ไม่มีใครจูงมือเราไปถึงเป้าหมายการเงินได้นอกจากตัวเราเอง การใช้เงินไม่ใช่เรื่องผิด ถ้ามันอยู่ในแผนที่วางเอาไว้

ไม่มีใครจูงมือเราไปถึงเป้าหมายการเงินได้นอกจากตัวเราเอง การใช้เงินไม่ใช่เรื่องผิด ถ้ามันอยู่ในแผนที่วางเอาไว้

💰 ทำไมการออมเงินถึงเป็นเรื่องยาก ทั้งๆ ที่ทุกคนทราบดีว่ามันเป็นสิ่งที่ควรทำเพื่อจะไปให้ถึงเป้าหมายทางการเงินที่ตั้งเอาไว้?

ยกตัวอย่างบางคนอยากจะเก็บเงินสักก้อนเพื่อดาวน์บ้าน ตอนเดือนแรกๆ อาจสม่ำเสมอดี เริ่มเห็นการเติบโตพอกพูน จากพันเป็นหมื่นเป็นแสน

แต่ไม่นานก็เริ่มคันไม้คันมือ เห็นบางอย่างล่อตาล่อใจ อาจจะเป็นอุปกรณ์ไอทีชิ้นใหม่ หรือการเดินทางไปต่างประเทศ หรือ รถยนต์คันใหม่ที่เพิ่งเปิดตัว ฯลฯ

คุณอาจจะเริ่มตั้งคำถามกับตัวเอง (หรือจะเรียกว่าพยายามหาเหตุผลให้ตัวเอง) ว่าเก็บเงินซื้อบ้านมันใช้เวลานานเหลือเกิน บ้านก็แพง ต้องเก็บอีกเยอะเลยกว่าจะเป็นเงินดาวน์ได้ แต่ของพวกนี้ที่เราอยากได้ ‘ตอนนี้’ เราก็พอจ่ายไหวนะ เงินก็มีอยู่ในบัญชีแล้ว

🎯 นี่คือสิ่งที่ ริชาร์ด เธเลอร์ (Richard Thaler) นักเศรษฐศาสตร์พฤติกรรมและผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์เรียกว่า “Present Bias” หรือการให้ความสำคัญกับปัจจุบันมากกว่าอนาคต

โดยธรรมชาติแล้วมนุษย์มีแนวโน้มที่จะให้ความสำคัญกับความพึงพอใจในปัจจุบันมากกว่าผลประโยชน์ในอนาคต เธเลอร์ว่า "มนุษย์มีแนวโน้มที่จะให้น้ำหนักกับความพึงพอใจในปัจจุบันมากเกินไป เมื่อเทียบกับผลประโยชน์ในอนาคต" ทำให้การเลือกใช้เงินในปัจจุบันดูน่าดึงดูดใจมากกว่าการเก็บออมไว้ใช้ในอนาคต

นอกจากนั้นแล้วอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้การออมเงินสำหรับอนาคตเป็นเรื่องยากเพราะเราในปัจจุบัน ​(Present Self) จินตนาการถึงตัวเองในอนาคต (Future Self) ได้ไม่เก่งสักเท่าไหร่

แดเนียล โกลด์ชไตน์ (Daniel Goldstein) เป็นนักจิตวิทยาและนักวิจัยด้านการตัดสินใจที่มีชื่อเสียง เขาได้ศึกษาเกี่ยวกับการตัดสินใจทางการเงินและพฤติกรรมการออม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการวางแผนการเงินระยะยาวและการออมเพื่อเกษียณ

🧠 โกลด์ชไตน์อธิบายว่า "มนุษย์มักมีปัญหาในการเชื่อมโยงตัวเองในปัจจุบันกับตัวเองในอนาคต ทำให้ยากที่จะตัดสินใจทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเองในระยะยาว" การไม่สามารถจินตนาการถึงความต้องการในอนาคตได้อย่างชัดเจน ทำให้การออมเงินดูเหมือนเป็นการเสียสละโดยไม่จำเป็น

หนึ่งในแนวคิดสำคัญของโกลด์ชไตน์คือเรื่อง "การเชื่อมโยงกับตัวตนในอนาคต" (Future Self-Continuity) ซึ่งเขาได้นำเสนอในการพูด TED Talk ชื่อ "The battle between your present and future self" ในปี 2011

ในการพูดครั้งนี้โกลด์ชไตน์อธิบายว่า มนุษย์มักมีปัญหาในการเชื่อมโยงตัวเองในปัจจุบันกับตัวเองในอนาคต ทำให้ยากที่จะตัดสินใจทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเองในระยะยาว เช่น การออมเงินเพื่อใช้ในวัยเกษียณ เขาเปรียบเทียบว่าการคิดถึงตัวเองในอนาคตเหมือนกับการคิดถึงคนแปลกหน้า ทำให้เรามักเลือกที่จะให้ความสำคัญกับความต้องการในปัจจุบันมากกว่า

โกลด์ชไตน์และทีมวิจัยได้ทำการทดลองโดยใช้เทคโนโลยีการสร้างภาพใบหน้าในอนาคต เพื่อช่วยให้ผู้เข้าร่วมการทดลองสามารถจินตนาการถึงตัวเองในวัยชราได้ชัดเจนขึ้น ผลการทดลองพบว่า เมื่อผู้เข้าร่วมการทดลองเห็นภาพของตัวเองในอนาคต พวกเขามีแนวโน้มที่จะตัดสินใจออมเงินเพื่ออนาคตมากขึ้น

เพราะฉะนั้นงานวิจัยของโกลด์ชไตน์บ่งบอกว่ายิ่งเราเห็นภาพและเชื่อมโยงกับตัวเองในอนาคตได้มากเท่าไหร่ โอกาสที่เราจะออมเงินและทำเพื่อตัวเราเองในอนาคตก็เพิ่มมากขึ้นไปด้วย

⚖️ ตัวเราในตอนนี้มีอำนาจในการตัดสินใจลงมือทำทุกอย่าง ส่วนตัวเราในอนาคตได้แต่หวังว่าตัวเราในวันนี้จะทำสิ่งที่ก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีเท่านั้น สมดุลของอำนาจจึงเอียงมาอยู่กับตัวเราในปัจจุบันซะหมด และยิ่งเรามีแนวโน้มที่จะให้ความสำคัญกับความพึงพอใจในปัจจุบันมากกว่าผลประโยชน์ในอนาคตอยู่แล้ว จึงทำให้การออมเงินเป็นเรื่องที่ฝืนธรรมชาติอยู่พอสมควร

ประเด็นนี้สำคัญมากๆ ยิ่งเข้าใจได้เร็วเท่าไหร่ ยิ่งมีประโยชน์ต่อตัวเราเองเท่านั้น เพราะไม่มีใครจะมาจูงมือเราไปถึงเป้าหมายการเงินของเราแล้วนอกจากตัวเราเองนี่แหละ

ไม่ต้องรอให้โชคช่วย ไม่ต้องรอให้โลกหมุนเป้าหมายมาวางอยู่หน้าประตู ไม่ต้องรอเศรษฐกิจดีก่อน ดอกเบี้ยลด ตลาดหุ้นรุ่ง เหตุการณ์เหล่านี้ส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ในการควบคุมของเราเลย

สิ่งที่เราควบคุมได้คือวินัยทางการเงินและการตัดสินใจของเราในวันนี้เพื่อจะไปให้ถึงเป้าหมายที่วางเอาไว้

จริงอยู่ที่ว่าเป้าหมายเมื่อเวลาผ่านไปอาจจะเปลี่ยนไปได้ (ความต้องการ สิ่งที่เราให้คุณค่า สถานการณ์ชีวิต และบริบทอาจจะเปลี่ยนไป)​ แต่เราไม่ควรเปลี่ยนเป้าหมายเพียงเพื่อตอบสนองความต้องการประเดี๋ยวประด๋าวทางอารมณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้

แล้วเราจะทำยังไงดี?

🙂 เงินเป็นเรื่องของอารมณ์

เชื่อว่าหลายคนน่าจะมีตัวเลขจำนวนเงินในหัวอยู่แล้วว่าตอนเกษียณจะต้องมีประมาณเท่าไหร่

แต่การนั่งกดเครื่องคิดเลขหรือทำบัญชีเพียงอย่างเดียวไม่มีทางทำให้เราไปถึงเป้าหมายทางการเงินที่ตั้งใจเอาไว้ได้

ดาริอุส โฟรูซ์ (Darius Foroux) ผู้ประกอบการ นักลงทุน และผู้เขียนหนังสือการเงินขายดีอย่าง “The Stoic Path to Wealth” อธิบายว่า

"คุณอาจใช้จ่ายน้อยมากแต่ก็ยังไม่รู้สึกว่าตัวเองมั่งคั่ง หรือคุณอาจหาเงินได้มากแต่กลับใช้จ่ายไปเกือบหมด ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับมุมมองความคิดของคุณ พฤติกรรมการใช้จ่ายของเรามักเชื่อมโยงกับความปรารถนา ความกลัว และคุณค่าในตัวเอง เรามักทำผิดพลาดเรื่องเงินเมื่อเราตัดสินใจทางการเงินโดยใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล"

หลุมพรางที่เรามักจะพลาดในเรื่องของการใช้จ่ายเงินที่ควรเก็บก็มาจากความรู้สึกที่ถูกกระตุ้นจากข้างในนั่นแหละ

วิคกี้ โรบิน (Vicki Robin) และ โจ โดมิงเกซ (Joe Dominguez) กล่าวไว้ในหนังสือ 'Your Money or Your Life' ว่า:

⏳ “เงินคือสิ่งที่คุณแลกมาด้วยพลังงานชีวิตของคุณ คุณขายเวลาของคุณเพื่อแลกกับเงิน ไม่สำคัญหรอกว่าชายคนโน้นขายเวลาของเขาชั่วโมงละร้อยดอลลาร์ ในขณะที่คุณขายเวลาของคุณชั่วโมงละยี่สิบดอลลาร์ เงินของชายคนนั้นไม่เกี่ยวข้องกับคุณ สินทรัพย์ที่แท้จริงเพียงอย่างเดียวที่คุณมีคือเวลาของคุณ ชั่วโมงแห่งชีวิตของคุณ”

ประเด็นคือเวลาของคุณก็มีจำกัด แก่ตัวขึ้นโอกาสในการสร้างรายได้ก็น้อยลง ยิ่งเราตกหลุมพรางการใช้จ่ายทางอารมณ์มากเท่าไหร่ โอกาสที่จะไปถึงเป้าหมายทางการเงินก็น้อยลงตามไปด้วย

❓ ก่อนจะควักเงินออกมาจากบัญชีเงินออม (ที่เราตั้งใจเก็บเพื่อเป้าหมายอะไรบางอย่าง) ให้ลองถามตัวเองว่า

- มันเป็นสิ่งที่เราต้องการจริงๆ ไหม? มันตรงกับเป้าหมายทางการเงินที่วางเอาไว้สำหรับเราในอนาคตรึเปล่า?

- สิ่งที่เรากำลังทำอยู่ถูกกระตุ้นจากปัจจัยภายนอกไหม? อาจจะเป็นความคาดหวังของคนอื่น หรือพยายามจะพิสูจน์อะไรบางอย่างให้คนอื่นเห็น?

- เราซื้อเพราะอารมณ์อื่นๆ รึเปล่า? เช่นเบื่อ เครียด กังวล โกรธ ฯลฯ? พยายามหนีปัญหาที่ไม่อยากเผชิญหน้าไหม?

คำถามเหล่านี้จะช่วยเป็นกระจกสะท้อนให้เราคิดตัดสินใจด้วยเหตุผลได้ดีขึ้นมากกว่าแค่ปล่อยให้อารมณ์ชี้นำการใช้จ่ายของเราจนเกิดความเสียหายต่อเป้าหมายการเงินของเราได้

📌 ใช้เงินไม่ใช่เรื่องผิด ชีวิตต้องมีความสุขบ้าง แต่ต้องวางแผนเพื่อใช้เงินตรงนั้นด้วย

แล้วเราไม่ควรใช้เงินเพื่อซื้ออะไรให้ตัวเราในปัจจุบันมีความสุขเลยเหรอ? ในเมื่อต้องเก็บให้ตัวเราในอนาคต?

ถ้าเป็นแบบนั้นชีวิตคงแห้งเหี่ยวน่าดูเลย

💡 โฟรูซ์บอกว่าการใช้เงินก็คือนิสัยอย่างหนึ่งที่เราฝึกกันได้ การสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีก็ช่วยให้เราใช้เงินได้ตรงตามเป้าหมายมากขึ้น หากเรารู้ว่าตัวเองมักจะควบคุมการใช้จ่ายเงินไม่ได้ สิ่งที่ต้องทำคือการลดตัวกระตุ้นให้เกิดการใช้เงินตั้งแต่แรก (แต่เงินก้อนนี้ต้องไม่กระทบกับเป้าหมายหลักของเรานะ)

สมมุติคุณชอบชอปปิงออนไลน์อย่างมาก ต้องเข้าไปดูทุกวันหรือกดซื้อของตรงนั้นนิดตรงนี้หน่อย ลองตัดไฟแต่ต้นลมลบแอปฯ ทิ้งไปเลย หรืออีกวิธีคือแบ่งเงินไว้เพื่อชอปปิงในแต่ละเดือนเป็นก้อนหนึ่งไปเลยก็ได้

พยายามอย่าสั่งอาหารตอนหิว หรือ ไปซูเปอร์มาร์เก็ตโดยไม่ทำลิสต์สิ่งของที่ต้องการซื้อไปด้วย เพราะอาจจะนำไปสู่การใช้เงินที่มากเกินไป

หรือถ้าเรารู้ว่าเป็นเหยื่อการตลาดได้ง่าย เห็นโปรโมชันบนโซเชียลมีเดียมักอดใจไม่ไหว ก็กดเลิกติดตามเพจหรือยกเลิกการรับอีเมลโปรโมชันเลยก็ได้

เมื่อเราหันมาให้ความสนใจกับเรื่องเงินของตัวเองมากขึ้น สิ่งที่จะตามมาไม่ใช่แค่เงินในบัญชีที่เพิ่มขึ้น การมีอำนาจ (สามารถควบคุมและจัดการ) เหนือเงิน จะเริ่มทำให้เรารู้สึกดีกับตัวเองมากขึ้น รู้สึกภูมิใจและมั่นใจมากขึ้นด้วย

จำไว้ว่าการใช้เงินไม่ใช่เรื่องผิด บ่อยครั้งมันทำให้ความสุขในชีวิตของเราเพิ่มขึ้น ยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น เพียงแต่อย่าใช้เพียงเพราะอยากใช้ แต่ต้องมีการวางแผนเผื่อเอาไว้ก่อนด้วย

แม้เราจะไม่สามารถควบคุมสิ่งที่เกิดขึ้นกับเราได้ บางทีเศรษฐกิจจะแย่ ตลาดหุ้นจะร่วง แต่สิ่งที่เราทำได้คือการควบคุมวินัยการเงินของเราให้เป็นไปตามแผนที่วางเอาไว้

ไม่ว่าจะเป็นการเกษียณ ซื้อบ้านสักหลังหนึ่ง ทำธุรกิจของตัวเอง หรืออะไรก็ตาม เราจะไม่มีทางไปถึงได้เลยหากทุกครั้งที่อยากได้อะไรก็ควักเงินออกมาจากกระเป๋าทุกครั้ง

🎯 การออมเงินเพื่อเป้าหมายไม่ใช่การอดไม่ใช้จ่าย แต่เป็นเรื่องของการบริหารจัดการเงินอย่างจริงจัง รู้ว่าเงินตรงไหนเพื่อเป้าหมายอะไร

💪 คิดถึงเป้าหมายเอาไว้และสิ่งที่เราทำอยู่กำลังพาเราเข้าไปใกล้มันไหม หรือ ทำให้เราถอยห่างออกไปทุกที

🌟 จำไว้ว่า เราควบคุมเงินได้ และไม่จำเป็นต้องคล้อยตามทุกอารมณ์และความอยากที่เข้ามากระตุ้น ยิ่งเราทำบ่อยๆ มันจะติดเป็นนิสัยการเงินที่ดี ซึ่งเราในอนาคตจะอยากกลับมาขอบคุณอย่างแน่นอน

========================

อย่าพลาด โอกาสที่จะเปลี่ยนชีวิตของคุณให้ดีขึ้น!

เตรียมพบกับ Make Rich Expo มหกรรมการลงทุนแห่งชาติ ที่จะพาคุณก้าวเข้าสู่โลกของการลงทุนที่ทันสมัยและเข้าใจง่ายกว่าที่เคย! ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่หัดลงทุน หรือผู้ที่มีประสบการณ์ เรามีทุกสิ่งที่คุณต้องการเพื่อสร้างความมั่งคั่งในอนาคต

เข้าร่วมงานฟรี!!

ลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้แล้ววันนี้ ที่ https://bit.ly/4cKxqet

แล้วพบกันวันที่ 2 - 3 November 2024 เวลา 10.00 - 19.00 น. ณ Paragon Hall ชั้น 5 ศูนย์การค้า Siam Paragon

========================

You might also like

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save