภัณฑ์มีความเสี่ยงแค่ไหน?
จากภาพปิรามิดการลงทุนจะเห็นได้ว่า มันจะมีการไล่เรียงผลิตภัณฑ์การเงินการลงทุนจากระดับฐานไปถึงยอด (ต่ำไปสูง) การที่เราอยู่ตรงฐานย่อมจะตกมาไม่เจ็บเท่ากับคนอยู่สูง แน่นอนครับเพราะความเสี่ยงมันต่ำกว่า แต่ถ้าเราเล่นของสูงส่วนใหญ่เราก็จะรู้สึกว่ามันคุ้ม หากเราประสบความสำเร็จในเป้าหมาย แต่นั่นก็หมายความว่าเราก็อาจจะเผชิญกับโอกาสที่จะตกลงมาอย่างเจ็บปวดก็ได้ จริงๆ แล้วผลิตภัณฑ์ทางการลงทุนมันมีมากกว่าที่นำมาเล่านะครับ แต่เอาแบบพื้นฐานให้ดูก่อน ไม่ได้เอาพวก ทองคำ อสังหาริมทรัพย์ สินค้าโภคภัณฑ์มารวม
เงินฝากและประกันชีวิต
ความเสี่ยงของเงินฝากและประกันชีวิตเป็นอะไรที่ต่ำที่สุด เรานำไปฝากไว้ธนาคารเราจะได้ดอกเบี้ยเงินฝาก ที่เยอะมากๆๆๆๆ (ประชด ฮ่าๆ) มันก็ตามความเสี่ยงที่เรารับได้ ก็คือเรารับความเสี่ยงไม่ได้กับเงินก้อนนี้ไงครับ (แหม... ต้องใช้ต้องกินนี่นา) ผลตอบแทนเลยไม่ได้สูงอะไร แต่อย่างน้อยการฝากเงินในธนาคารโอกาสที่มันจะหายไปก็น้อยกว่าการลงทุนในรูปแบบอื่นๆ ส่วนประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ก็เป็นการออมรูปแบบหนึ่งแบบคุ้มครองความเสี่ยง และพอถึงครบกำหนดเขาก็จะให้เงินคืนพร้อมผลตอบแทนตามสัญญา นอกจากนี้บางคนยังมองว่าถ้าขยับความเสี่ยงขึ้นไปอีกนิดก็สามารถลงทุนในผลิตภัณฑ์ประเภทตราสารแห่งตลาดเงินได้ ผลตอบแทนที่จะได้รับก็จะเพิ่มมากขึ้นกว่าการฝากเงินแบบธรรมดา
ตราสารหนี้
ตราสารหนี้มันมีความเสี่ยงสูงกว่าการที่เราเอาเงินไปฝากธนาคาร เป็นผลิตภัณฑ์การลงทุนที่ความเสี่ยงสูงขึ้นมาหน่อย ชื่อมันบอกว่าเป็นตราสารหนี้ มันคือการที่มีใครซักคนที่ต้องการใช้เงินมาบอกว่าเขาต้องการเงิน ขอยืมเงินหน่อยแล้วจะเอาเงินมาขึ้นพร้อมดอกเบี้ยให้ เราเป็นผู้ให้กู้เอง มันก็อยู่ที่ว่าเราจะให้เขายืมเงินหรือเปล่า การที่เราจะให้เขายืมเงินก็ขึ้นอยู่กับว่าบุคคล/บริษัท/รัฐบาล นั้นๆ มันดูน่าเชื่อถือหรือเปล่า ไม่ใช่ให้ยืมเงินไปแล้วไม่คืน นั่นหมายความว่าถ้าเกิดคนที่ขอยืมเงินเราไปมีความน่าเชื่อถือสูงเราก็ย่อมได้ผลตอบแทนต่ำเพราะเรายินดีจะให้เขายืมดีกว่าไปให้คนที่มีโอกาสเบี้ยวหนี้ยืม
กองทุนรวม
ผมนำกองทุนรวมมาจัดไว้ในตำแหน่งนี้เพราะผมเชื่อว่ากองทุนมีความรู้ในการจัดการและสามารถตัดสินใจบนความเสี่ยงได้หลายๆ อย่าง จากความสามารถของเขาด้วยที่เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านการลงทุน กองทุนรวมเป็นการนำเงินของพวกเรามารวมกันเพื่อนำไปลงทุนตามนโยบายของกองทุนนั้นๆ อาจจะเป็นลักษณะของการลงทุนรวมตราสารหนี้ กองทุนรวมที่ลงทุนในหุ้น หรือเป็นกองทุนรวมที่ผสมผสานระหว่างตราสารหนี้และตราสารทุน เมื่อเราลงทุนในกองทุนรวมแล้วเราจะเป็นผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถได้รับเงินปันผลหรือส่วนต่างของราคาหน่วยลงทุนได้ตามผลประกอบการของกองทุนนั้นๆ มีความเหมาะสมกับผู้ที่ไม่มีเวลาในการจัดการการลงทุนด้วยตัวเอง
หุ้น
เชื่อว่าคนที่ติดตาม TarKawin ของผมน่าจะมีความสนใจในการลงทุนในหุ้นเป็นหลัก การลงทุนในหุ้นคือการนำเงินไปลงทุนในกิจการเพื่อร่วมเป็นเจ้าของในบริษัทนั้นๆ การเป็นเ
You might also like

Jitta x DCA การหาหุ้นดีราคาถูกเพื่อการออมหุ้นระยะยาว
ผมเชื่อว่าเพื่อนๆ หลายคนคงเคยได้ยินชื่อ Jitta.com ซึ่งเป็น Platform การลงทุนที่เราสามาร...

AIA เปิดตัว AIAIMT ขึ้นแท่น บลจ. AUM อันดับ 3 พร้อมอ...
เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2563 ผมได้รับเชิญไปร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัว บลจ. เอไอเอ (ประเทศไทย...
3 วิธีในการลดหย่อนภาษี ที่คิดแล้วว่าคุ้มสำหรับมนุษย์...
สวัสดีจ้าเพื่อนๆแฟนเพจของพี่ต้าร์ที่น่ารักทุกคน ในช่วงนี้เป็นโค้งสุดท้ายของเทศกาลลดหย่อ...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

