ปลดหนี้กับหาสามีอันไหนจะดีกว่ากัน?

คำถามนี้เป็นประเด็นโต้เถียงกันยาวเหยียดในไลน์กรุ๊ป Aommoney ระหว่างเรากับมาดามซูซี่ ที่นักบุญการเงินเป็นคนจุดประเด็นถามขึ้นมา แต่ไม่ช่วยกันหาคำตอบ จึงทำให้เจ๊ออมเงินอย่างเราต้องมาชี้แจงในบทความนี้ตอบโต้ไอเดียของกระเทยออมรักอย่างมาดามซูซี่

==> เราคิดว่าควรใช้เวลามานั่งปลดหนี้ให้ตัวเองดีกว่าการหาสามีที่นับวันจะเหลือของจริงน้อยลงทุกที

==> ส่วนมาดามก็บอกว่าควรหาสามีช่วยพัดวีแถมช่วยปลดหนี้ได้ด้วยมันดีที่สุดแล้วในสามโลก

เราจึงต้องแสดงจุดยืนที่ชัดเจนว่า “ปลดหนี้ดีกว่าหาสามีอย่างไร” เพื่อให้มาดามได้รู้ซึ้งสักทีว่าสามีเด็กหุ่นหมีน้อยเจ้าเนื้อที่กินตับกันอยู่กำลังจะสร้างหนี้ให้กระเทยออมรักอย่างมาดามซูซี่มากมายขนาดไหน ซึ่งนางก็ได้เขียนเอาไว้ที่นี่ http://bit.ly/1qQBNI9

1. ปลดหนี้เองสบายใจกว่าเยอะ

สาวสวยโสดอย่างเราควรยืนได้ด้วยลำแข้งของตนเอง ไม่หวังพึ่งพาลมหายใจจากคนอื่น เราสร้างหนี้เองต้องรับผิดชอบเองอย่างหวังหาสามีมาช่วยแบ่งเบา เพราะลำพังยังเอาตัวไม่รอด ถ้ามาอยู่ด้วยกันมีหวังพังไม่เป็นท่า

ใครจะไปใจดีเหมือนมาดามหละจ๊ะ ที่ตอนแรกคิดว่าจะหาสามีมาช่วยจ่ายหนี้โบท็อก แต่สุดท้ายพอได้ยินเสียงเสียงออดอ้อนกับสายตาเว้าวอนว่าอยากได้ผู้ร่วมทุนไปทำธุรกิจด้วยกัน มาดามหวังว่าอยากจะร่วมอย่างอื่นด้วยก็เลยควักกระเป๋าจ่ายให้หมดตัวเลย แล้วยังไงหละ ตอนนี้ยังไม่ได้เงินคืนเลยสักบาท แบบนี้เรียกว่าจะไปหลอกเขาแล้วถูกเขาหลอกได้ปะ 5555

2. ปลดหนี้หมดรู้สึกเป็นไท แต่มีสามีมันติดคุกทางใจ

การหาเงินจ่ายหนี้ ต้องอดทน ค่อยๆชำระหนี้ไปสักวันหนี้มันก็หมด เราจะรู้สึกถึงความมีอิสรภาพที่ไม่มีหนี้สินอีกต่อไป ไม่เหมือนกันการมีสามีที่ทำให้เราติดคุกทางใจไปได้ตลอดชีวิต แม้ว่าเลิกลากันไปนานแล้ว แต่เรายังลืมเขาไม่ได้สักที

อยากถามมาดามเหมือนกันว่าตอนนี้ลืมแฟนคนแรกได้แล้วรึยังจ๊ะ ฮึฮึ

3. ปลดหนี้แล้วชีวิตเป็นสุข มีสามีแล้วชีวิตเป็นสุก

เมื่อจ่ายหนี้ครบแล้วจะรู้สึกมีความสุขม๊าก มาก สุขภาพจิตดีเพราะไม่ต้องมานั่งเครียดว่าหาเงินที่ไหนดีมาจ่ายหนี้ เราจะเป็นเจ้าของทรัพย์สินนั้นอย่างสมบูรณ์ เคยได้ยินว่าการมีสามีที่ดีนั้นชีวิตยิ่งกว่าถูกหวยรางวัลที่ 1 แต่ถ้าดีในช่วงแรกๆแล้วต่อมาเริ่มมีลวดลาย นิสัยแย่ๆที่กลบเกลื่อนมานานแสดงชัดเจนขึ้นทุกวัน กลายเป็นอสุรกายพ่นไฟที่เราไม่เคยรู้จัก ถ้าเป็นแบบนี้การมีสามีก็ทำให้ชีวิตเราสุกทั้งเป็นจากไฟที่แผดเผา

แต่ก็ยกเว้นไว้คนนึงนะ ลุงเกรย์ผู้น่ารักที่ความรักกล่อมเกลาจิตใจจนทำให้เป็นเทพบุตรในร่างอสูรกาย ที่ภาพนอกดูเป็นคนแข็งกระดาง แต่ความคิด จิตใจสะอาดใสปิ้ง วิ้งๆ

4. ปลดหนี้หมดจะได้ออมเงิน แต่มีสามีจะอมเงิน

เราจ่ายหนี้ทุกเดือนจนกลายเป็นเรื่องปกติ เมื่อเราชำระหนี้ครบแล้วก็ควรนำเงินก้อนที่เคยชำระหนี้นั้นแหละมาเป็นเงินออม เพื่อฝึกนิสัยการออมเงิน เหมือนกับการผ่อนเงินออมของเราในอนาคต แต่มีสามีนั้นเราจะรู้จักแต่คำว่า “อมเงิน” ชอบนำไปซ่อนตามที่ต่างๆ กระเป๋าเสื้อ ในตู้เสื้อผ้า ซอกเล็กซอกน้อยตรงไหนก็ซ่อนได้ เหลือกลับมาให้เราไม่เท่าไหร่

มาดามซูซี่น่าจะรู้จักวิธีอมเป็นอย่างดีนะจ๊ะ ได้ข่าวว่าแฟนเด็กของมาดามชอบ "อม" บ่อยมาก โดยเฉพาะอมเงินในกระเป๋าเสื้อที่มาพร้อมรอยลิปสติกของใครไม่รู้ที่คอเสื้อ รอยปากเล็กๆที่เคยถ่ายรูปส่งมาให้ดูแบบนั้นไม่น่าจะใช่ของมาดามหรอกนะ เพราะปากมาดาม XXL ซะขนาดนั้น

5. หนี้สินมีวันหยุดทำงาน แต่สามีไม่มีวันหยุดทำงาน

เราสร้างวินัยการชำระหนี้โดยการจ่ายให้ตรงเวลาเพื่อเป็นการสร้างเครดิตลูกหนี้ที่ดี พร้อมกับเก็บเอกสารการชำระหนี้ทั้งหมดไว้เพื่อไปทำธุรกรรมต่างๆต่อไปในอนาคต เมื่อชำระหนี้ครบหนี้สินของเราหยุดทำงาน(ชำระหนี้หมด)และเครดิตลูกหนี้ที่ดียังคงอยู่ตลอดไป แต่สามีนี่ไม่เห็นมีวันหยุดทำงานเลย รักงานมาก ทำแต่งานจนไม่มีเวลาให้ครอบครัว กลับบ้านดึกดื่น พอตื่นเช้ามาบอกว่าทำงานหนักเพื่อลูกเมียแล้วก็รีบกระวีกระวาดออกไปทำงาน ทำงานหนักจนเสียสุขภาพ ไม่มีเวลาให้ครอบครัวแบบนี้ก็เป็นสามีที่ดีเกินไป ควรจะแบ่งเวลาต่างๆให้ชัดเจนระหว่างเวลางานและครอบครัว

อิจฉาแฟนปัจจุบันของมาดามมากๆ น้องหมีรักและทำงานหนักเพื่อหาเงินมาให้มาดามฉีดโบท็อก (ทั้งๆที่รู้ว่าเสียเงินเปล่า) เห็นทั้งวันก็นั่งทำแต่ Infographic เจอคอมพิวเตอร์มากกว่าเจอหน้ามาดามซะอีกนะ ระวังนะคะจะมีกิ๊กเป็นคอมพิวเตอร์ 5555