5 เหตุผลที่เราจำเป็นต้องมี “ความรู้ทางการเงิน”
ปัญหาในชีวิตคนเราทุกวันนี้ เกินกว่าครึ่งคือ "ปัญหาทางการเงิน" ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง เงินไม่พอใช้ เป็นหนี้ หรือลงทุนแล้วขาดทุนอย่างหนัก ถึงขนาดนี้ ก็ยังมีน้อยคนที่จะใส่ใจเรื่องการเงินของตัวเอง เพราะส่วนใหญ่มักจะคิดว่า
- การเงินเป็นเรื่องยุ่งยาก ซับซ้อน เกินกว่าตัวเองจะเรียนแล้วเข้าใจ
- ถามผู้ (ที่ตัวเองคิดว่า) รู้ ได้คำตอบสำเร็จรูป ง่ายกว่า จะศึกษาเองไปทำไม
- ตัวเองรู้ดีอยู่แล้ว (ฉลาดเรื่องอื่น ดังนั้นเรื่องเงินจะฉลาดตามไปด้วย) คิดเองเออเอง ว่าที่ตัวเองทำน่าจะเวิร์ค
แต่รู้ตัวไหมว่า การที่เรายิ่งปฏิเสธที่จะศึกษาเรื่องการเงินมากขึ้นเท่าไหร่ ยิ่งพึ่งพาการเงินจากคนอื่นมากขึ้นเท่าไหร่ เรายิ่งเดินเข้าใกล้หุบเหวของปัญหาการเงินของตัวเองมากขึ้นเท่านั้น
และ 5 ข้อต่อไปคือเหตุผลว่าทำไมเราถึงปฏิเสธที่จะศึกษาเรื่องการเงินไม่ได้อีกต่อไปแล้ว ถึงแม้เราจะไม่ต้องการแค่ไหนก็ตาม
1. จะได้รู้เท่าทันคนที่มาหาผลประโยชน์
ยิ่งเรามีความรู้ทางการเงินน้อยเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีโอกาสที่เราจะตกเป็นเหยื่อคนที่รู้มากกว่า หรือคนที่แสวงหาผลประโยชน์จากความโลภของมนุษย์ มากขึ้นเท่านั้น ทั้งการลงทุนแบบแปลกๆ ที่ล่อลวงด้วยผลตอบแทนสูงๆ ไปจนถึงการขายผลิตภัณฑ์การเงินทั่วไป ไม่ว่าจะกองทุน หรือประกัน ที่คนที่ไม่รู้เรื่อง ก็มักจะถูกคนขายปิดปังข้อมูล หรือพูดให้ดูดีเกินจริง จนหลงซื้อด้วยความเข้าใจผิดอยู่บ่อยๆ
เราจะยอมตกเป็นเหยื่อไปจนถึงเมื่อไหร่ กว่าที่จะรู้จัวว่าเราควรจะฉลาดทางการเงินสักที?
2. เพราะชีวิตอยู่ยากขึ้นทุกวัน
เงินเฟ้อทั่วไป ทำให้ข้าวของแพงขึ้น เฉลี่ยปีละ 2-3% สินค้าและบริการบางอย่าง แพงเพิ่มขึ้นปีละกว่า 5-8% (เช่น น้ำมัน, ค่าเล่าเรียน, ค่ารักษาพยาบาล) ขณะที่เงินเดือนเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 2-4% (บางปีก็ไม่เพิ่ม โบนัสก็ไม่ได้)
30 ปีก่อน เงินเดือนเริ่มต้นป.ตรีเฉลี่ย 7,000-8,000 บาท ก๋วยเตี๋ยวราคาชามละ 15 บาท เท่ากับซื้อได้ประมาณ 50 ชาม
ปัจจุบันเงินเดือนเริ่มต้นป.ตรี 12,000-15,000 บาท ก๋วยเตี๋ยวราคาชามละ 40-50 บาท เท่ากับซื้อได้ประมาณ 25-30 ชาม
แสดงให้เห็นว่า "อำนาจการซื้อ" ของเราลดลง เพราะรายได้โตไม่ทันรายจ่าย แถมผลตอบแทนที่เคยได้แบบง่ายๆสูงๆ อย่างฝากเงินกับธนาคารได้ดอกเบี้ย 7-10% ในอดีต ก็เหลือแค่ 0.50-1.50% ในปัจจุบัน นั่นแสดงให้เห็นว่าเรา "อยู่ยาก" กว่าแต่ก่อนมาก และจะยิ่งยากขึ้นเรื่อยๆในอนาคต ถ้าเรายังทำงานไปแบบเรื่อยๆ ใช้วิธีเดิมๆในการออมเงิน แล้วเราจะอยู่รอดได้ยังไงในอนาคต?
ดูแล้วถ้าเราอยากรอดก็คงไม่มีทางเลือกมากนัก นอกจากต้องมีความรู้ทางการเงิน การลงทุน เพื่อให้สามารถหาผลตอบแทนของเงินออมได้สูงขึ้น แล้วก็ต้องรู้จักนำความรู้ที่ได้ไปต่อยอด หารายได้ สร้างทรัพย์สิน สร้างธุรกิจเพิ่มเติม เพื่อให้มีรายได้เพิ่มขึ้นหลายทาง ถึงจะมีโอกาสอยู่ดีมีสุขได้มากขึ้น
3. จะได้ไม่สร้างปัญหาให้ตัวเอง หรือแก้ปัญหาผิดๆ
อย่างที่บอกไปว่าปัญหาในชีวิตของเราส่วนใหญ่ก็คือปัญหาเรื่องเงินๆทองๆ เพราะขาดความรู้ทางการเงินทำให้เราอาจะขาดสติในกภารใช้จ่าย จนเป็นหนี้ ไม่รู้วิธีคำนวณดอกเบี้ยหรือบริหารจัดการหนี้สินที่ถูกต้อง ก็ยิ่งทำให้หนี้เราพอกพูนขึ้นเรื่อยๆแทนที่จะลดลง ถ้าขาดความรู้ในเรื่องการวิเคราะห์การลงทุนและความเสี่ยง แทนที่จะได้กำไรในระยะยาว กลับยิ่งขาดทุนจนเข็ดขยาด
เพราะปัญหาเรื่องเงิน ไม่สามารถแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนได้ด้วยการแค่โยนเงินให้ แต่ต้องแก้ด้วยความรู้ความเข้าใจทางการเงินอย่างถูกต้องเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
4. จะได้ไม่ประมาท
คนที่ขาดความรู้เรื่องการเงินที่ครอบคลุมอาจจะมองเรื่องเงินได้แค่เรื่องกิน-ใช้ หาเงิน หรือมองแต่ผลกำไรที่จะได้เป็นหลัก แต่ไม่มองหรือมองข้ามเรื่องของความไม่แน่นอนต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในชีวิต ว่าถ้าเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นมา เราจะต้องเสียเงินมากขนาดไหน? ลงทุนแล้วขาดทุนหนักๆขึ้นมาจะป้องกัน หรือแก้ไขยังไง? จะวางแผนเตรียมพร้อมรับมือไว้ล่วงหน้ายังไง เพราะมักนึกแต่ผลได้อย่างเดียว แต่ลืมดูผลเสีย หรือไม่ก็คิดว่าชีวิตเราไม่น่าเกิดเรื่องร้ายแรง บาดเจ็บ ล้มป่วย ไฟไหม้ น้ำท่วมขึ้น จนต้องเข้าโรงพยาบาล มันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับคนอื่น ไม่น่าเกิดขึ้นกับเรา ถ้าคิดได้แค่นี้เท่ากับว่า เราโยนความมั่นคงของชีวิตให้ขึ้นอยู่กับ "ดวง" อย่างเดียว โดยที่เราไม่คิดที่จะควบคุมชีวิตด้วยตัวเอง แต่ถ้าเรามีความรู้เรื่องการบริหารจัดการความเสี่ยงต่างๆในชีวิตเป็นอย่างดี จะความรู้ที่มีจะช่วยทำให้เรามีสติ ไม่ประมาท เพราะรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเราได้บ้าง และควรจะหาวิธีการรับมือยังไง
5. จะได้ยืนด้วยลำแข้งของตัวเองได้
คนที่จน ก็ยังจนอยู่วันยังค่ำเพราะอะไร? ก็เพราะพวกเขาไม่คิดที่จะก้าวหน้าด้วยน้ำมือตัวเองไงล่ะครับ! ได้แต่ "ขอ" และหวังพึ่งคนอื่น ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์, ขอพลังจักรวาล, ขอคำตอบจากกูรู, ลงทะเบียนคนจน รอรับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล พอไม่ได้ดั่งใจก็ตัดพ้อ ก่นด่าชีวิต ฉันโชคร้าย เกิดมาจน, ทำไม่ได้เพราะขาดโอกาส เงื่อนไขชีวิตต่างกัน, รัฐบาลเฮงซวย ประเทศแย่ ฯลฯ แต่ไม่เคยโทษตัวเองเลย
You might also like

“เงินฝากเผื่อเรียก Protect Life” ได้รับประกันทั้งเงิ...
เงินฝากเผื่อเรียก Protect Life ดอกเบี้ยเงินฝาก 0.15% ต่อปี ดอกเบี้ยรับเต็ม ไม่ต้องเสียภ...

วางแผนจัดการเงินให้เรามีชีวิตที่ดีในยุคดิจิทัลด้วย F...
เราควรจัดการเงินอย่างไร ถ้าเราตั้งเป้าหมายการเงินชัดเจน รู้ว่าต้องการเก็บเงินแต่ละก้อนไ...

ตีแผ่อาชีพตัวแทนประกันชีวิต เป็นอย่างไร เหมาะกับใคร ...
จากผลกระทบของโควิด-19 ผมเชื่อเหลือเกินว่า ทุกวันนี้คงไม่มีใครไม่ตระหนักแล้วว่า การมีราย...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว
