3 บทเรียนการเงินจากมิจฉาชีพชื่อดัง รู้ทันวิธีการทำเงินที่มิจฉาชีพไม่อยากให้ใครรู้

มิจฉาชีพรู้บางอย่างเกี่ยวกับเงินที่คุณอาจไม่รู้ อะไรคือเบื้องหลังที่ทำให้คนเหล่านี้ทำเงินได้มากมาย?
บทความนี้มาจาก TED Talk ของ เจย์ เมซ ที่สาม (J Mase III) กวี นักเขียน และผู้จัดภาพยนตร์ชาวอเมริกัน เขาเริ่มต้นเล่าเรื่องด้วยการพูดถึงเส้นทางการเป็นศิลปินของตัวเองที่ดูเหมือนจะเป็นการสร้างสรรค์งานศิลปะอย่างเดียว แต่ความจริงแล้ว สิ่งที่ต้องทำเพื่อความอยู่รอดในอาชีพศิลปินคือการ "เขียนรายงานเพื่อขอเงินทุน"
และนั่นทำให้เขาพบความจริงว่า การเล่าเรื่องที่ยอดเยี่ยมเป็นกุญแจสำคัญในการระดมทุนให้ประสบสำเร็จ เพราะการเล่าเรื่องที่ดีทำให้คนฟังคล้อยตาม และยินดีให้เงินสนับสนุน แต่ไม่ได้มีแค่ศิลปินเท่านั้นที่ใช้ทักษะนี้ ยังมีอีกอาชีพหนึ่งที่เล่าเรื่องเก่งมาก จนสามารถทำให้คนเชื่อและยอมให้เงินมากมาย นั่นก็คือ นักต้มตุ๋น หรือ Scammer นั่นเอง
TED Talk ของเจย์ เมซ ในครั้งนี้จึงนำเสนอ 3 บทเรียนการเงินจากมิจฉาชีพชื่อดัง และเผยให้เราเห็นวิธีการทำเงินแบบลับๆ ที่พวกเขาไม่อยากให้เรารู้!
ข้อแรก คนรวยไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่ตัดสินใจเรื่องเงินได้ดี พวกเขาแค่รวยมากจนถ้าทำผิดพลาดเขาก็ล้มบนฟูก
“เมื่อถูกถามว่าทำไมถึงยอมให้เงินลงทุนหลายล้านเหรียญกับผู้ก่อตั้ง Theranos ดอน ลูคัส ซีเนียร์ ตอบว่า เพราะปู่ทวดของเอลิซาเบธเป็นผู้ประกอบการ และโรงพยาบาลใกล้บ้านของเธอก็ตั้งชื่อตามลุงของเธอ”
เจย์ได้ยกตัวอย่างกรณีของ เอลิซาเบธ โฮล์มส์ ผู้ก่อตั้ง Theranos โดยเล่าถึงกลุ่มคนที่ลงทุนในธุรกิจลวงโลกนี้ไว้ว่าเป็นกลุ่มคนที่ร่ำรวยและมีชื่อเสียง เช่น ดอน ลูคัส นักลงทุนรุ่นเก๋า และ ทิม เดรเปอร์ นักลงทุนระดับตำนานที่เป็นหนึ่งในผู้ลงทุนคนแรกๆ ใน Tesla และ Skype
แม้ว่าจะมีข้อมูลใหม่ๆ ออกมาว่าเทคโนโลยีที่ Theranos พัฒนานั้นเป็นเรื่องหลอกลวง แต่หลายคนก็ยังไม่ยอมเชื่อ ปฏิเสธว่าเรื่องเหล่านี้ไม่จริง (เพราะเชื่อในคนที่ร่ำรวยและมีชื่อเสียงของผู้ที่ร่วมลงทุน) จนในที่สุดบริษัทที่แทบไม่มีเทคโนโลยีจริงนี้กลับถูกตีมูลค่าสูงถึง 9,000 ล้านดอลลาร์
การระดมทุนใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ โดยใช้เพียงแค่การชักจูงและความเชื่อมั่นใน “เอลิซาเบธ โฮล์มส์” กลายเป็นอคติทางความคิดที่เชื่อว่าธุรกิจนี่มีคนรวยที่ประสบความสำเร็จมาลงทุน มันก็ต้องน่าเชื่อถือ ซึ่งไม่ใช่เรื่องจริงเสมอไป
จากเรื่องการถูกแกงหม้อใหญ่ใน Theranos เจย์สรุปไว้เป็นข้อแรกเลยว่า คนรวยไม่ใช่คนที่ตัดสินใจทางการเงินได้ดีที่สุดเสมอไป การเชื่อว่าคนรวยมีความสามารถในการจัดการเงินมากกว่าคนอื่นนั้นเป็นความเข้าใจที่ผิด
หลายครั้งคนรวยก็สามารถทำการตัดสินใจทางการเงินที่ผิดพลาดได้โดยการตัดสินใจนั้นไม่อาจกระทบกับชีวิตของพวกเขาได้มากนัก แต่ผลกระทบที่ตามมาอาจส่งผลเสียต่อสังคมในภาพรวม
ข้อสอง อัตลักษณ์ถูกใช้เป็นตัวชี้วัดในการให้คุณค่ากับบางสิ่ง
ภาพวาด Big Eyes เป็นงานศิลปะที่โด่งดังและได้รับการยอมรับในวงกว้าง มันถูกนำไปจัดแสดงในแกลเลอรีหลายแห่ง และถูกซื้อไปโดยเหล่าเซเลบริตี้มากมาย ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายใต้ความเข้าใจว่า ‘วอลเตอร์ คีน’ เป็นคนวาด แต่ความจริงแล้ว วอลเตอร์ไม่ได้วาดมันเลย เขาแค่แอบอ้างผลงานของ มาร์กาเร็ต คีน ภรรยาของเขา ไปขายและอ้างว่าเป็นของตัวเอง
เมื่อภาพวาด Big Eyes มีชื่อเสียง วอลเตอร์ก็ได้รับการยกย่องในฐานะศิลปิน ทั้งๆ ที่ไม่เคยวาดเองเลย ส่วนมาร์กาเร็ต ศิลปินตัวจริงกลับไม่ได้รับการยอมรับ แถมยังถูกสามีของเธอโน้มน้าวให้เชื่อว่า การให้ผู้คนคิดว่าผู้ชายเป็นคนวาดจะทำให้งานของเธอโด่งดังได้มากกว่า และเป็นวิธีเดียวที่งานเหล่านี้จะเป็นที่รู้จัก
นอกจากจะเล่าเรื่องเก่งแล้ว อัตลักษณ์ เช่น การเป็นผู้ชาย การเป็นคนขาว หรือการมีสถานะทางสังคมที่สูง มักถูกใช้เป็นเกณฑ์ในการตัดสินว่าใครควรได้รับการสนับสนุนหรือเข้าถึงทรัพยากรต่างๆ (อย่างเช่น เงิน)
ข้อสุดท้าย คนที่แสดงภาพลักษณ์ออกมาว่ารวย มักได้รับเงินทุนมากกว่าคนที่มีความต้องการจริง
ใน TED Talk เจย์ได้ยกเรื่องของ แอนนา เดลวี่ (Anna Delvey) มิจฉาชีพที่สร้างภาพลักษณ์ว่าตัวเองเป็นทายาทของเศรษฐีผู้มั่งคั่งจากเยอรมัน จนเธอได้รับความไว้วางใจจากสังคมชั้นสูงในนิวยอร์ก แม้ว่าเธอจะไม่ได้ร่ำรวยจริง แต่เธอสามารถหลอกเอาเงินของคนไปได้มากมาย
แอนนาสร้างภาพว่าตัวเองมีไลฟ์สไตล์ที่หรูหรา เดินทางด้วยเครื่องบินส่วนตัว เที่ยวพักผ่อนบนเรือเรือยอช์ต อยู่ในอพาร์ทเม้นต์ที่หรูหรา และทุกคนรอบตัวก็หลงเชื่อว่า “เธอรวยและมีเงินมากมาย” ดังนั้น เมื่อเธอขอความช่วยเหลือจากคนใกล้ตัวแล้วบอกว่า “เธอต้องรีบใช้เงิน” คนก็พร้อมให้เธอหยิบยืมเงินอย่างง่ายดาย เพราะประเมินแล้วว่าเธอรวยขนาดนี้ เธอต้องคืนเราแน่
แต่ถ้าลองนึกภาพกลับกัน ถ้าเราเดินไปเจอคนแปลกหน้า เขาขอยืมเงินเราเพราะเขารีบ เราคงจะรีบหนี
บทเรียนสำคัญที่ได้จากกรณีก็คือ ในสังคมที่ไม่ยุติธรรม การอวดอ้างว่าเป็นคนรวยและทำตัวเป็นคนมีฐานะจะทำให้ได้รับการสนับสนุนทางการเงินได้ง่ายกว่าเมื่อเทียบกับคนที่ต้องการความช่วยเหลือทางการเงินจริงๆ
จากทั้ง 3 ข้อนี้สรุปแล้ว เจย์กำลังบอกให้เราเรียนรู้อะไรเกี่ยวกับนักต้มตุ๋น?
สิ่งหนึ่งที่เหล่านักต้มตุ๋นมีเหมือนกันคือพวกเขากล้าทำให้สิ่งที่พวกเราปฏิเสธที่จะยอมรับ ทั้งการไปหลอกคนรวยลงทุน การใช้ประโยชน์จากอัตลักษณ์ และการสร้างตัวตนขึ้นมา
แผนการที่แยบยลเหล่านี้จริงๆ มีจุดโหว่มากมาย แต่เมื่อเรื่องเกิดขึ้นตรงหน้าเรากลับไม่กล้าต่อต้านหรือขัดขืน เพราะเรามักมองว่า “เงิน” เป็นตัวชี้วัดความสามารถและคุณค่า ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริง “เงิน” เป็นแค่เครื่องมือแลกเปลี่ยนเท่านั้น
ดังนั้น เราควรระวังภาพลวงตาที่ถูกสร้างขึ้นจากความหรูหราและความมั่งคั่ง และอย่าให้มันมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของเรา!
=========================
อย่าพลาดโอกาสที่จะเปลี่ยนชีวิตของคุณให้ดีขึ้น!
เตรียมพบกับ Make Rich Expo มหกรรมการลงทุนแห่งชาติ ที่จะพาคุณก้าวเข้าสู่โลกของการลงทุนที่ทันสมัยและเข้าใจง่ายกว่าที่เคย! ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่หัดลงทุน หรือผู้ที่มีประสบการณ์ เรามีทุกสิ่งที่คุณต้องการเพื่อสร้างความมั่งคั่งในอนาคต
เข้าร่วมงานฟรี!!
ลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้แล้ววันนี้ ที่ https://bit.ly/4cKxqet
แล้วพบกันวันที่ 2 - 3 November 2024 เวลา 10.00 - 19.00 น. ณ Paragon Hall ชั้น 5 ศูนย์การค้า Siam Paragon
=========================
Tagged in
You might also like

Passive Income แบบไม่เสี่ยงสูง? ...
เมื่อโลกการเงินปี 2026 ไม่ได้ใจดีอย่างที่คิด ตลาด Crypto เหวี่ยงจนนอนไม่หลับ หุ้นไทยนิ่...

Investment for a Good Life ลงทุนกับบ้านที่อยู่ดีตั้ง...
อริสโตเติล นักปรัชญาชาวกรีกผู้ยิ่งใหญ่ เคยกล่าวไว้ว่า“Well begun is half done” หรือ&nbs...

“QHHRREIT” กองทรัสต์โรงแรมคุณภาพ แบรนด์ “Centr...
ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา หลังเกิดวิกฤตโควิด “การท่องเที่ยว” คือหนึ่งในภาคธุรกิจหลักที่ทำให้...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

