บทเรียนข้อแรกสุดที่ผู้นำทุกคนต้องทำความเข้าใจให้ได้แต่เนิ่นๆ คือ คนเราทุกคนล้วนแตกต่าง สิ่งนี้แทบจะเรียกได้ว่าเป็นสาระสำคัญที่สุด ของการมีอยู่ขององค์กรเลยทีเดียว เพราะการเกิดขึ้นขององค์กรนั้น ก็เพื่อที่จะทำให้หน่วยของแต่ละบุคคลที่มีความสามารถ และประสบการณ์ที่แตกต่างกัน เข้ามาทำงานด้วยกัน เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่องค์กรตั้งเป้าหมายไว้ 

เหนื่อยใจแต่ไม่รู้ทำไง ทำงานเป็นกลุ่ม แต่ไม่มีทีมเวิร์ค.เรื่องใหญ่ที่หัวหน้าต้องใส่ใจ

    เพราะเราต่างก็รู้ว่า คนเพียงคนเดียวมีทั้งจุดแข็งและจุดอ่อน การที่เอาคนหลายๆคนมาทำงานด้วยกัน ก็เพื่อที่จะใช้จุดแข็งของคนหนึ่ง เข้ามาช่วยเสริมจุดอ่อนของอีกคนหนึ่ง เกิดสิ่งนี้ต่อเนื่องกันไปจนกระทั่งจุดอ่อนต่างๆถูกอุดถูกปิดไปได้ จนก่อกำเนิดเป็นทีมที่แข็งแกร่ง ที่จะสามารถฝ่าฟันทะลุอุปสรรคที่เกิดขึ้นจากตัวงาน ไปจนกระทั่งงานสำเร็จลุล่วง

    ยกตัวอย่างง่ายๆ ตัวอย่างหนึ่ง Frontend developer และ Backend developer สองตำแหน่งนี้เป็น Programmer เหมือนกันครับ แต่มีความแตกต่างตรงที่ Frontend developer จะชอบที่จะปรับตรงนั้นนิดตรงนี้หน่อย ใส่ลูกเล่น Animation เข้าไปบนหน้า Web เพื่อทำให้เว็บมีความ Friendly น่าใช้มากขึ้น 

    ส่วน Backend developer มักจะเป็นคนที่ชอบออกแบบโครงสร้างโปรแกรมให้ มีความสามารถในการขยายได้เวลามีคนมาใช้งานมากๆ และสามารถตรวจสอบหาสาเหตุของปัญหาได้ในภายหลัง ซึ่งคนเหล่านี้จะไม่ค่อยชอบอะไรที่จุกจิกเหมือนกับในส่วนของ User Interface ที่ Frontend developer ทำ ดังนั้นองค์กรจึงต้องจัดให้มีจำนวน Frontend developer กับ Backend developer ทำงานด้วยกันอย่างเหมาะสม เนื่องจาก Project การเขียนโปรแกรมใดจะสำเร็จได้ จำเป็นจะต้องมีทั้ง 2 ตำแหน่งนี้

เหนื่อยใจแต่ไม่รู้ทำไง ทำงานเป็นกลุ่ม แต่ไม่มีทีมเวิร์ค.เรื่องใหญ่ที่หัวหน้าต้องใส่ใจ

แต่เดี๋ยวก่อน ถ้ามันง่ายแค่นี้ งานในใต้หล้าก็ไม่มีปัญหากันให้ผู้นำองค์กรได้แสดงฝีมือสิครับ 

    คำว่าทีมงานมันมีปัญหาอยู่จุดหนึ่ง ผมจะลองยกตัวอย่างปัญหาที่จะเกิดขึ้นในตัวอย่างที่กล่าวมาระหว่าง Frontend กับ Backend นะครับ

    งานของ Frontend จะต้องทำหลังจาก Backend ทำ Specification ต่างๆให้เรียบร้อย แต่ถ้า Backend ส่งงานให้ Frontend ช้า ก็จะทำให้งานของ Frontend ล่าช้าไปด้วย เมื่อ Frontend ทำงานเสร็จแล้ว สุดท้ายจะต้องเป็นหน้าที่ของ Backend อีกครั้ง ที่เป็นคนเอางานขึ้น Production ซึ่งถ้า Frontend ทำงานช้า ก็จะทำให้ Backend เตรียมเอางานขึ้น Production ช้าไปด้วย

    ซึ่งความแตกต่างระหว่าง ทีมงาน กับ กลุ่มคนทำงาน มันอยู่ตรงนี้ครับ

ถ้าทีมของคุณเป็น "กลุ่มคนทำงาน" คุณจะคิดแบบนี้

  • งานของใครของมันไม่เกี่ยวกัน ถ้าส่งงานมาช้าเราก็จะทำช้าไปด้วย สุดท้ายโปรเจ็คต์ช้าก็โทษพวกเราไม่ได้นะ
  • Backend ออกแบบ Specification อะไรมาเนี่ย ไม่เห็นจะ User friendly เลย
  • Frontend ทำไมจะต้องวุ่นวายไปทำอะไรตรงนั้นด้วย แค่นี้ก็ใช้งานได้แล้วนี่

แต่ถ้าทีมของคุณเป็น "ทีมงาน" คุณจะคิดแบบนี้

  • เราจะต้องออกแบบและส่งบางส่วนให้ Frontend ไปทำก่อน เขาจะได้ไม่ต้องรอเรา
  • ในการออกแบบ Backend แบบนี้จะกระทบอะไรกับ Frontend บ้างนะ เราควรจะต้องคุยกันในรายละเอียดกันบ่อยๆหน่อย
  • สุดท้ายแล้วไม่ว่าปัญหาเกิดขึ้นกับส่วนไหน เราก็ต้องช่วยกันทำให้ Project ขึ้นตามเวลาให้ได้ โดยดูว่า Backend และ Frontend จะแชร์และส่งงานตรงไหนกันได้บ้าง 

เหนื่อยใจแต่ไม่รู้ทำไง ทำงานเป็นกลุ่ม แต่ไม่มีทีมเวิร์ค.เรื่องใหญ่ที่หัวหน้าต้องใส่ใจ

    จะเห็นได้ว่าความแตกต่างของทีมงาน 2 แบบนี้ มีอยู่ตรงจุดเดียวเองครับ คือทุกคนใน "ทีมงาน" มีเป้าหมายเดียวร่วมกันคือ ทำให้งานมีคุณภาพและเสร็จตามกำหนด โดยไม่เกี่ยงว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในระหว่างทางจะเป็นปัญหาของใคร ยังไงก็ต้องช่วยกันแก้ไข 

    ส่วน "กลุ่มคนทำงาน" จะไม่ได้มองเป้าหมายของงานเป็นสำคัญแต่จะมองเป้าหมายของตัวเองเป็นสำคัญ ว่าไม่ว่าปัญหาของคนอื่นจะเป็นอย่างไร ตัวเองจะต้องมีปัญหาให้น้อยที่สุด ดังนั้นถ้าคุณเป็นผู้นำองค์กรใดๆ ที่กำลังปลูกฝังนิสัยขององค์กรแบบ "กลุ่มคนทำงาน" สิ่งที่คุณจะได้รับก็จะเป็นงานที่ไม่มีคุณภาพและเสร็จไม่ทันเวลา

    ดังนั้นการที่เราจะสามารถส่งงานที่มีคุณภาพและเสร็จทันเวลาให้กับลูกค้าได้ คุณจะต้องทำให้แต่ละคนในทีมหลอมรวมกันให้กลายเป็นทีมเดียวกันให้ได้ โดยต้องทำให้ทุกคนในทีมมองกลับไปที่ Principle ที่เราอ่านกันในย่อหน้าแรก

เรามารวมกันไม่ใช่เพื่อเอาจุดแข็งของเรามาใช้กับงานเพียงอย่างเดียว แต่เรามารวมกันเพื่อเอาจุดแข็งของเรามาปิดจุดอ่อนของคนอื่นในทีม และในขณะเดียวกันคนอื่นในทีมงานก็เอาจุดแข็งของเขามาปิดจุดอ่อนของเราเช่นกัน เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว ทีมงานของเราจึงจะเรียกว่าทีมที่แท้จริง