“เริ่มต้นใหม่ยังไม่สาย!!! ด้วย 3 สามเสาหลักความรู้ที่จะทำให้คุณเป็นมั่งคั่ง”
"เริ่มต้นใหม่ยังไม่สาย!!! ด้วย 3 สามเสาหลักความรู้ที่จะทำให้คุณเป็นมั่งคั่ง"
เรื่องของการเงินไม่ใช่แค่การนำเงินที่มีไปลงทุนแล้วเงินจะผลิดอกออกผลมาให้เรามีกินมีใช้ได้ทั้งชาตินะคะคุณผู้อ่านทั้งหลาย~~~ นั่นเพราะเรื่องของการใช้เงินที่แท้จริงแล้วหมายถึงวิธีของ ‘การใช้ชีวิต’ นั่นเเหละ
ลองคิดดูสิจ๊ะว่า ถึงเราจะมีเป้าหมายเหมือนกันว่าอยากมีเงินล้านเป็นเงินเก็บกับเขาบ้าง แต่คุณๆหลายคนก็ยังไม่เริ่มจะออม คิดแต่ว่า ‘เดี๋ยว’ ค่อยออมก็ได้ ผลัดไปเรื่อยๆ จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี แล้วแบบนี้เมื่อไหร่เป้าหมายเงินล้านของคุณจะประสบความสำเร็จล่ะคะ???
แน่นอนว่าเรื่องการเงินนั้นจริงๆแล้วมีทฤษฎีการเงินมากมายที่สามารถหาอ่านได้ตาม Internet ทั่วไป แต่สิ่งสำคัญหรือ ‘หัวใจ’ ที่คุณควรรู้นั้นมีเพียงแค่ 3 อย่างเท่านั้นก็คือ
รู้เรื่องพื้นฐานการเงิน
พื้นฐานทางการเงินที่คุณผู้อ่านทั้งหลายควรรรู้ไม่ใช่เรื่องของการตลาดว่าจะเปลี่ยนไปในทิศทางไหน จะดีขึ้นรึแย่ลง แต่สิ่งสำคัญที่สุดของการลงทุนคือ
1. ‘ยิ่งเริ่มต้นเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี’ หากเราเริ่มต้นออมเงินตั้งแต่อายุ 25 ไปจนถึง 60 ปีจะได้เงินมากกว่าเริ่มต้นออมเงินตอนอายุ 50 ไปจนถึง 60 ปีแม้ว่าจะออมเงินจำนวนมากกว่าเพราะดอกเบี้ยทบต้นเมื่อเริ่มออมตั้งแต่เนิ่นๆนั้นได้มากกว่า
2. ‘ยิ่งออมบ่อยเท่าไหร่ยิ่งดี’ การออมนั้นไม่ใช่แค่การทำเพื่อเป้าหมาย แต่เป็นการทำให้เป็นนิสัย เริ่มจากออมเงินรายวัน, รายสัปดาห์ หรือออมแบบรายเดือนแบบไหนก็ดีทั้งนั้นค่ะคุณ~
3. ‘เปลี่ยนเงินออมให้เป็นเงินลงทุน’ นั่นเพราะอะไรรู้รึเปล่าจ๊ะ??? นั่นก็เพราะหากเราออมเงินเฉยๆดอกเบี้ยที่ได้ยังน้อยกว่าเงินที่คุณๆซื้อเสื้อผ้าหรือเครื่องสำอางค์ครั้งเดียวซะอีกนะจ๊ะ
4. ‘เรียนรู้เรื่อง DCA’ การลงทุนทุกแบบมีความเสี่ยงนะคะคุณผู้อ่าน ฉะนั้นอย่าลืมว่าสำหรับคนที่เริ่มต้นลงทุนให้ลงทุนแบบ DCA หรือ Dollar Cost Averaging ดีกว่า วิธีนี้คือการลงทุนแบบถัวเฉลี่ยทุกเดือนด้วยเงินจำนวนเท่าๆกัน เช่น เราอาจกำหนดว่าทุกวันที่ 1 หรือ 16 (จำง่ายๆว่าวันหวยออกนะจ๊ะ) เราต้องนำเงินไปลงทุนด้วยเงินจำนวน x,xxx บาท ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถลดความเสี่ยงจากความผันผวนในการลงทุนได้รู้ในสิ่งที่เราจะลงทุน
เสาแห่งความรู้นี้พูดง่ายแต่ทำ ‘ยาก’ นั่นเพราะความชอบของแต่ละคนไม่เหมือนกัน อธิบายง่ายๆก็คือ ทุกคนลงทุนในสิ่งที่ไม่เหมือนกัน บางคนออมหุ้น บางคนซื้อกองทุน บางคนซื้อหวย (เอ่อ อันนี้นับมั้ยเอ่ย?) เพราะฉะนั้นความรู้ที่ใช้ในการลงทุนก็ย่อมแตกต่างกันออกไปด้วย!!! เช่น
1. หากต้องการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล อย่าลืมว่านี่คือสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำสุด แต่ก็ให้ผลตอบแทนที่น้อยที่สุดเช่นกัน
