“ขาดสภาพคล่อง” ขอกู้เงินจาก “ประกัน” ได้ ทางออกของคนมี “ประกันชีวิต” ในยามขัดสนทางการเงิน

เห็นข่าวน้ำท่วมทางภาคเหนือ ข่าวโรงงานปิดเพราะผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและเทคโนโลยีที่สินค้าจากจีนเข้ามาตีตลาดไทยจนทำให้ผู้ประกอบการหลายรายต้องปิดกิจการ ล้วนเป็นข่าวที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในการหารายได้ของคนไทย
แม้จะมีข่าวการปรับเพิ่มปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 400 บาทต่อวันทั่วประเทศที่จะทยอยปรับขึ้นเริ่มวันที่ 1 ตุลาคม 2567 นี้ มองเผินๆ ก็น่าจะเป็นข่าวดี แต่ถ้ามองลึกๆ จริงๆ ก็อาจเป็นข่าวร้าย เพราะเป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายให้ผู้ประกอบการ ซึ่งอาจส่งผลกระทบให้ผู้ประกอบการพิจารณาหาทางเลือกอื่นแทนการจ้างงาน เช่น ใช้เครื่องจักร หรือ เพิ่มงานให้ลูกจ้างเดิมแทน ฯลฯ
เมื่อรายได้มีปัญหา แต่ค่าใช้จ่ายยังคงมีอยู่ เรามีทางออกทางไหนได้บ้าง
การแก้ปัญหาทางการเงิน มีหลักง่ายๆ 2 หลัก คือ ลดรายจ่าย และ เพิ่มรายได้ การลดรายจ่ายอาจช่วยแบ่งเบาภาระได้บ้าง แต่ได้ไม่มาก เพราะเราไม่สามารถลดรายจ่ายได้มากกว่ารายได้ และรายจ่ายหลายอย่างเป็นรายจ่ายที่จำเป็น ลดไม่ได้ อย่างเช่น ค่ากินอยู่หลับนอน เป็นต้น การเพิ่มรายได้คือทางออกที่ยั่งยืน
การเพิ่มรายได้ทำได้ง่ายๆ
3 วิธีใหญ่ๆ คือ
ใช้ตัวแลกเงิน
คือ การเพิ่มทักษะ เพิ่มงาน เพิ่มโอกาสการหารายได้ให้ตนเอง
ใช้ทรัพย์สินแลกเงิน
คือ การใช้ทรัพย์สินที่มีอยู่สร้างรายได้ เช่น ขายทรัพย์สินที่ไม่จำเป็น หรือปล่อยเช่า
ใช้หนี้แลกเงิน
คือ การก่อหนี้เพื่อหารายได้ ซึ่งมีข้อเสีย คือ ต้องเสียดอกเบี้ย หนี้บางอย่างดอกเบี้ยแพงมาก อย่างเช่น หนี้บัตรเครดิต หนี้สินเชื่อส่วนบุคคล ฯลฯ ถ้าอยากประหยัดดอกเบี้ย เราต้องเลือกเป็นหนี้ที่ดอกเบี้ยต่ำ
การเงินมีปัญหา “ประกันชีวิต” ช่วยได้
สำหรับคนที่มีประกันชีวิตอยู่ในมือ เวลามีปัญหาเรื่องเงิน ต้องการใช้เงินยามฉุกเฉิน ประกันชีวิตช่วยได้ เนื่องจากประกันชีวิตบางแบบ เช่น แบบสะสมทรัพย์ แบบตลอดชีพ และแบบบำนาญเป็นแบบประกันชีวิตที่มีมูลค่าเงินสด ซึ่งก็คือเงินออมของเราเองในกรมธรรม์ประกันชีวิต เมื่อกรมธรรม์มีมูลค่าเงินสดมากพอ เราก็สามารถกู้เงินจากกรมธรรม์ประกันชีวิตได้ โดยส่วนใหญ่จะกู้ได้ไม่เกิน 80-90% ของมูลค่าเงินสดในกรมธรรม์ (หักด้วยหนี้สินใด ๆ ที่มีอยู่)
เท่ากับว่า เรากู้เงินจากกรมธรรม์ประกันชีวิตโดยมีเงินออมของเราในกรมธรรม์เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันนั่นเอง เหมือนสินเชื่อบุคคลที่มีบัญชีเงินฝากเป็นหลักประกันของแบงค์นั่นเอง
ดอกเบี้ยไม่สูง แถมลดต้น ลดดอก
ข้อดีของการกู้เงินจากกรมธรรม์ประกันชีวิต ดอกเบี้ยไม่สูง บริษัทประกันจะคิดดอกเบี้ยเท่ากับ ดอกเบี้ยที่ใช้ในการคำนวณเบี้ยประกันภัย + 2% ต่อปี ซึ่งส่วนใหญ่จะเฉลี่ยอยู่ที่ 5-8% ต่อปี เช่น อัตราดอกเบี้ยหน้ากรมธรรม์ 3% เบี้ยประกันภัย 2% หมายความว่า อัตราดอกเบี้ยของการกู้เงินเท่ากับ 5% ต่อปี โดยบริษัทประกันจะคิดดอกเบี้ยเป็นรายวัน
วิธีการคำนวณ :
ดอกเบี้ยเงินกู้กรมธรรม์ = เงินกู้ตามกรมธรรม์ x ดอกเบี้ยเงินกู้
สมมติว่า
ต้องการกู้เงินจากกรมธรรม์ 100,000 บาท
โดยมีอัตราดอกเบี้ย 5% ต่อปี
ดอกเบี้ยเงินกู้กรมธรรม์
= 100,000 x 5% ÷ 365
= 13.70 บาท
หมายความเราต้องจ่ายดอกเบี้ย 13.70 บาทต่อวัน
ดังนั้น หากกู้เงินมาแล้ว 30 วัน ต้องการปิดหนี้ทั้งหมด ดอกเบี้ยจะเท่ากับ 411 บาท (13.70 x 30) แปลว่า ต้องชำระเงินทั้งหมด 100,000 + 411 เท่ากับ 100,411 บาท
เนื่องจากการกู้เงินจากกรมธรรม์จะมีอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก ดังนั้น เมื่อมีการชำระเงินบางส่วน บริษัทประกันจะนำไปหักออกจากเงินต้นก่อนจะนำมาคำนวณดอกเบี้ย
เช่น ผ่านไป 30 วัน ชำระเงิน 10,000 บาท บริษัทประกันจะนำเงินก้อนนี้ไปหักออกจากเงินต้น คือ 100,000 ก่อน ทำให้เงินต้นคงเหลือ 90,000 บาท สมมติว่าอีก 30 วันต่อมาต้องการชำระหนี้ที่เหลือทั้งหมด
ดอกเบี้ยของ 30 วันที่สอง
= 90,000 x 5% ÷ 365
= 12.33 บาท x 30 วัน
= 369.90 บาท
เราจะต้องจ่ายเงินทั้งหมด 90,780.90 (90,000 + 411 + 369.90) โดย 90,000 คือ เงินต้นคงเหลือ, 411 คือ ดอกเบี้ย 30 วันแรก และ 369.90 คือ ดอกเบี้ย 30 วันของเงินต้น 90,000 บาท)
ข้อควรระวังของการกู้เงินจากกรมธรรม์
- ถ้ามูลหนี้คงค้างมากกว่ามูลค่าเงินสดของกรมธรรม์ กรมธรรม์จะสิ้นสุดความคุ้มครองทันที แปลว่าหากเกิดอะไรขึ้นกับเรา ประกันก็ไม่จ่ายนะ
- เงินผลประโยชน์ที่เราจะได้รับจะลดน้อยลงตามจำนวนที่ค้างชำระ ตัวอย่างเช่น หากกรมธรรม์เราครบอายุแล้ว เราควรได้เงิน 100,000 บาท แต่เรามีหนี้ค้างชำระ (รวมดอกเบี้ย) 20,000 บาท เราก็จะได้เงิน 100,000 – 20,000 = 80,000 บาท
- ดอกเบี้ยที่ค้างชำระจะรวมไปทบเงินต้นเมื่อครบรอบการกู้ 1 ปี ดังนั้น หากไม่ต้องการให้ดอกเบี้ยมาทบเป็นเงินต้น ควรจ่ายคืนเงินกู้ให้หมดก่อนครบรอบการกู้ 1 ปี
สิ่งที่ควรทำ
- ตรวจสอบยอดเงินกู้ค้างชำระอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันปัญหาดอกเบี้ยมาทบเป็นเงินต้น และ ความเสี่ยงที่กรมธรรม์จะสิ้นสุดความคุ้มครอง
- เงินกู้เป็นแบบลดต้นลดดอก ดังนั้น ควรรีบชำระคืนเงินกู้อย่างรวดเร็ว และ สม่ำเสมอ เพื่อลดดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย
เขียนโดย: สาธิต บวรสันติสุทธิ์ นักวางแผนการเงิน CFP
======================
อย่าพลาดโอกาสที่จะเปลี่ยนชีวิตของคุณให้ดีขึ้น!
เตรียมพบกับ Make Rich Expo มหกรรมการลงทุนแห่งชาติ ที่จะพาคุณก้าวเข้าสู่โลกของการลงทุนที่ทันสมัยและเข้าใจง่ายกว่าที่เคย! ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่หัดลงทุน หรือผู้ที่มีประสบการณ์ เรามีทุกสิ่งที่คุณต้องการเพื่อสร้างความมั่งคั่งในอนาคต
เข้าร่วมงานฟรี!!
ลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้แล้ววันนี้ ที่ https://bit.ly/4cKxqet
แล้วพบกันวันที่ 2 - 3 November 2024 เวลา 10.00 - 19.00 น. ณ Paragon Hall ชั้น 5 ศูนย์การค้า Siam Paragon
======================
Tagged in
You might also like

Passive Income แบบไม่เสี่ยงสูง? ...
เมื่อโลกการเงินปี 2026 ไม่ได้ใจดีอย่างที่คิด ตลาด Crypto เหวี่ยงจนนอนไม่หลับ หุ้นไทยนิ่...

Investment for a Good Life ลงทุนกับบ้านที่อยู่ดีตั้ง...
อริสโตเติล นักปรัชญาชาวกรีกผู้ยิ่งใหญ่ เคยกล่าวไว้ว่า“Well begun is half done” หรือ&nbs...

“QHHRREIT” กองทรัสต์โรงแรมคุณภาพ แบรนด์ “Centr...
ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา หลังเกิดวิกฤตโควิด “การท่องเที่ยว” คือหนึ่งในภาคธุรกิจหลักที่ทำให้...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

