”การเงินส่วนบุคคล” คือ “เรื่องส่วนบุคคล” หาสิ่งที่เราทำได้อย่างสม่ำเสมอ มีวินัย เพื่อไปถึงเป้าหมายการเงินของเราเอง

หลังจากที่ทำงานเป็นบรรณาธิการเพจ aomMONEY มาได้ปีกว่าๆ สิ่งหนึ่งที่เห็นอยู่บ่อยๆ คือเรื่องของเทรนด์การเงินต่างๆ ที่เป็นกระแสโด่งดังบนโลกออนไลน์ ผ่านเข้ามา แล้วผ่านไป แล้วก็มีเทรนด์ใหม่ๆ วนเข้ามาอีก
(ยังจำพวก FIRE, HENRY, DINK, Girl Math, Loud-Budgeting, Luxury Shame หรือ De-Influencing พวกนี้ได้ไหม?)
ตอนนี้มาใหม่อีกอันที่เรียกว่า “Underconsumption Core” ที่โปรโมตไลฟ์สไตล์ของการใช้สินค้าอุปโภคบริโภคแบบ “ประหยัดถึงแก่น” (Underconsumption = การบริโภคอย่างน้อยๆ, Core = แก่นกลาง) ใช้ขวดน้ำขวดแบบเติมน้ำได้ขวดเดียว ใช้เครื่องสำอางชิ้นเดียวจนหมดถึงจะซื้อใหม่ เครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นเดียวจนพังและใช้ไม่ได้ ใช้เฟอร์นิเจอร์มือสองที่ส่งต่อมาจากรุ่นพ่อแม่ ฯลฯ
เทรนด์นี้ถูกพูดถึงอย่างมากบน TikTok มีคนดูหลายล้านวิว ซึ่งก็เป็นกระแสต่อต้านการบริโภคที่มากเกินไป (Overconsumption) ซึ่งก็เป็นอีกขั้วหนึ่งของไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต
(ที่จริงคำว่า Core ในที่นี้ถ้าตีความตรงๆ ก็คือแก่นกลาง, แก่นแท้ แต่มันก็ถูกนำไปใช้ในบริบทอื่นๆ ที่แปลว่าความสวยงามหรือวิถีชีวิตก็ได้ เช่น Cottage Core ที่เป็นสไตล์การใช้ชีวิตแบบเนิบช้า อยู่กลางแจ้ง หรือ Goblin Core ก็จะเป็นสไตล์การแต่งตัวที่เน้นธรรมชาติ ของมือสอง ประมาณนั้นก็ได้)
สิ่งหนึ่งที่ทำให้เทรนด์นี้ถูกพูดถึงอย่างมากน่าจะเป็นช่วงจังหวะที่ผู้บริโภคเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องการเงินของตัวเองมากขึ้น ใส่ใจเรื่องการใช้จ่ายเงินในช่วงที่เศรษฐกิจไม่ดี การเงินฝืดจนชักหน้าไม่ถึงหลัง และรู้สึกอิ่มตัวกับตลาดที่เต็มไปด้วยการกระตุ้นให้จับจ่ายของอินฟลูเอนเซอร์ด้วย