2. แต่หากใครเลือกลงทุนในหุ้น ก็จะได้ผลตอบแทนมากกว่าพันธบัตรอยู่แล้ว แต่ความเสี่ยงก็เพิ่มขึ้นตามลักษณะของธุรกิจที่เราถือหุ้นอยู่ด้วย นอกจากนี้ยังมีเรื่องการปันผลเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยซึ่งขึ้นอยู่กับผลประกอบการของแต่ละกิจการ แต่หุ้นนั้นมีข้อจำกัดคือต้องใช้ความเชี่ยวชาญและต้องใช้เงินในการลงทุนมากพอสมควร
3. แต่ถ้าคุณผู้อ่านทั้งหลายอยากลงทุนในหุ้นแต่ไม่เชี่ยวชาญมากพอหรือเงินทุนยังไม่ถึง อีกทางเลือกสำหรับคุณก็คือ ‘กองทุนรวม’ ซึ่งช่วยให้คุณสามารถกระจายความเสี่ยงและลงทุนได้หลายๆตัวในเวลาเดียวกัน ข้อสำคัญคือ ไม่จำเป็นต้องลงทุนมากมาย!!! บางกองทุนใช้แค่ 1 บาทก็ซื้อขายได้แล้ว~~~รู้จักสร้างเส้นทางรายได้ให้หลากหลาย
คนจำนวนไม่น้อยเชื่อว่า ‘คนยุคเจน Y มักขี้เกียจและไม่มีความอดทน’ แต่ความจริงแล้วคนยุคใหม่ให้ความใส่ใจกับงานที่ชอบมากกว่ารายได้และความก้าวหน้า แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเราจะมีอาชีพประจำไม่ได้!!! แต่เราปรับให้เข้ากับชีวิตของเราได้
1. เปิดธุรกิจของตัวเองซะเลย!!! หากคุณเป็นคนนึที่ทำงานประจำ คุณสามารถเพิ่มรายได้ของตัวเองจากการการทำอาชีพเสริม และนำเงินที่ได้จากการทำอาชีพเสริมนนั้นมาลงทุนทุกๆเดือน เช่น หากมีงานประจำเป็นนักเขียน ก็อาจจะทำอาชีพรับรีวิวผลงานหรือสินค้าต่างๆลงบน Internet ก็เป็นอีกวิธี และเมื่อคุณมีเงินเก็บจากการลงทุนมากพอจำนวนนึงก็ลองเปิดธุรกิจเล็กๆที่คุณสนใจเลย เรียกว่าได้ทั้งทำสิ่งที่ชอบ และเป็นเจ้าของกิจการเองด้วย
2. เปลี่ยนงานอดิเรกเป็นธุรกิจ แน่นอนว่าทุกคนย่อมมีงานอดิเรกที่ตัวเองชอบกันอยู่แล้ว ลองเปลี่ยนงานอดิเรกให้กลายเป็นสิ่งที่สร้างรายได้ให้กับเราดู เช่น หากคุณมีงานอดิเรกคือวาดรูปและเชี่ยวชาญมากพอ อาจจะรับวาดภาพประกอบให้กับหนังสือหรืองานต่างๆย่อมได้ อย่าลืมว่ากิจการที่จะประสบความสำเร็จเกิดจากการแก้ไขปัญหาให้กับลูกค้า หากคุณไม่รู้ว่าปัญหาคืออะไร ก็เริ่มต้นจากการลองถามคนรอบข้างดูก่อนก็เป็นวิธีที่ดีเหมือนกัน
อย่าลืมว่าบทความด้านบนเองก็เป็นทฤษฎีด้านการเงินเท่านั้น สิ่งสำคัญที่สุดของการเงินไม่ใช่ ‘ความรู้’ แต่เป็น ‘การลงมือทำ’
นั่นเพราะแค่เราเริ่มต้นที่จะเปลี่ยนแปลงจากจุดเล็กๆก็สร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ได้
เช่น เพื่อนคุณอาจจะออมเงินได้เดือนละ 5,000 บาท แต่หากคุณเพิ่งเริ่มต้น คุณเองก็ไม่จำเป็นต้องเอาตัวเองไปเปรียบกับใคร แม้จะเริ่มต้นออมเดือนละ 1,000 บาท แต่หากออมทุกเดือนอย่างสม่ำเสมอก็ทำให้เราสามารถสร้างความมั่งคั่งในแบบของคุณผู้อ่านได้เช่นกัน
You might also like
ปลายปีนี้…เลือกลงทุนแบบไหนให้คุ้มสุดๆ!
เจ้ามะนุดเคยเป็นกันมั้ย ต้นปีวางแพลนอะไรหลายๆ อย่างซะดิบดี แต่สุดท้ายก็ยังไม่ได้ทำซ้า...
KTB Shop Smart Palladium Card บัตรเดียว ครบ จบ ทุกเร...
เจ้านายชอบพกบัตรหลายๆ ใบ ไม่ว่าจะบัตรส่วนลดร้านอาหาร ส่วนลดเติมน้ำมัน ส่วนลดร้านหนังสือ...
ทำงานหนักไม่มีเวลาก็ลงทุนได้!
ปัจจุบันเจ้ามะนุดเริ่มหันมาสนใจการลงทุนกันมากขึ้น แต่ปัญหาก็อยู่ที่ว่า...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว
