11 ความคิดที่ขวางทางรวย
11 ความคิดที่ขวางทางรวย
มาเช็คตัวเองกันเถอะ...คุณมีความคิดแบบนี้อยู่หรือเปล่า?
สิ่งที่อยู่กับคนเราตลอดเวลา คือ "ความคิด" เราคิดอย่างไร ชีวิตเราก็จะปรากฎออกมาอย่างนั้น ถ้าเราคิดลบ ก็จะเจอแต่คนลบ ๆ สถานการณ์ที่ลบ ๆ หากเราฝึกคิดบวกจนเป็นนิสัย ทุกอย่างที่ทำก็จะได้ผลบวกเหมือนกับความคิด มันเป็นเรื่องของกลไกจิตใต้สำนึกที่ผลักดันให้เรากระทำในแบบที่เราคิด
เรื่องเงินๆ ทองๆ ก็เช่นกัน คุณอาจจะเคยได้ยินประโยคที่ว่า บางคนทำงานแทบตายแต่ไม่รวย เพราะเอาแต่คิดตลอดว่ายังไงเราก็ไม่รวย มองกลับกัน คนที่คิดว่าตัวเองจะต้องรวยให้ได้ ก็ร่ำรวยได้จริง ๆ Money Ideas เลยอยากจะขอชวนให้คุณมาเช็คความคิดของตัวเอง ว่าคุณมีนิสัยเหล่านี้บ้างหรือเปล่า? แล้วลองปรับเปลี่ยน ก่อนที่ความคิดเหล่านั้นจะไปขวางเส้นทางความรวยของคุณ!
1.ความคิดที่ว่า : คนรวยนั่นก็เพราะ "เขาโชคดี"
อย่าลืมว่าคนที่รวย ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย ถ้าคุณจะเถียงว่าดูคนที่ถูกหวยรางวัลที่ 1 สิ ก็ให้ลองสังเกตว่าคนที่ถูกหวยหลายคน มักจะกลับมายากจนในเวลาไม่นาน นั่นเพราะเขาขาดสิ่งสำคัญ คือ ความรู้ในการบริหารจัดการเงินของตนเอง ลองเริ่มสังเกตตนเองว่า เมื่อได้รับเงินเดือนมาเราบริหารจัดการเงินได้ดีขนาดไหน หากไม่มีเหลือเก็บออมได้ ก็ไม่ต้องคิดถึงการมีเงินจำนวนมาก เพราะถึงมีมาก เราก็บริหารเงินไม่ได้อยู่ดี
2.ความคิดที่ว่า : เก็บเงินเหรอ? เดี๋ยวค่อยเก็บก็ได้
‘เริ่มออมเงินที่อายุเท่าไหร่ดีที่สุด?’ เมื่อถามคำถามนี้กับหลายๆคน ทุกคนต่างก็รู้คำตอบดีว่า ยิ่งเริ่มออมเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี แต่กลับมีคนเพียงจำนวนนิดเดียวเท่านั้นที่ทำได้จริง เพราะคิดว่าตอนนี้ยังอายุไม่มาก ขอใช้เงินเพื่อเที่ยวก่อน เดี๋ยวค่อยออมเงิน สรุปว่ากว่าจะเริ่มออมเงินก็อายุมากพอสมควรแล้ว แถมยังออมเงินได้น้อยกว่าที่ควร ทำให้ไม่มีเงินหลังเกษียณ
3.ความคิดที่ว่า : เงินคือเป้าหมายเหนือทุกสิ่ง
‘เป้าหมายของการเก็บเงินคืออะไร?’ ถ้าคำตอบของคุณคือ ‘มีเงินเยอะๆ’ ล่ะก็ รับรองได้ว่า สถานะทางการเงินของคุณในอนาคตมีปัญหาแน่ เพราะอะไรน่ะเหรอ? นั่นก็เพราะคนรวยหรือคนที่ประสบความสำเร็จทางการเงิน จะเห็นเงินเป็นเพียง ‘เครื่องมือ’ เพื่อนำไปสู่เป้าหมายเท่านั้น แต่เงินไม่ใช่เป้าหมายชีวิต การคิดว่าเงินคือเครื่องมือนั้นช่วยให้เราตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง โดยไม่ใช้อารมณ์ด้านลบ เช่น ความกลัวหรือความเครียดเลย ทำให้การตัดสินนั้นเป็นเหตุเป็นผลและยังมีความถูกต้องชัดเจนอีกด้วย
4.ความคิดที่ว่า : แค่มีเงินมากๆก็รวยแล้ว
อะไรคือคำตอบของความมั่งคั่ง? ถ้าคุณไม่มีคำตอบ นั่นไม่อาจทำให้คุณร่ำรวยขึ้นมาได้อย่างแน่นอน เพราะแม้คุณจะเก็บเงินแต่กลับไม่มีจุดหมายในหัวอย่างชัดเจน นั่นจะทำให้คุณเก็บเงินได้ไม่นาน แล้วก็จะล้มเลิกในที่สุด แต่หากเราบอกได้ว่า ความมั่งคั่งของเรา คือ การมีบ้านสักหลัง, มีเงินใช้จ่ายอย่างไม่ขัดสนหลังเกษียณ หรือมีเงินและเวลามากพอที่จะใช้เลี้ยงดูลูกๆ ให้เติบโต นั่นทำให้คุณเข้าใกล้ความสำเร็จอีกขั้นแล้ว
5.ความคิดที่ว่า : โปะบัตรนั้นด้วยบัตรนี้คือทางออก
