หลอกลวงให้ลงทุน ตรวจสอบอย่างไรว่าใครเป็นมิจ(ฉาชีพ)

หลอกลวงให้ลงทุน ตรวจสอบอย่างไรว่าใครเป็นมิจ(ฉาชีพ)

ระยะหลังมานี้ มิจฉาชีพบนโลกออนไลน์ระบาดอย่างหนัก และเมื่อโซเชียลมีเดียกลายมาเป็นช่องทางการติดต่อสื่อสารของคนแทบจะทุกกลุ่ม  หลายคนอาจหลงลืมไปว่า การหลอกลวงบนโลกออนไลน์นั้นเป็นเรื่องใหม่ แต่แท้จริงแล้ว ปัญหา “สแกม”  (Scam) หรือ การโดนหลอกโดยสแกมเมอร์หรือเราเรียกกันทั่วไปว่า นักต้มตุ๋น  มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานเท่าที่ถูกจารึกได้คือกว่า 200 ปีแถมมีวิวัฒนาการการหลอกลวงมาหลากหลายรูปแบบมากๆ 

วันนี้ aomMONEY จะมาเล่าให้ฟังว่ามีสารพัดกลลวงอะไรที่เหล่านักต้มตุ๋นใช้ แล้วเราจะสามารถตรวจสอบได้อย่างไรไม่ให้กลายเป็นเหยื่อ

Poyais ดินแดนของคนล่าฝัน สวรรค์ของนักต้มตุ๋น

ย้อนกลับไปในปี 1821 หรือราวๆ 200 กว่าปีที่ที่แล้ว ยุคสมัยที่หลายดินแดนเริ่มมีการประกาศเอกราช นักเดินเรืออดีตนายพลที่มีชื่อว่า กัปตันเกรเกอร์ แมคเกรเกอร์ หรือ AKA สมเด็จเกรเกอร์ คาซิก แห่งโปเยส์ (His Highness Gregor Cazique of Poyais) เขาได้เดินทางไปเมืองลอนดอน ประเทศอังกฤษ พร้อมตั้งสำนักงานสำหรับย้ายถิ่นฐานสู่เมือง “Poyais” สำนักงานประดับธงประเทศโปเยส์ ไม่เพียงเท่านั้นยังมีหนังสือที่เขียนโดยกัปตันโทมัส (?) ที่บรรยายถึงประเทศโปเยส์ที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทองคำ และสามารถเก็บเกี่ยวพืชพรรณได้ปีละ สามครั้งติดไม้ติดมือมาให้ชาวลอนดอนได้ชื่นชมด้วย จากนั้นเขาก็ได้ใช้วาทศิลป์ในการหว่านล้อมประชาชนให้ชวนนึกถึงประเทศในฝันผ่านลำนำที่ชื่อว่า “ย้ายถิ่นไปโปเยส์”

ผู้คนที่มองเห็นหนทางการจะมีชีวิตที่ดีขึ้นเมื่อย้ายไปสู่โปเยส์ ก็ได้เริ่มแลกเงินปอนด์เป็นดอลลาร์โปเยส์ และหลายร้อยคนเริ่มลงทุนซื้อที่ดินในเมืองโปเยส์ (จากสารคดีกล่าวว่าเกรเกอร์กวาดเงินไปได้ราวๆ 20 ล้านดอลลาร์หากเทียบเป็นเงินในยุคปัจจุบัน)

และอย่างที่ทุกคนอาจจะเดาทางได้ Poyais ไม่มีอยู่จริง หลังจากพาผู้คนกว่า 200 ชีวิตล่องเรือไป เขาเหล่านั้นไม่พบเมืองโปเยส์พบเพียงหนองน้ำ และความว่างเปล่า ทั้งยังถูกปล่อยให้อยู่อย่างยากลำบาก บางรายถึงกับเสียชีวิต ส่วนตาแมคเกรเกอร์หลังตุ๋นชาวลอนดอนจนเปื่อยก็ย้ายถิ่นไปเตรียมตุ๋นชาวฝรั่งเศสต่อ แต่ก่อนจะได้กระทำการใดใดเขาก็ถูกจับกุมที่ แต่ตอนจบไม่ใช่อย่างที่ทุกคนคิดว่าควรจะเป็น เขาไม่ได้รับโทษอย่างเหมาะสม เพราะมีผู้สมรู้ร่วมคิดได้รับโทษแทน แถมเสียชีวิตแบบมีเกียรติในฐานะอดีตนายพล (ที่ใช้เงินอดีตภรรยาซื้อยศมา) อีกต่างหาก 

พูดเรื่องดินแดนในฝัน สวรรค์นักต้มแล้วหลายคนอาจจะรู้สึกว่าเรื่องนี้ช่างไกลตัว ยุคนี้ใครจะไปหลงเชื่อกลลวงง่ายๆ แบบนั้นแค่เสิร์จอินเทอร์เน็ตก็รู้แล้วอันไหนจริงอันไหนหลอก …. แต่การที่เรายังคุ้นชื่อและเห็นข่าว ‘นักต้มตุ๋น’ อยู่นั้นยังแฝงนัยสำคัญว่าพวกเขาเหล่านั้นมีวิวัฒนาการการ ‘ต้ม’ ที่แยบยลมากขึ้นนั่นเอง จากนี้เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับนักต้มตุ๋นที่มาในคราบคนดีกันค่ะ

คนดีไม่โกง คนโกงไม่ดี

ในปี 2008 มีข่าวการจับกุมของเบอร์นีย์ เมดอฟฟ์ นักต้มตุ๋นที่มาในคราบของเสาหลักของชุมชนชาวยิวอเมริกัน มีความน่าเชื่อถือ กลเม็ดของเบอร์นีย์คือเขาจะอ้างว่าหากมาลงทุนกับเขา นักลงทุนจะได้กำไร 10%-15% เลยทีเดียว แต่หารู้ไม่ว่าเขาทำเงินขาดทุนทั้งหมด แต่สามารถทำให้คนเชื่อใจและยังคงลงทุนกับเขาต่อเนื่องด้วยการใช้กลเม็ด Ponzi Model ในการนำเงินของผู้ลงทุนรายใหม่ไปจ่ายนักลงทุนรายเก่าเป็นทอดๆ ทำให้เขาสามารถหมุนและฟอกเงินมาได้ยาวนานกว่า 10 ปี แต่โมเดลการระดมเงินจากนักลงทุนเช่นนี้ไม่ยั่งยืน และเสี่ยงเกินไปสำหรับนักลงทุนเพราะเมื่อไหร่ที่นักลงทุนทุกคนพร้อมใจกันขอถอนทุน ระบบการฉ้อโกง แบบหมุนเงินจะล่มทันที 

จากลักษณะภายนอกที่ดูเป็นคนดี จึงทำให้หลายคนมี Bias ในใจว่า “เบอร์นีย์คนดี ไม่หลอกเราหรอก..”

โดยลักษณะการหลอกลวงแบบ Ponzi นี้มักจะใช้กับการหลอกลวงพวกเดียวกัน คนที่มีจุดร่วมเดียวกัน อย่างเชื้อชาติ หรือศาสนา เพราะต้องอาศัยความไว้ใจกันเป็นอย่างยิ่ง 

มาถึงตรงนี้เชื่อว่าผู้อ่านอาจจะเห็นภาพที่ชัดขึ้นมาว่าแม้คำพูดจะเปลี่ยน วิธีเปลี่ยนไป แต่ความหมายเหมือนเดิม ตั้งใจมาหลอกกันเหมือนเดิม.. ในกรณีถัดไปเราจะขอยกอะไรที่ทันสมัย ทันแฟชั่นขึ้นมาหน่อยกับการหลอกลวงให้ลงทุนกับ Cryptocurrency 

One Coin เหรียญอลวนคนอลเวง

ในปี 2016 ดร.รูจา อิกนาโทวามา เธอสร้างเครือข่ายเพื่อสนับสนับสนุนเหรียญ One Coin สกุลเงินดิจิทัลที่มีการเคลมตัวเองว่า ‘เร็วกว่า ถูกกว่า และปลอดภัยกว่า’ โดยเธอได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะ มอบผลตอบแทน 5-10 เท่านอกจากนั้นยังกล่าวอีกว่า “One Coin จะกลายเป็นสกุลเงินดิจิทัลอันดับหนึ่งของโลก และเกิดมาเพื่อฆ่าบิตคอยน์” จากนั้นเธอใช้กลยุทธ์ FOMO หรือ Fear of Missing out ในการกระตุ้นให้คนกลัวที่จะเสียโอกาสในการลงทุนนี้ไปด้วยการยื่นข้อเสนอว่าหากลงทุนในเฟสสองกับเธอตอนนี้จะเพิ่มเงินให้ 2 เท่า

ออฟฟิศของเธอขยายอย่างรวดเร็วไปในประเทศทั่วโลก และมีผู้ร่วมลงทุนกว่า 175 ประเทศหลั่งไหลเข้ามาลงทุนกับเธอเป็นจำนวนเงินที่มากกว่า 4,000 ล้านดอลลาร์ แม้ว่าจะมีหลากหลายองค์กรออกข่าวประกาศเตือนนักลงทุนให้ระวังตัว แต่ด้วยผลตอบแทนที่ล่อตาล่อใจก็ยังทำให้นักลงทุนที่เห็นช่องทางรวยหลายคนยังตัดสินใจที่จะลงทุนไปกับ One Coin

มีใครสังเกต CRY ใน Cryptocurrency กันไหมคะ และใช่ค่ะ หลังจากขายฝันด้วยคำพูดมากมายที่ความหมายเท่าเดิม  ทำให้นักลงทุนจำนวนมากพึงใจกับผลตอบแทนที่ได้รับและตั้งใจที่จะถอน One Coin ออกมาเป็นเงินสด รูจาเธอก็ได้หายตัวไปในกลีบเมฆ เหลือเพียงแต่น้องชายที่เข้ามารักษาการ และแถลงการขอโทษและรับผิดแทนเธอ…. 

บทสรุปของเรื่องราวนี้แสดงให้เราเห็นว่าการต้มตุ๋นมีมาอย่างยาวนานและมีมาเรื่อยๆ เป็นคำถามที่น่าฉุกคิดว่าแล้วทำไมคนเราถึงยังตกเป็นเหยื่อกับการหลอกลวงอยู่ร่ำไป คำตอบคือ “เพราะเราคือมนุษย์ และมนุษย์ถูกสร้างมาให้มีความไว้เนื้อเชื่อใจกัน” ไม่เช่นนั้นเราคงไม่เห็นวิวัฒนาการของโลกเราที่เกิดจากความร่วมมือจากมนุษย์ด้วยกันเอง แต่เราสามารถระวัง และป้องกันไม่ให้ตัวเองตกเป็นเหยื่อของ Scammer ได้ 

วิธีสังเกตลักษณะของมิตรแท้ หรือเป็นแค่มิจฉาชีพ

ปัจจุบันสแกมเมอร์ ได้มีการปรับตัวในการหลอกลวง ให้แยบยลจนเราจับไม่ได้ ไล่ไม่ทันมากยิ่งขึ้น ที่พบได้บ่อยเลยคือรูปแบบหลอกให้ลงทุนด้วยวิธีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการแสร้งหลอกให้รักและเชื่อใจจากนั้นก็ชวนมาลงทุน หรือจะเป็นลักษณะการสร้างโปรไฟล์ตัวเองบนอินเทอร์เน็ตให้ดูดี สร้างความน่าเชื่อถือ ใช้ภาพคนมีชื่อเสียง Financial Advisor หรือผู้ให้คำแนะนำในการลงทุน มาชักชวนลงทุน เราจึงมีวิธีการสังเกตเบื้องต้นมาฝากกัน

1. มักแอบอ้างองค์กรหรือบุคคลมีชื่อเสียง หรือแอบอ้างชื่อหรือภาพกูรูแนะนำด้านการเงินการลงทุน เพื่อหลอกให้คนหลงเชื่อ ควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลหรือโพสต์ที่อ้างถึงโอกาสในการทำเงินต่างๆ ก่อนเสมอ

2. มักมอบผลประโยชน์ที่มากเกินจริง และล่อตาล่อใจ เช่น ได้ผลกำไรดี ในระยะเวลาที่รวดเร็วและความเสี่ยงต่ำ อย่าโอนเงินหรือส่งข้อความทางการเงินส่วนตัวของคุณเด็ดขาด (พึงตระหนักไว้เสมอว่า หน่วยงานจริงจะไม่ถามเรื่องการทำธุรกรรมผ่านแชท)

3. มิจฉาชีพมักจะชวนเข้ากลุ่มแชทของแพลตฟอร์มอื่น ที่จะมีแต่หน้าม้าอยู่ในนั้น โดยผู้ลงทุนอาจจะได้เงิน 1-2 ครั้งแรก หลังจากนั้น เมื่อเหยื่อลงเงินเยอะขึ้น จะโดนบล็อก และมิจฉาชีพจะหายเข้ากลีบเมฆ

4. ในบางรายมิจฉาชีพมักเร่งรัดการตัดสินใจ ให้ตัดสินใจในทันที ซึ่งจะทำให้เหยื่อไม่มีเวลาไปหาข้อมูลเพิ่มเติม โดยสามารถศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทที่โฆษณาถึงโอกาสในการทำเงินต่างๆ ก่อนเสมอ อย่าเพิ่งเชื่อ หรือโอนเงินหรือส่งข้อมูลทางข้อความ ให้ตระหนักไว้เสมอว่าหากเป็นหน่วยงานจริงจะสอบถามเรื่องสำคัญอย่างเรื่องการทำธุรกรรมผ่านการแชท และหากคุณคิดว่าโฆษณาทางการเงินเป็นการหลอกลวง ให้รายงานโดยตรงจากปุ่มมุมขวาบนของโพสต์บน Facebook หรือ Instagram

5. สร้างภาพลักษณ์ที่น่าเชื่อถือ เช่น การแต่งกายเนี้ยบดูดีเสมอ ขับรถแพงมีนาฬิกาหรู และมักโพสต์ความสำเร็จลงโซเชียลมีเดียเป็นประจำ ดังนั้นจึงไม่ควรตัดสินใจลงทุนกับใครเพียงเห็นแค่ภายนอก

ตรวจสอบยังไงว่าจริงใจ หรือหลอกลวง

ตรวจสอบประวัติและความน่าเชื่อถือของคนที่ชักชวนเราไปลงทุน และบริษัทหรือองค์กรที่เราจะไปลงทุน โดยบางครั้ง สแกมเมอร์มักนำภาพของผู้มีชื่อเสียงมาแอบอ้าง ควรตรวจสอบความเกี่ยวข้องให้แน่ใจก่อนตัดสินใจลงทุน เช่น เอ๊ะใจสักนิด ว่าบุคคลผู้มีชื่อเสียงเหล่านั้นมีการมาชักชวนให้ใครลงทุนจริงหรือเปล่า

เรียนรู้เคล็ดลับเพิ่มเติม ปกป้องตัวเองไม่ให้เป็นเหยื่อมิจฉาชีพทางการเงินที่

https://about.meta.com/th/actions/safety/anti-scam/campaigns

นอกจากนี้ทาง ก.ล.ต. จะมีช่องทางการตรวจสอบความน่าเชื่อถือเบื้องต้นโดยสามารถใช้สำหรับตรวจสอบรายชื่อผู้ให้บริการในตลาดทุนภายใต้การดูแลของก.ล.ต.  รวมถึงค้นหาผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตเพื่อช่วยในการตัดสินใจลงทุน (หลักทรัพย์/สินทรัพย์ดิจิทัล) และสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาต/จดทะเบียน/ความเห็นชอบจากก.ล.ต. ได้อีกด้วย

✅ เว็บไซต์ SEC Check First market.sec.or.th/LicenseCheck 

✅ แอปพลิเคชัน SEC Check First

✅ สายด่วน ก.ล.ต. (SEC Help Center) โทร 1207 กด 22

ในโลกการเงินที่เต็มไปด้วยโอกาสสร้างผลกำไร ควรตระหนักเสมอว่าไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ เราจึงควรตรวจสอบให้แน่ใจว่า ข้อเสนอนั้น “จริงใจ หรือ หลอกลวง” โดยให้ความสำคัญกับการตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียด เพราะสิ่งที่ดูดีเกินจริงอาจเป็นกับดักที่รอเราอยู่ อย่าให้ความโลภครอบงำจนลืมว่าการป้องกันตัวเองไม่ใช่เรื่องยาก เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่ากำลังลงทุนอย่างปลอดภัยและคุ้มค่า

#aomMONEY #จริงใจหรือหลอกลวง #legitorlegit 

You might also like

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save