ยุคสมัยแห่งการซื้อทุกอย่าง แต่ไม่เป็นเจ้าของอะไรสักอย่าง เมื่อโลกเปลี่ยน มุมมองการเงินของ Gen Z ก็ต่างจากคนรุ่นก่อน

ยุคสมัยแห่งการซื้อทุกอย่าง แต่ไม่เป็นเจ้าของอะไรสักอย่าง เมื่อโลกเปลี่ยน มุมมองการเงินของ Gen Z ก็ต่างจากคนรุ่นก่อน

ในโลกที่ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้เสมอ มวลมนุษยชาติกำลังเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน ทั้งค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ภาวะสงคราม รวมไปถึงความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้คนรุ่นใหม่ต้องปรับตัวครั้งใหญ่ รวมไปถึง “มุมมองที่มีต่อการเงิน”

???? ทำไมต้อง Gen Z

Gen Z หรือ Gen Zers คือกลุ่มคนที่เกิดระหว่างปี 1997 - 2012 คือกลุ่มประชากรที่โดดเด่นและน่าจับตามองมากที่สุดกลุ่มหนึ่ง เหตุผลสำคัญคือการกำลังเข้าสู่ตลาดแรงงานในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ทั้งในแง่ของเทคโนโลยีและรูปแบบการทำงาน ทำให้พวกเขาต้องปรับตัวอย่างมาก กับความท้าทายที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

- Gen Z เป็นคนรุ่นแรกที่เติบโตมาในยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัว พร้อมกับต้องเผชิญกับวิกฤตทางเศรษฐกิจและสังคมที่ซับซ้อน เช่น การแพร่ระบาดของโควิด-19 และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

- Gen Z ต้องเผชิญกับค่าครองชีพที่สูงขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะในเรื่องที่อยู่อาศัยและค่าครองชีพ ทำให้เป้าหมายทางการเงินแบบเดิม เช่น เรียนจบเพื่อทำงาน ทำงานเพื่อความมั่นคง จากนั้นลงหลักปักฐานซื้อบ้าน - ซื้อรถ สร้างครอบครัว สร้างธุรกิจส่วนตัว กลายเป็นสิ่งที่ยากจะบรรลุ

- Gen Z เติบโตมาพร้อมกับสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งมีอิทธิพลอย่างมากต่อมุมมองและการตัดสินใจทางการเงินของพวกเขา

???? ปรัชญาที่สั่นคลอนมุมมองความเชื่อแบบเดิม

ข้อมูลจากสำนักข่าว BBC ระบุว่า “ทุกคนรู้สึกเครียดจากต้นทุนที่สูงขึ้นและเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน แต่สำหรับ Gen Z แล้ว ผลกระทบที่พวกเขาได้รับจะรุนแรงเป็นพิเศษ พวกเขาได้รับผลกระทบในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว และอาจได้รับผลกระทบต่อไปในอนาคต”

มีเนื้อหามากมายใน Tiktok ที่สร้างโดยคนกลุ่มเจนเนอเรชันเดียวกัน เล่าว่า “รุ่นของพวกเราไม่สามารถบรรลุเป้าหมายทางการเงินแบบดั้งเดิมได้ ไม่มีโอกาสได้มีบ้านเป็นของตัวเอง ไม่สามารถสะสมความมั่งคั่งให้เพียงพอต่อการเกษียณ และอยู่บนดาวเคราะห์ที่กำลังจะตาย ฯ”

เนื้อหาแบบนี้มีอิทธิพลและกินใจกลุ่มคนในช่วงอายุเดียวกันและแน่นอนว่ามันสร้างผลกระทบเป็นวงกว้าง โดยเหล่าครีเอเตอร์ เรียกสิ่งนี้ว่า Nihilism (นีฮิลิสติก)

???? Nihilism หรือสุญนิยม ปรัชญาเบื้องหลังความเบื่อโลก

สุญนิยม (Nihilism) คือปรัชญาที่มองว่าทุกสรรพสิ่งไม่มีอยู่จริง และถูกประกอบสร้างขึ้นเพื่อผลประโยชน์บางประการ แนวคิดนี้มักถูกพูดขำๆ ว่าเป็นแนวคิดของคนที่เบื่อโลก ที่มองว่าทุกสิ่งรอบตัวเป็นเรื่องโกหกหลอกลวง ไร้ค่า และไร้ความหมาย แต่นั่นก็แค่มุมมองหนึ่ง

???? Gen Z ไม่ได้ใช้ชีวิตเพื่อทำงานแบบเดิม

ตามการอัปเดตแนวโน้มเศรษฐกิจโลกของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) กรกฎาคม 2024 ระบุว่า "โมเมนตัมของภาวะเงินเฟ้อทั่วโลกกำลังชะลอตัว" โดยมีสาเหตุจากอัตราเงินเฟ้อที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยอย่างต่อเนื่อง ข้อจำกัดทางการค้าข้ามพรมแดน และการที่ธนาคารกลางไม่เต็มใจที่จะเริ่มลดอัตราดอกเบี้ย

ในบริบทนี้ ความรู้สึกเชิงลบเกี่ยวกับการเงินไม่ใช่ปัญหาของ Gen Z เพียงกลุ่มเดียว

บริษัทการเงิน Brightplan ได้ทำการสำรวจที่ชื่อว่า Wellness Barometer 2024 ซึ่งทำการสำรวจจากพนักงาน 1,400 คน ทั้งหมดทำงานในบริษัทระดับโลกที่มีที่ตั้งอยู่ในสหรัฐอเมริกา

รายงานฉบับนี้พบว่าผู้คนส่วนใหญ่ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ก็ตาม รู้สึกเครียดเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเงินของตน โดยปัจจัยที่ทำให้เกิดความเครียด ได้แก่ เงินเฟ้อสูง ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น และความผันผวนของตลาด

แอนดรูว์ รอธ (Andrew Roth ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารบริษัท dcdx บริษัทวิจัยและที่ปรึกษาเกี่ยวกับเทรนด์ของเจนเนอเรชันซี) กล่าวว่า “สิ่งที่บางคนมองว่าเป็นความเกียจคร้านหรือสุญนิยมอาจจะเป็นภาวะหยุดชะงัก เพราะมีตัวเลือกมากมายกว่าเดิม"

‘การเล่นเกมทางการเงิน - Gamification of Personal Finance" ที่ขับเคลื่อนโดยโซเชียลมีเดีย อย่างการเพิ่มมูลค่าหุ้นมีม (meme stocks) การส่งเสริมทัศนคติเชิงสุญนิยมต่อเงิน ปรากฏการณ์ "girl math" ในปี 2023 หรือการติดป้ายไว้ว่า Gen Z คือยุคที่ "คนซื้อทุกอย่างแต่ไม่เป็นเจ้าของอะไรเลย" ทั้งหมดนี้เพื่อจะสื่อถึงปรัชญาแบบสุญนิยมที่ว่า ‘เงินไม่ใช่สิ่งที่มีค่าในตัวมันเองอย่างแท้จริง - Money Isn’t Real’

มาร์ค บีล (Mark Beal ผู้ช่วยศาสตราจารย์ที่ Rutgers University School of Communication and Information และผู้เขียนหนังสือ ZEO: Introducing Gen Z – The New Generation Of Leaders) ชี้ให้เห็นว่าคนรุ่นนี้ยังคงมีเป้าหมายทางการเงิน แต่พวกเขาเข้าถึงมันด้วยวิธีที่แตกต่างออกไป แทนที่จะยึดติดกับแผนการเงินแบบดั้งเดิม Gen Z ให้ความสำคัญกับการมีชีวิตที่สมดุลมากกว่า พวกเขา "ทำงานเพื่อใช้ชีวิต" แทนที่จะ "ใช้ชีวิตเพื่อทำงาน"

???? Gen Z ยังไม่ได้หมดหวังเสียหน่อย

แม้จะเผชิญกับความท้าทาย แต่การสำรวจล่าสุดพบว่า Gen Z มีมุมมองที่เป็นบวกมากขึ้นเกี่ยวกับความสามารถในการจัดการค่าใช้จ่ายในครัวเรือน เมื่อเทียบกับคนรุ่นก่อน นี่อาจเป็นสัญญาณว่าพวกเขากำลังปรับตัวได้ดีกับสภาพแวดล้อมทางการเงินที่ท้าทาย

ตามรายงานจาก Redfin บริษัทอสังหาริมทรัพย์ของสหรัฐฯ มากกว่าหนึ่งในสี่ (26.3%) ของสมาชิกผู้ใหญ่ (Gen Z) เป็นเจ้าของบ้านในปี 2023 รวมถึง รายงานปี 2024 จากศูนย์วิจัยสังคมแห่งชาติของสหราชอาณาจักร พบว่า 81% ของกลุ่ม Gen Z จะซื้อบ้านหากทำได้

ผลการสำรวจล่าสุดจาก TransUnion พบว่า Gen Z "ดูเหมือนจะมีเสถียรภาพมากที่สุดในบรรดาคนรุ่นอื่น ๆ " โดยในไตรมาสที่สองของปี 2024 คนรุ่น Gen Z กว่า 65% ระบุว่าพวกเขารู้สึกมั่นใจในความสามารถในการจัดการค่าใช้จ่ายในครัวเรือนในปีหน้า เทียบกับกลุ่มเบบี้บูมเมอร์และกลุ่ม Gen X ที่มั่นใจน้อยกว่า 50%

ในท้ายที่สุด Gen Z กำลังสร้างนิยามใหม่ของความสำเร็จทางการเงิน แม้ว่าพวกเขาอาจถูกเรียกว่าเป็นคนรุ่น "ซื้อทุกอย่าง แต่ไม่เป็นเจ้าของอะไรสักอย่าง" แต่มุมมองนี้อาจเป็นการปรับตัวที่ชาญฉลาดต่อโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ลิเลียน สโตน (Lillian Stone) นักเขียนของ BBC ได้เขียนทิ้งท้ายในบทความ ‘How Gen Z became so nihilistic about money’ ว่า การใช้ชีวิตไปวันๆ โดยไม่ต้องกังวลมากเกินไปเกี่ยวกับอนาคตในช่วงอายุ 20 ต้น ๆ เป็นเรื่องที่พบได้ทั่วไปและเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่ทำกัน และวันหนึ่งเรื่องการเงินก็จะกลายเป็นเรื่องที่เราจะต้องให้ความสนใจเองในที่สุด

You might also like

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save