จุดเริ่มต้นของ Underconsumption Core
หนึ่งในวิดีโอแรกๆ ที่เทรนด์นี้ถูกพูดถึงมาจาก มายา เฟลด์แมน (Maya Feldman) จากเยอรมัน ที่โพสต์วิดีโอว่าตัวเองยังใช้ไดร์เป่าผมที่ได้มาตั้งแต่เข้าวัยรุ่น (ตอนนี้เธออายุ 18 ปี) หรืออย่างกางเกงยีนส์ที่มีรู แต่ก็ยังใส่ได้ เธอก็ใช้ หรือแม้แต่เข็มขัดเก่าก็เอากลับตัดใช้ทำเป็นเครื่องประดับชิ้นใหม่ก็ได้
วิดีโอนี้ไวรัลและมีคนดูไปแล้ว 2.3 ล้านครั้ง และกดไลก์กว่า 440,000 ครั้ง
มีคนเข้ามาคอมเมนต์มากมายบอกว่านี่คือไลฟ์สไตล์ที่ตัวเองกำลังทำอยู่ หรือ บางคนก็บอกว่าได้แรงบันดาลใจเยอะมากๆ ที่จะใช้จ่ายน้อยลง ใช้สิ่งที่มีให้คุ้มค่ามากขึ้นหลังจากดูวิดีโอนี้
เฟลด์แมน ให้สัมภาษณ์กับ CNBC ว่า “ตอนเป็นเด็กฉันเติบโตมาโดยไม่ได้มีอะไรเยอะ เลยทำให้มีความคิดที่ว่าการทิ้งสิ่งของที่ยังใช้ได้อยู่เป็นเรื่องผิด”
ถ้าจะบอกว่าเทรนด์นี้ก็คล้ายๆ กับ “loud-budgeting” หรือ “de-influencing” ที่โลกโซเชียลมีเดียกำลังพยายามผลักดันเรื่องการไม่ใช้จ่ายเงินอย่างสุรุ่ยสุร่ายให้เป็นเรื่องธรรมดาก็คงได้
เพียงแต่ว่า “เทรนด์นี้จะโฟกัสที่การอัปไซเคิลของใช้ต่างๆ มากกว่า” ซาบริน่า ปาเร (Sabrina Pare) อินฟลูเอนเซอร์สายความยั่งยืนกล่าวถึงเรื่องนี้ “มันคือเทรนด์ที่นำสิ่งของมาอัปไซเคิล หาวิธีลดขยะ ของมือสองที่ได้รับมา หรือคิดอย่างละเอียดก่อนที่ซื้อของ” ปาเรกล่าวกับเว็บไซต์ The Guardian
วิดีโอของปาเรมีตั้งแต่การแชร์เรื่องใช้กางเกงที่อายุกว่า 7 ปี หรือการตัดหลอดเครื่องสำอางและใช้จนหยดสุดท้าย หรือการแชร์วิธีการยืดอายุการใช้งานสิ่งของในบ้านให้ใช้ได้นานยิ่งขึ้น “De-Influencing โฟกัสที่เรื่องการหยุดซื้อ แต่ [Underconsumption Core] โฟกัสที่เรื่องการใช้สิ่งที่ตัวเองมีอยู่แล้วให้คุ้มค่า”
แล้วนี่ไม่ใช่สิ่งที่เราทำกันอยู่แล้วเหรอ?
พอมันกลายเป็นกระแส ครีเอเตอร์หลายคนก็ออกมาตั้งคำถามแหละว่า แล้วนี่ไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปทำกันอยู่แล้วเหรอ? คำว่า Underconsumption มันควรเป็น “Normal Consumption” ไหม?
หลายคนก็บอกว่าใช่ เพราะปกติคนที่ใช้เงินอย่างประหยัดก็จะใช้ของที่ตัวเองมีอย่างคุ้มค่าอยู่แล้ว
เพียงแต่ว่าในโลกที่เต็มไปด้วยโฆษณากระตุ้นให้ซื้อของใหม่อยู่ตลอดเวลา เทคโนโลยีช่วยดันให้ผู้บริโภคจับจ่ายให้ง่ายที่สุด การมีกระแสแบบนี้ก็ออกมาก็จะช่วยให้คนตระหนักว่าการไม่บริโภค หรือการไม่จับจ่ายซื้อของตามคนดัง ตามวิดีโอรีวิวสินค้า ไม่ใช่เรื่องที่ผิดปกติอะไรนะ
มันช่วยดึงสติคนให้กลับมาอยู่กับการบริโภคสิ่งที่จำเป็นจริงๆ
ประเด็นที่ต้องระวังคือพอมันเป็นกระแสให้ลดการใช้จ่ายหรือไม่ใช้เงินเยอะเกินไป มันก็จะสุดโต่งไปอีกทางหนึ่งได้เหมือนกัน
ดักลาส โบนพาร์ธ (Douglas Boneparth) นักวางแผนการเงินผู้ก่อตั้ง “Bone Fide Wealth” บริษัทให้คำปรึกษาและจัดการด้านการเงินในนิวยอร์คชี้ว่าก่อนหน้านี้ก็มีกระแสเรื่อง FIRE (Financial Independence, Retire Early) หรือการเกษียณเร็วเก็บเงินแบบโหดๆ ออมเงินมากถึง 75% ของรายได้ โดยส่วนใหญ่แล้วจะยอมลดความสะดวกสบายในชีวิตลง ยอมอดตอนนี้ เพื่อจะไปให้ถึงอิสรภาพทางการเงินโดยเร็วที่สุด
“อีกด้านหนึ่งเมื่อเรายึดติดกับตรงนี้มากเกินไปคือคุณกำลังดูดเอาความสุขออกจากสิ่งต่างๆ รึเปล่า?” โบนพาร์ธตั้งคำถาม
เพราะที่จริงแล้วถ้าคุณไม่ปล่อยให้ตัวเองมีความสุขบ้างก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีเหมือนกัน เหมือนสุดคนละขั้ว ใช้น้อยแบบสุดๆ ชีวิตก็เหี่ยวแห้ง ใช้มากแบบสุดๆ ไม่เหลือเก็บเลย ชีวิตก็น่ากลัว เพราะฉะนั้นไม่ว่าคุณจะอยู่ตรงไหนของเรื่องนี้ก็ต้องให้พอดีๆ
”การเงินส่วนบุคคล” คือ “เรื่องส่วนบุคคล”
สุดท้ายดูเหมือนว่าสิ่งสำคัญที่สุดในเรื่องของการเงินคือ ‘ความพอดี’ ซึ่งแต่ละคนก็จะไม่เหมือนกันอีกนั่นแหละ เพราะความต้องการหรือสิ่งที่เราให้ความสำคัญในชีวิตก็แตกต่างกัน
มีประโยคหนึ่งจาก รามิตร เศรษฐี (Ramit Sethi) ผู้เขียนหนังสือ “ผมจะสอนให้คุณรวย” ที่บอกว่า “ความประหยัด พูดง่ายๆ ก็คือการเลือกสิ่งที่คุณรักมากพอที่จะใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย—แล้วตัดค่าใช้จ่ายในสิ่งที่คุณไม่รักโดยไม่ต้องปรานี”
หรือพูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ เราต้องรู้ก่อนว่าสิ่งที่มีคุณค่าและทำให้เรามีความสุขจริงๆ มันคืออะไร แล้วสิ่งที่ไม่ได้สำคัญกับเราเลย (แต่มันอาจจะสำคัญกับคนอื่นก็ได้นะ) คืออะไร?
สิ่งที่สำคัญและทำให้เรามีความสุขมาก ถ้าซื้อได้ก็ซื้อ ถ้าซื้อไม่ได้แต่อยากได้จริงๆ ก็เก็บเงินเพื่อจะซื้อ
สิ่งที่ไม่สำคัญและซื้อมาก็ไม่ได้ทำให้เรามีความสุข ก็ตัดมันออกไปเลย
เศรษฐียกตัวอย่างครับว่าตัวเองชอบอ่านหนังสือมาก เพราะฉะนั้นพอเป็นหนังสือ ซื้อไปเลยเพราะมันช่วยพัฒนาความรู้และความคิดของตัวเอง เขามีความสุขทุกครั้ง
แต่ถึงแม้เขาจะเป็นมูลค่าทางทรัพย์สินกว่า 25 ล้านเหรียญ (840 ล้านบาท) เขากลับเลือกที่จะขับรถยนต์ Honda Accord อายุ 20 ปีที่ยังใช้งานได้ดีของตัวเองมาตลอดตั้งแต่ออกจากมหาวิทยาลัย เพราะสำหรับเขารถยนต์ก็เป็นยานพาหนะที่ขอให้ปลอดภัย สภาพดี และพาเขาไปไหนมาไหนได้ก็เพียงพอแล้ว
เห็นไหมครับว่าความสุขของเราก็ไม่เหมือนกัน สิ่งที่เราให้ความสำคัญก็ไม่เหมือนกัน เราต้องหาให้เจอว่าอะไรกันที่เราใช้เงินซื้อแล้วทำให้ความสุขในชีวิตเพิ่มขึ้นจริงๆ
โบนพาร์ธ สรุปประเด็นเรื่องของ Underconsumption Core ไว้ได้อย่างน่าสนใจว่า เทรนด์นี้แม้จะเป็นแรงบันดาลใจที่ดี แต่คนที่จะทำตามก็ควรวิเคราะห์อย่างฉลาดด้วยว่ามันจะกระทบกับชีวิตแบบไหนและเราจะได้อะไรที่เป็นประโยชน์บ้าง เพราะเมื่อกระแสมันผ่านไป ไลฟ์สไตล์ที่สำคัญและจะยังอยู่ต่อไปคือการใช้ชีวิตแบบสมดุล
“กุญแจสำคัญของการเงินส่วนบุคคลคือคำว่า ‘ส่วนบุคคล’ นั่นแหละ เป้าหมายปลายทางควรจะเป็นการหาวิธีที่มันเวิร์กกับเราที่ทำให้เราสามารถทำได้อย่างสม่ำเสมอ ที่ทำให้เรามีวินัย ไม่ว่าเราจะพูดถึงการเก็บออม การลงทุน หรือ แม้แต่การสะสมสินทรัพย์อะไรก็ตาม”
Tagged in
You might also like

Passive Income แบบไม่เสี่ยงสูง? ...
เมื่อโลกการเงินปี 2026 ไม่ได้ใจดีอย่างที่คิด ตลาด Crypto เหวี่ยงจนนอนไม่หลับ หุ้นไทยนิ่...

Investment for a Good Life ลงทุนกับบ้านที่อยู่ดีตั้ง...
อริสโตเติล นักปรัชญาชาวกรีกผู้ยิ่งใหญ่ เคยกล่าวไว้ว่า“Well begun is half done” หรือ&nbs...

“QHHRREIT” กองทรัสต์โรงแรมคุณภาพ แบรนด์ “Centr...
ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา หลังเกิดวิกฤตโควิด “การท่องเที่ยว” คือหนึ่งในภาคธุรกิจหลักที่ทำให้...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