เมื่อเราอยู่ในยุคที่ทุกสิ่งยิ่งเร็วยิ่งดี ทำให้คนจำนวนมากไม่อยากรอคอยเพื่อเก็บเงินซื้อของที่ตนเองอยากได้อีกต่อไป เราหันไปพึ่งบัตรเครดิตหรือสินเชื่อต่างๆเพิ่มมากขึ้น ใช้บัตรนั้นปิดบัตรนี้และทำให้หนี้เพิ่มขนาดมากขึ้นเรื่อยๆ ทางออก คือ ก่อนซื้อของทุกครั้งให้คิดว่า ‘เงินสดคือที่สุด’ หากเราไม่มีเงินสดมากพอที่จะจ่ายนั่นหมายความว่าเราไม่คู่ควรกับของสิ่งนั้น เมื่อคิดแบบนี้จะทำให้เราไม่ใช้บัตรเครดิตเมื่อไม่จำเป็น และไม่ช่วยก่อหนี้โดยไม่เกิดประโยชน์ด้วย
6.ความคิดที่ว่า : แค่เอาเงินไปวางในอะไรซักอย่างก็จะได้ "กำไร" เอง
ที่คนจำนวนมาก ‘ไม่’ ประสบความสำเร็จด้านการเงิน นั่นเพราะไม่เข้าใจว่าความมั่งคั่งนั้นต้องใช้เวลาในการสร้างขึ้นมา อาจจะหลายปี หรืออาจจะเป็นสิบๆ ปี แต่กลับพยายามหาทางลัดเพื่อนำไปสู่ความร่ำรวยให้ได้เร็วที่สุด
7.ความคิดที่ว่า : ทุ่มสุดตัวกับสิ่งที่เรียกว่า "หวย"
หวยคือหนึ่งในความเชื่อของคน(อยาก)รวย เชื่อว่าเป็นทางออกสำหรับความขัดสนของตนเอง ทำให้เงินจำนวนมากหมดไปกับการซื้อหวย ลองคิดง่ายๆว่าถ้าเราซื้อหวยทุกเดือน โดยซื้อ 1 งวดราคา 400 บาท เท่ากับเราซื้อหวยเดือนละ 800 บาทต่อเดือน หรือปีละ 9,600 บาท!!! ซึ่งหากนำเงินจำนวนนี้มาออม แต่หากนำเงินจำนวนนี้มาออมแทนก็สามารถนำเงินไปลงทุนหรือใช้สำหรับการวางแผนการเงินในอนาคตได้เลยทีเดียว
8.ความคิดที่ว่า : ซื้อของเพราะถูกใจใช่เลย
เจอของถูกใจ ไม่ซื้อไว้ไม่ได้แล้ว!!! หากคุณคิดแบบนี้ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมทุกสิ้นเดือนเงินหายไปไหน การซื้อของนั้นควรเน้นของที่จำเป็นมากกว่าของที่เราอยากได้เฉยๆ ถ้ามีของแบบเดียวกันก็ลองเปรียบเทียบราคาก่อนซื้อ แต่ถ้าอยากได้จริงๆให้ใช้ ‘กฏ 30 วัน’ โดยให้นับไปอีก 30 วันจากวันที่เราเห็นสินค้าชนิดนี้ เมื่อครบกำหนดแล้วแต่เรายังอยากได้ของชิ้นนี้อยู่ค่อยซื้อ (แต่ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยได้ซื้อนะ)
9.ความคิดที่ว่า : งานที่ทำก็มั่นคงอยู่แล้ว ไม่เป็นไรหรอก
แม้ว่างานที่คุณทำอยู่จะได้เงินเดือนมาก แต่อะไรก็ไม่แน่นอน หากวันใดวันหนึ่งถูกเลิกจ้างหรือเกิดเหตุการณืไม่คาดคิดที่ทำให้เราต้องออกจากงานหรือทำงานต่อไปไม่ได้ แสดงว่ารายได้ทางเดียวที่ได้รับมานั้นต้องหายไปทั้งหมด และถึงแม้รายได้จะไม่มีแต่รายจ่ายนั้นยังคงมีมาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการสร้างรายได้หลายทางคือการลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นได้ และยังช่วยเพิ่มความเร็วให้เราไปถึงเป้าหมายทางการเงินของตนเองด้วย
10.ความคิดที่ว่า : มองหาแต่งานที่ทำเงินได้มากๆ
กาเลือกงานให้เหมาะสมกับความสามารถนั้นเป็นเรื่องดี แต่การเลือกงานเฉพาะที่มีรายได้สูงๆนั้นไม่ใช่หนทางสู่ความร่ำรวย คนรวยทำงานหลายอย่างไม่ว่
You might also like
ปลายปีนี้…เลือกลงทุนแบบไหนให้คุ้มสุดๆ!
เจ้ามะนุดเคยเป็นกันมั้ย ต้นปีวางแพลนอะไรหลายๆ อย่างซะดิบดี แต่สุดท้ายก็ยังไม่ได้ทำซ้า...
KTB Shop Smart Palladium Card บัตรเดียว ครบ จบ ทุกเร...
เจ้านายชอบพกบัตรหลายๆ ใบ ไม่ว่าจะบัตรส่วนลดร้านอาหาร ส่วนลดเติมน้ำมัน ส่วนลดร้านหนังสือ...
ทำงานหนักไม่มีเวลาก็ลงทุนได้!
ปัจจุบันเจ้ามะนุดเริ่มหันมาสนใจการลงทุนกันมากขึ้น แต่ปัญหาก็อยู่ที่ว่า...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว
