ภาระหนี้กัดกร่อนความฝันชนชั้นกลาง เมื่อ 2 ใน 3 ของบัญชีหนี้อาจเป็นสินเชื่อที่ไม่สร้างรายได้ จะป้องกันและแก้ไขยังไงดี?

“เรียนจบทำงาน มีรถ มีบ้าน ซื้อของที่อยากได้”
นั่นคือความฝันแบบชนชั้นกลางที่เราน่าจะเคยได้ยินกันมาเสมอ
แน่นอนว่าแต่ละคนก็อาจจะฝันแตกต่างกันออกไป เพราะเดี๋ยวนี้หลายคนอาจจะไม่ได้อยากมีบ้าน มีรถ หรือแม้แต่แต่งงานมีครอบครัว แต่ก็ยังเชื่อว่าหลายคนก็คงอยากทำงานที่ดี มีเงินทองใช้จ่ายโดย ไปเที่ยว กินอาหารอร่อยๆ เหลือเก็บบ้าง ลงทุนบ้าง เก็บไว้เกษียณบั้นปลายชีวิต
แต่พอเรียนจบมาจริงๆ ชีวิตการทำงานมันก็ไม่ได้ง่าย หลายคนทำงานไป อาจจะชักหน้าไม่ถึงหลัง มีการก่อหนี้ขึ้นระหว่างทาง เข้าสู่วังวนวัยทำงานที่มีหนี้สินมาพัวพันเข้าไปด้วย จะกลับตัวก็ไม่ง่าย เดินต่อไปทางก็แคบลงเรื่อย ๆ ไหนจะปัญหาเศรษฐกิจและวิกฤตอื่น ๆ อีก ![]()
จากข้อมูลสถานการณ์ปัจจุบันข้อมูลหนี้ครัวเรือนไทย พบว่า (ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทยและสถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์)
- 1 ใน 3 ของคนไทยมีหนี้
- 1 ใน 5 ของคนที่เป็นหนี้มีหนี้เสีย
- 2 ใน 3 ของบัญชีหนี้ครัวเรือนเป็นสินเชื่อที่อาจไม่สร้างรายได้ (สินเชื่อส่วนบุคคล 39% และบัตรเครดิต 29%)
- 57% ของคนที่มีหนี้ มีหนี้เกิน 100,000 บาท
- 14% มีหนี้เกิน 1,000,000 บาท
จะเห็นได้ว่าสถานการณ์หนี้ของคนไทยค่อนข้างน่ากังวลไม่น้อยเลย
ในสถานการณ์นี้ แชมป์หนี้เสีย คือ คนรุ่นใหม่ที่เพิ่งเริ่มทำงาน โดย 1 ใน 4 ของกลุ่มนี้มีหนี้เสีย และ 1 ใน 2 เริ่มมีหนี้ตั้งแต่เริ่มทำงาน สัดส่วนตรงนี้เพิ่มขึ้นมาเรื่อย ๆ ในช่วง 12 ปีที่ผ่านมา
ส่วนใหญ่เป็นหนี้บัตรเครดิต หนี้ส่วนบุคคล หนี้ของยานพาหนะ (ผ่อนรถยนต์ / ผ่อนรถมอเตอร์ไซค์) และ 40% ของลูกหนี้จ่ายแค่ขั้นต่ำของหนี้ ทำให้เมื่อก่อหนี้แล้วก็จะเป็นหนี้ต่อไปอีกนาน
สาเหตุของปัญหาหนี้ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปอ.) และ สถาบันวิจัยเศรษฐกิจค้นพบเกิดจาก
การขาดวินัย
ลูกหนี้กลุ่มนี้มักจะซื้อของที่อยากได้เกินจ่ายไหว ไม่ออมก่อนใช้ ถูกกระตุ้นด้วยโฆษณาชวนให้ซื้อและชวนกู้โดยไม่นึกถึงภาระหนี้ที่มี
การขาดความรู้
เมื่อมีรายได้เข้า ไม่มีแผนทางการเงินและสามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายไม่รู้ข้อมูลที่จำเป็น ประกอบกับไม่รู้วิธีการจัดการหนี้และกฎหมาย ทำให้เสียเปรียบ ทั้งตอนกู้และตอนค้างจ่าย
การขาดรายได้
สาเหตุนี้ส่วนใหญ่เกิดในกลุ่มเปราะบาง ที่มีรายได้น้อย รายได้ไม่มั่นคงทำให้ขาดสภาพคล่องทางการเงิน และอาจเข้าไม่ถึงหนี้ในระบบ จนต้องไปกู้นอกระบบแทน
การขาดภูมิคุ้มกัน
ครัวเรือนหลายกลุ่มมีรายได้ที่ไม่แน่นอน และจะไม่แน่นอนสูงขึ้นในอนาคตเพราะสภาพเศรษฐกิจ รวมทั้งรัฐยังไม่มีระบบสวัสดิการที่เข้าถึงและมีประสิทธิภาพมารองรับ
ธนาคารแห่งประเทศไทยแนะนำแนวทางในการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนไว้ว่าอย่างไร
จะเห็นได้ว่าจากปัญหาหนี้เสียที่เกิดขึ้น เกิดขึ้นจากหลายปัจจัยและส่งผลเสียต่อสังคมไทยในหลายด้าน ธนาคารแห่งประเทศไทยเสนอว่าการแก้ปัญหานี้ครัวเรือนนี้ต้องทำอย่างครบวงจรให้เหมาะกับลักษณะและสาเหตุของปัญหาในแต่ละช่วงของการเป็นหนี้ ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน ทั้งเจ้าหนี้ ลูกหนี้ และภาครัฐ
“เจ้าหนี้ต้องยึดหลัก การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending) รวมถึงการดูแลหนี้เรื้อรัง (Persistent Debt)” มาตรการนี้ประกอบด้วย 3 เรื่องสำคัญ คือ
ส่วนแรกคือการช่วยเหลือลูกหนี้ทั่วไปอย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม
ขั้นตอนนี้ครอบคลุมตั้งแต่การควบคุมการโฆษณา ก่อน/กำลังจะเป็นหนี้ ต้องโฆษณาและเสนอขายผลิตภัณฑ์โดยให้ข้อมูลที่ครบถ้วน ถูกต้อง ชัดเจน ไม่กระตุ้นให้ลูกหนี้เป็นหนี้เกินตัว ปรับโครงสร้างหนี้อย่างน้อยหนึ่งครั้ง พร้อมทั้งห้ามโอนขายหนี้ในช่วง 60 วันหลังเสนอแผน (บังคับใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2567)
ส่วนที่สองมุ่งช่วยเหลือลูกหนี้เรื้อรังกลุ่มเปราะบาง
เจ้าหนี้ต้องเสนอวิธีปิดหนี้ที่เหมาะสม เช่น การปรับเปลี่ยนเป็นสินเชื่อผ่อนชำระเป็นงวดพร้อมลดดอกเบี้ย ให้ปิดหนี้เรื้อรังได้ภายใน 5 ปี ด้วยอัตราดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ 15 ต่อปีและมีเงินเหลือพอดำรงชีพ เพื่อให้ไม่ก่อหนี้เพิ่มและควรมีรายงานประวัติข้อมูลเครดิตว่าลูกหนี้ได้ปรับโครงสร้างหนี้ (มีผลตั้งแต่ 1 เมษายน 2567)
ส่วนสุดท้ายเน้นการคุ้มครองสิทธิลูกหนี้ให้เป็นธรรมยิ่งขึ้น
เจ้าหนี้ต้องปฏิบัติต่อลูกหนี้อย่างเป็นธรรมและโปร่งใส เช่น การยกเลิกค่าปรับไถ่ถอนสินเชื่อก่อนกำหนดและดอกเบี้ยทบต้นสำหรับสินเชื่อรายย่อย ไม่คิดค่าธรรมเนียมการปรับโครงสร้างหนี้ และไม่บังคับให้กดเงินทันทีหลังได้รับอนุมัติสินเชื่อบัตรกดเงินสด มีการแจ้งเตือนกระตุ้นการชำระหนี้อย่างมีวินัย เพื่อส่งเสริมความรับผิดชอบทางการเงินของลูกหนี้
หากลูกหนี้ได้รับบริการที่ไม่เป็นธรรม สามารถร้องเรียนได้ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย โทร 1213
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมอย่างละเอียดได้ที่: https://www.tba.or.th/en/about-us/responsible-lending/
แม้ว่าการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนจะเป็นเรื่องท้าทาย แต่ด้วยความร่วมมือของทุกภาคส่วนและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทางการเงินที่เริ่มจากตัวเราย่อมสามารถบรรเทาวิกฤตนี้และสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับสังคมไทยได้ในระยะยาว
มาเริ่มต้นวางแผนการเงินให้ดี ไม่สร้างหนี้เพิ่มเพื่อร่วมกันสร้างระบบการเงินที่เป็นธรรมและยั่งยืนสำหรับทุกคนกันเถอะ!
Tagged in
You might also like

Passive Income แบบไม่เสี่ยงสูง? ...
เมื่อโลกการเงินปี 2026 ไม่ได้ใจดีอย่างที่คิด ตลาด Crypto เหวี่ยงจนนอนไม่หลับ หุ้นไทยนิ่...

Investment for a Good Life ลงทุนกับบ้านที่อยู่ดีตั้ง...
อริสโตเติล นักปรัชญาชาวกรีกผู้ยิ่งใหญ่ เคยกล่าวไว้ว่า“Well begun is half done” หรือ&nbs...

“QHHRREIT” กองทรัสต์โรงแรมคุณภาพ แบรนด์ “Centr...
ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา หลังเกิดวิกฤตโควิด “การท่องเที่ยว” คือหนึ่งในภาคธุรกิจหลักที่ทำให้...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

