2/10 ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับประกันชีวิต [ซีรี่ย์ประกันชีวิต ชุด หากไม่รู้ 10 เรื่องนี้ก่อนซื้อประกันชีวิต…]
ความเข้าใจผิดหลายอย่างเกิดจากการที่เรานำ "ความจริง" ไปผสมกับ "ความคิดเห็น" ออกมาเป็นข้อความส่งต่อจนเกิดการสื่อสารที่ผิดพลาด ซึ่งบนโลกออนไลน์ที่ทุกอย่างไปเร็วมากจนบางครั้งเราอาจจะไม่พิจารณาให้ดี ทำให้เรื่องราวถูกบิดเบือนไป เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องเราควรอ่านข้อเท็จจริงก่อนคอมเมนท์หรือแชร์ว่าแท้จริงแล้วมันคืออะไร แล้วจึงมาตัดสินใจอีกครั้งว่าควร "เชื่อหรือไม่เชื่อ"
เรื่องราวเกี่ยวกับประกันชีวิตต่อไปนี้เป็นสิ่งที่คนทั่วไปถูกหลอกทำให้เข้าใจผิด วันนี้เรามาค้นหาความจริงกันนะคะว่าเป็นอย่างไร
เรื่องที่ 1 ประกันชีวิตก็เหมือนการฝากเงิน
ความคิดเห็น
หลายคนอาจจะเคยสงสัยว่าประกันชีวิตเหมือนการฝากเงินหรือไม่ จากตารางนี้ก็บอกได้ว่าประกันชีวิตเหมือนการฝากเงินจริง ทั้งการลงทุนและประกันชีวิตล้วนทำให้เรามีเงินออมเหมือนกัน แต่ไม่เป็นจริงทั้งหมด เพราะมีวิธีการใช้แตกต่างกัน
ความจริง
การลงทุนนั้นเราจะมีอิสระมากที่จะฝากหรือถอนออกตอนไหนก็ได้ทำให้ผู้ที่ไม่มีวินัยการทางเงินที่เคร่งครัดก็อาจจะทำให้ตนเองเสียระบบการออมและไปไม่ถึงเป้าหมายที่ตนเองตั้งไว้ได้ หากเกิดเหตุไม่คาดฝันเสียชีวิตไปก็จะมีเพียงเงินเก็บออมที่ตนเองเก็บไว้เท่านั้น
สำหรับการเสียภาษีจากผลตอบแทน ดังนี้
- เงินปันผลหักภาษีหัก ณ ที่จ่าย 10%
- ภาษีดอกเบี้ยหัก ณ ที่จ่าย 15%
การประกันชีวิตนั้นจะทำให้เราฝึกวินัยการออมเงินได้โดยระบบการบังคับออมเงินรายปี เพราะเราจะต้องจ่ายเบี้ยเพื่อให้ครบตามในสัญญา เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่เก็บเงินไม่อยู่ เพราะเราจะผลัดผ่อนไม่ได้ ถึงเวลาก็ต้องไปจ่ายเบี้ยประกัน หากเกิดเหตุไม่คาดฝันเสียชีวิตไประหว่างเก็บเงินก็จะได้รับเงินก้อนตามเป้าหมายที่เราต้องการ
สำหรับภาษีได้รับการยกเว้น ดังนี้
- เงินปันผลจากบริษัทประกัน
- เงินประกันที่บริษัทประกันจ่ายให้ผู้รับผลประโยชน์
เรื่องที่ 2 ความคุ้มค่า
ความคิดเห็น
“ทำประกันชีวิตแล้วไม่คุ้ม เอาเงินมาลงทุนได้ผลตอบแทนดีกว่า”
หลายคนมักบอกว่าซื้อประกันชีวิตแล้วได้ผลตอบแทน (IRR) น้อยมาก บางกรมธรรม์ได้พอๆ กับฝากประจำ มันไม่คุ้มต่อการลงทุนจริงๆ สู้เอาเงินมาลงทุนเองในหุ้น กองทุนรวมหรือธุรกิจส่วนตัวน่าจะดีกว่า เพราะมันได้ผลตอบแทนมากกว่า แล้วเราเคยลองกลับมานั่งถามตัวเองไหมว่าเราใช้อะไรมาตัดสินว่าคุ้มหรือไม่คุ้ม ใช้เปรียบเทียบโดยใช้เงินหรือว่ามูลค่าชีวิตของเรา
ความจริง
การลงทุน ⇒ เงินงอกเงย
เครื่องมือทางการเงินต่างๆ เช่น การฝากออมทรัพย์ ฝากประจำ กองทุนรวม หุ้น อนุพันธ์ ทองคำ ฯลฯ นั้นนั้นถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองเป้าหมายที่แตกต่างกัน ถ้าจะอธิบายง่ายๆ ก็เหมือนกับการเลือกใช้มีด เราจะเลือกมีดอะไรเพื่อปลอกมะม่วงระหว่างมีดบางกับมีดอีโต้ แน่นอนว่าเราต้องเลือกมีดบางเพราะใช้งานได้ดีกว่า หากเลือกมีดอีโต้มีโอกาสเสียงสูงมากที่จะพลาดมาบาดมือเรา #การเงินก็เช่นกัน
ดังนั้น หากเราเป็นนักลงทุนที่กลัวความเสี่ยงมาก ต้องการเห็นเงินต้นอยู่ครบ หากเห็นลดลงนิดหน่อยก็ถึงกับนอนไม่หลับลมจับเจียนตาย วิธีการเก็บเงินที่เหมาะสมควรอยู่ในรูปแบบออมทรัพย์ ฝากประจำ กองทุนรวมที่มีสัดส่วนการลงทุนอยู่ในตราสารหนี้เป็นส่วนใหญ่
การประกันชีวิต⇒ คุ้มครองชีวิต
แนวคิดหลักของประกันชีวิตนั้นจะเป็นการเฉลี่ยความเสี่ยงประเภทเดียวกันจากคนหนึ่งไปยังคนอีกกลุ่มหนึ่ง โดยจะลดผลกระทบหรือบรรเทาความเสียหายจากเหตุการณ์ไม่คาดฝัน จ่ายเงินตามลมหายใจของเรา ซึ่งประกันชีวิตแต่ละรูปแบบก็จะมีการจ่ายแตกต่างกัน เช่น จ่ายเมื่อเสียชีวิตไปแล้ว จ่ายในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่และจ่ายเป็นเงินบำนาญรายปีหลังอายุ 55 ขึ้นไป
ดังนั้น หากเราเป็นเพียงคนเดียวที่หารายได้เลี้ยงครอบครัว แสดงว่าการมีชีวิตอยู่ของเราทำให้ครอบครัวมั่นคงมาก ควรจัดสรรเงินบางส่วนเพื่อสร้างหลักประกันให้ครอบครัวด้วยการทำประกันชีวิต หากเสียชีวิตไปเร็วกว่าที่คาดก็จะมีเงินบางส่วนมาช่วยเยียวยาครอบครัวเพื่อให้ผ่านช่วงเวลาวิกฤตนี้ได้
เรื่องที่ 3 ประกันชีวิตหลอกลวง
ความคิดเห็น
หลากหลายคำพูดที่เห็นกันบ่อยๆ ในหน้าข่าวหรือกระทู้ต่างๆ จะมองไปในทิศทางเดียวกันว่า “ประกันชีวิตไม่ดี” โดยถูกขายจากตัวแทนทีให้ข้อมูลไม่ครบ ทำให้ผู้ซื้อประกันเข้าใจผิดว่าจะได้เงินในอีก 5-10 ปีข้างหน้า แต่ความจริงจะต้องรออีก 20 ปีกว่าจะได้รับเงินก้อนนี้ หลายช่องทางที่ถูกหลอก เช่น ถูกขายประกันทางโทรศัพท์ ตัวแทนที่เพื่อนคนสนิทหรือญาติผู้ใหญ่ที่คุ้นเคย พนักงานธนาคารที่ต้องสร้างยอดขายด้วยการโน้มน้าวให้ลูกค้าที่มาเปิดบัญชีทำประกันชีวิต ฯลฯ หลายเรื่องที่เกิดขึ้นจนกลายเป็นบทสรุปที่ว่า “ประกันนั้นหลอกลวง”
ความจริง
เราควรแยกข้อเท็จจริงของประกันชีวิตออกจากความคิดเห็นเกี่ยวกับตัวแทนขายประกัน ว่าความจริงของแนวคิดของการทำประกันแท้จริง คือ “การคุ้มครองชีวิต” ส่วนความคิดเห็นเกี่ยวกับตัวแทนประกันนั้นเป็นประสบการณ์ที่เราเจอ เราไม่ควรใช้ทฤษฎีเหมารวมซึ่งจะไม่ยุติธรรมกับตัวแทนที่ดีสักเท่าไหร่ เพราะตัวแทนที่ดีอาจจะเสียหายได้จากการตัดสินทุกคนจากการกระทำของคนเพียงคนเดียว
มีอีกหนึ่งไอเดียที่เราได้จากการไปฝึกอบรมนักวางแผนการเงินจากเพื่อนที่นั่งข้างๆ ว่าเขามาค้นหาความจริงของประกันชีวิตด้วยการลองสอบเป็นตัวแทน เพื่อเก็บเป็นความรู้ไว้ซื้อประกันเองและเป็นที่ปรึกษากับคนรอบข้างด้วย
ความเข้าใจผิดหลายอย่างอาจจะเกิดขึ้นจากความไม่รู้ ไม่ตั้งใจหรืออาจจะเกิดจากความสนิทสนมจึงซื้อประกันช่วยเพื่อน ซึ่งสิ่งสำคัญที่บางครั้งถามจากตัวแทนที่พูดไม่ครบแล้ว วิธีที่เราป้องกันตนเองได้ดีที่สุด คือ อ่านสัญญาในกรมธรรม์ประกันชีวิต หากตรวจสอบเงื่อนไขต่างๆไม่ตรงกับเงื่อนไขที่ตัวแทนพูด เราสามารถ<
You might also like

วางแผนจัดการเงินให้เรามีชีวิตที่ดีในยุคดิจิทัลด้วย F...
เราควรจัดการเงินอย่างไร ถ้าเราตั้งเป้าหมายการเงินชัดเจน รู้ว่าต้องการเก็บเงินแต่ละก้อนไ...

หลังเกษียณมีรายได้เดือนละ 52,000 บาท แต่ทำไมถึงไม่พอใช้
ทัศนคติเรื่องการใช้เงินมีผลกับชีวิตประจำวันของเรา แม้ว่าเป็นข้าราชการมีรายได้แน่นอน หาก...

แนวทางวางแผนใช้เงินรายเดือน
ช่วงปลายปีที่แล้วแฟนเพจคนหนึ่ง Inbox...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว
