9 เรื่องขนหัวลุกของการวางแผนการเงินและวิธีหลีกเลี่ยงรู้ก่อน เตรียมก่อน! อย่าปล่อยให้การเงินกลายเป็นฝันร้ายในชีวิต

แผนใดๆ ในโลกหล้าคงไม่มีแผนไหนส่งผลต่อชีวิตของเราได้มากเท่า “แผนการเงินส่วนบุคคล” เพราะแผนการเงินดีๆ เพียงแผนเดียวสามารถกำหนดความมั่นคงทางการเงินและคุณภาพชีวิตของคนคนหนึ่งตลอดชีวิตได้เลย ถึงเราจะใช้เงินตลอดเวลาแต่… การวางแผนทางการเงินไม่ใช่เรื่องที่ง่ายและผิดพลาดได้น้อยเหมือนการตักข้าวเข้าปาก หลายครั้งเราก็วางแผนพลาดและตกหลุมพรางได้บ่อย และผลของการตกหลุมทางการเงินมักส่งผลกระทบที่รุนแรงกับชีวิตเสมอ
และนี่คือ 9 เรื่องขนหัวลุกของการวางแผนการเงินส่วนบุคคลและวิธีหลีกเลี่ยง ![]()
1. ไม่มีแผนการเงิน
Emily G. Stroud กล่าวไว้ว่า “หากคุณควบคุมการเงินของคุณได้ในวันนี้ คุณก็จะไม่ตกเป็นเหยื่อของการเงินอีกต่อไปในวันพรุ่งนี้” เพราะหากไม่มีแผนการเงิน การใช้ชีวิตก็จะเป็นไปแบบไร้ทิศทาง และการตัดสินใจในชีวิตก็จะเป็นเพียงการรับมือกับปัญหาทางการเงินไปวัน ๆ ดังนั้น การมีแผนการเงินที่ครอบคลุมจะช่วยให้คุณบริหารรายได้ รายจ่าย การออม และการลงทุนเพื่อบรรลุเป้าหมายหรืออิสรภาพทางการเงินของคุณ
วิธีหลีกเลี่ยงปัญหานี้ก็คือ เริ่มสร้างแผนทางการเงินของตัวเองตั้งแต่วันนี้ โดยอาจจะเริ่มจากการสร้างกองทุนฉุกเฉินภายในหนึ่งปี หรือเก็บเงินเพื่อซื้อของชิ้นใหญ่ในอีกห้าปีข้างหน้า จากนั้นให้ลองประเมินสถานการณ์ทางการเงินของตัวเองเสมอ เพื่อให้เราเห็นภาพชัดเจนว่า เรายืนอยู่ตรงไหนและต้องปรับปรุงตรงไหนบ้าง เพราะแผนทางการเงินที่ดีไม่ใช่แผนที่วางเพียงครั้งเดียวแล้วใช้ตลอดชีวิต แผนที่ดีควรปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ มีการทบทวนเป็นประจำ เมื่อชีวิตมีการเปลี่ยนแปลง แผนการเงินของเราก็ควรปรับให้เหมาะสมด้วย
2. ไม่มีเงินฉุกเฉิน
ในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน อะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอ บางครั้งอาจเป็นโอกาสที่เรารอคอย เช่น หุ้นที่สนใจเกิดราคาตกอย่างกะทันหัน ทำให้เราเห็นจังหวะในการลงทุน โอกาสแบบนั้นจำเป็นต้องใช้เงินทุนทันที หรือหากมีเหตุฉุกเฉินที่ต้องใช้เงินเร่งด่วน เราจะหาเงินจากไหนได้สะดวกไปกว่าการใช้เงินออมของเราเอง
ดังนั้น เพื่อหลุดพ้นจากความรู้สึกไม่มั่งคง เราจึงควรมีกองทุนฉุกเฉินเป็นของตัวเอง เพื่อที่เราจะสามารถรับมือกับค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิดได้อย่างมั่นใจ ไม่ว่าจะเป็นค่าอะไรก็ตามในชีวิต โดยเริ่มสะสมเงินให้มีครอบคลุมค่าใช้จ่าย อย่างน้อย 3 ถึง 6 เดือนของค่าใช้จ่ายประจำ เริ่มต้นด้วยจำนวนเงินที่พอจ่ายไหว เช่น 10-15% ของรายได้ต่อเดือน และค่อยๆ เพิ่มขึ้นเมื่อสถานการณ์ทางการเงินของเราดีขึ้น
3. ใช้จ่ายเกินตัวและซื้อของตามอารมณ์
อะไรที่มากไปย่อมไม่ดี และจะยิ่งแย่เลยถ้าสิ่งที่เยอะนั้นคือ ‘กิเลสที่นำมาซึ่งค่าใช้จ่ายมหาศาล’ เพราะ การซื้อของตามอารมณ์มักนำไปสู่การซื้อสินค้าที่ไม่จำเป็นและอาจทำให้เราเข้าสู่ภาวะหนี้สิน ติดอยู่ในวังวนที่หลุดพ้นยากขึ้นจากการใช้จ่าย ดังนั้น เราจึงควรสร้างนิสัยการใช้จ่ายอย่างมีวินัย เช่น การทำงบประมาณรายเดือนที่คำนวณรายได้และค่าใช้จ่ายที่จำเป็น โดยมีการแบ่งเงินและกันงบให้กับการใช้จ่ายฟุ่มเฟือยในสัดส่วนที่เหมาะสม
วิธีหลีกเลี่ยงการใช้จ่ายเกินตัว เราอาจลองใช้เทคนิค “การพักของที่อยากได้ไว้ในตะกร้า” ก่อนจะซื้ออะไร ลองหยุดคิดเป็นเวลา 24 ชั่วโมง ก่อนตัดสินใจเพื่อให้คุณตัดสินใจอย่างมีสติมากขึ้น
4. พึ่งพาบัตรเครดิตมากเกินไป
บัตรเครดิตเป็นเครื่องมือทางการเงินที่ถ้าใช้ให้ดีมันจะเป็นเพื่อนเรา แต่ถ้าเราใช้อย่างไม่ระวังมันจะกลายเป็นเจ้านายเรา การพึ่งพิงบัตรเครดิตมากเกินไปเป็นนิสัยที่ทำให้คุณมีความเสี่ยงสูงที่จะมีวิกฤตทางการเงินส่วนบุคคล หลายคนติดกับดักความสะดวกในการใช้จ่ายจนเกินตัวและเกิดความรู้สึกว่าการเงินของคุณมีความมั่นคงเพราะคุณมีวงเงินในบัตรเครดิต รู้ตัวอีกทีเราอาจเป็นหนี้บัตรเครดิตมหาศาล
ดังนั้น เราควรหลีกเลี่ยงการใช้บัตรเครดิตเกินความจำเป็น และตั้งเป้าชำระยอดให้มากกว่าขั้นต่ำในแต่ละเดือน เพื่อหลีกเลี่ยงวัฏจักรหนี้ที่ไม่สิ้นสุด การจ่ายขั้นต่ำเพียงอย่างเดียวจะทำให้ดอกเบี้ยทบยอดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นภาระหนี้สินจำนวนมาก ซึ่งอาจต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะชำระหมด ทั้งยังส่งผลเสียต่อคะแนนเครดิตของคุณในระยะยาว
5. มองข้ามคะแนนเครดิต
Credit Score หรือคะแนนเครดิต เป็นหนึ่งในปัจจัยที่สถาบันการเงินใช้ประเมินความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ขอสินเชื่อว่าจะให้ผ่านหรือไม่ผ่านดี ถ้าคะแนนเครดิตน้อย ในกรณีที่เราจะขอสินเชื่อ เช่น กู้ซื้อบ้าน กู้ซื้อรถ ตัวคะแนนเครดิตนี่แหละที่จะเป็นตัวบอกว่าโอกาสที่จะขอสินเชื่อและผ่านมีโอกาสมากน้อยแค่ไหน ถ้าคะแนนน้อยโอกาสก็จะน้อยลงไปด้วย
โดย 4 วิธีรักษาคะแนนเครดิตให้ดี (ข้อมูลจากธนาคารกรุงศรีอยุธยาฯ) ก็คือ เคลียร์หนี้เก่า ไม่สร้างหนี้ใหม่, ชำระให้หนี้ตรงเวลา, จ่ายหนี้ให้เกินขั้นต่ำ, อย่าขอสินเชื่อบ่อยเกินไป เพราะการรักษาคะแนนเครดิตให้ดีเป็นการแสดงให้เห็นถึงวินัย และพฤติกรรมการชำระหนี้ที่ดีของเราที่ให้มีความน่าเชื่อถือ
6. ไม่วางแผนการเกษียณ
เทนเนสซี วิลเลียมส์ นักเขียนบทละครชาวอเมริกัน เคยพูดไว้ว่า
“ตอนหนุ่มสาวเราอาจอยู่ได้โดยไม่ต้องมีเงิน แต่เมื่ออายุมากขึ้น ไม่มีเงินเราอยู่ไม่ได้”
ที่เขาพูดแบบนี้เป็นเพราะว่าการวางแผนเกษียณเป็นสิ่งสำคัญ แต่หลายคนมักมองข้ามหรือประเมินจำนวนเงินที่ต้องการต่ำเกินไป ตัวอย่างเช่น งานสำรวจของ Bipartisan Policy Center พบว่าชาวอเมริกัน 76% ตระหนักถึงความจำเป็นในการเก็บเงินเพื่อเกษียณอายุ แต่มีไม่ถึง 40% ที่มีแผนที่เป็นรูปธรรมสำหรับการเกษียณอายุ
ความหลอนของการไม่มีแผนที่เป็นรูปธรรม ทำให้เราเสี่ยงที่จะเงินหมดเมื่อเกษียณอายุ ต้องพึ่งพาสวัสดิการของรัฐหรือทำงานต่อไปทั้งที่อยู่ในวัยเกษียณ เนื่องจากจำนวนเงินที่ได้อาจไม่ครอบคลุมความต้องการทั้งหมดและเงินที่ได้อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ เช่นกัน
ดังนั้น เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในวัยเกษียณ เราจึงควรสร้างแผนเกษียณอายุ โดยอาจเริ่มจากการประมาณจำนวนเงินที่เราต้องการเพื่อเกษียณอายุอย่างสบาย โดยพิจารณาปัจจัยต่างๆ เช่น ไลฟ์สไตล์ที่ต้องการ ค่ารักษาพยาบาล และอายุที่เราคิดว่าจะมีชีวิตอยู่ จากนั้นก็สมทบเงินเข้าบัญชีเพื่อการเกษียณอายุอย่างสม่ำเสมอ และอย่าลืมปรับแผนการเกษียณอายุของคุณเป็นระยะๆ เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของรายได้ ไลฟ์สไตล์ และอัตราเงินเฟ้อ
7. มองข้ามความสำคัญของการป้องกันความเสี่ยง
แม้จะมีบริการมากมายให้เลือกสรร แต่..ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ ประกันภัยต่างๆ มักถูกมองข้ามเพราะ เรารู้สึกว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น (จนกว่าเราจะต้องใช้มัน) การไม่มีประกันก็เหมือนการไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงและอาจนำไปสู่ความหายนะทางการเงิน โดยเฉพาะในกรณีฉุกเฉิน
การทำประกัน แต่ละชนิดจะทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ในสถานการณ์ที่มีค่าใช้จ่ายสูง เช่น
- ประกันสุขภาพสามารถช่วยครอบคลุมค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ ในกรณีที่ป่วยกาย
- ประกันบ้านและรถยนต์สามารถปกป้องความเสียหายหรือการโจรกรรม
- ประกันชีวิตช่วยให้มั่นใจว่าคนข้างหลังจะมีความปลอดภัยทางการเงินในกรณีที่เราเสียชีวิต
หากไม่มีการคุ้มครองเหล่านี้ ความเสี่ยงที่ไม่คาดคิดเพียงครั้งเดียวอาจทำให้เงินทั้งหมดของเราหมดลงและนำไปสู่หนี้สินที่มากขึ้น ดังนั้น เพื่อป้องกันปัญหาทางการเงินที่อาจเกิดขึ้น เราจึงควรวางแผนและทำประกันเพื่อคุ้มครองความเสี่ยงอย่างรอบคอบ
8. ไม่ลงทุนหรือเริ่มช้าเกินไป
การไม่ลงทุนมีความเสี่ยง เพราะ ยิ่งเราประวิงเวลารอในการลงทุนนานเท่าไร เราก็จะพลาดโอกาสในการเพิ่มเงินเพิ่มผลตอบแทนทบต้นมากขึ้นเท่านั้น การเลื่อนการลงทุนออกไปแม้เพียงไม่กี่ปีอาจทำให้เราเสียโอกาสในผลตอบแทนที่อาจได้รับ ทำให้การบรรลุเป้าหมายทางการเงินในระยะยาว เช่น การซื้อบ้าน หรือเกษียณอายุอย่างสบายๆ เป็นเรื่องยากมากขึ้น
เพราะการลงทุนเป็นหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิผลที่สุดในการสร้างความมั่งคั่งในระยะยาว และเมื่อพิจารณาถึงภาวะเงินเฟ้อ เงินที่ไม่ได้ใช้ในบัญชีออมทรัพย์จะสูญเสียมูลค่าเมื่อเวลาผ่านไป เนื่องจากภาวะเงินเฟ้อกัดกร่อนอำนาจซื้อ แม้ว่าการออมจะเป็นสิ่งสำคัญ แต่การลงทุนสามารถเพิ่มศักยภาพที่จะแซงหน้าภาวะเงินเฟ้อและสร้างความมั่งคั่งได้ดีกว่า
แต่ว่า… ก่อนที่จะลงทุน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการศึกษาข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับสินทรัพย์ประเภทต่างๆ เช่น หุ้น พันธบัตร และกองทุนรวม รวมถึงการทำความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างความเสี่ยงและผลตอบแทน จากนั้นค่อยๆ เริ่มลงทุนในพอร์ตโฟลิโอที่มีการกระจายความเสี่ยงตามระดับความเสี่ยงที่เรายอมรับได้ เพราะการลงทุนเพียงเล็กน้อยเป็นประจำ ตั้งแต่เนิ่นๆ จะสามารถสร้างผลตอบแทนที่แตกต่างได้อย่างมีนัยสำคัญ
9. ขาดการวางแผนภาษี
เราจะเห็นอุทาหรณ์เตือนใจกันอยู่บ่อยๆ เกี่ยวกับการยื่นภาษีผิดชีวิตเปลี่ยน เพราะความเข้าใจผิดและเตรียมภาษีที่ไม่ดี ทำให้เราต้องเสียเงินมากกว่าที่จำเป็น หรือหากไม่ได้วางแผนอย่างเหมาะสม เราอาจพลาดการลดหย่อนภาษีไป การไม่วางแผนภาษีอาจทำให้ เราต้องเสียภาษีเพิ่มเติม เสียเบี้ยปรับ หรือในบางกรณีก็อาจถึงขั้นต้องถูกจำคุกกันเลย
และเรื่องหลอนทางการเงินในข้อ 8 และ 9 นี้ ยังสามารถหลีกเลี่ยงไปพร้อมกันได้ด้วย เพราะปัจจุบันมีกองทุนที่จะช่วยเราลดหย่อนภาษีและเป็นการลงทุนไปในตัวพร้อมกันได้ด้วย หรือถ้าในอนาคตเรามีการเงินที่ซับซ้อนกว่านี้ (เช่น ทำธุรกิจส่วนตัว) ให้มองหาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีเพื่อรับข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับกลยุทธ์ที่เพิ่มประสิทธิภาพด้านภาษี
ดังนั้น เพื่อป้องกันเรื่องหลอนเกี่ยวกับภาษี วิธีที่ดีที่สุดจึงเป็นการวางแผนภาษีให้มีประสิทธิภาพ จดบันทึกรายได้ ค่าใช้จ่าย และการหักลดหย่อนต่างๆ ที่เรามีสิทธิ์ได้รับอย่างละเอียดถี่ถ้วน เพื่อจัดระเบียบตลอดทั้งปี แทนที่จะรีบเร่งรวบรวมเอกสารในนาทีสุดท้าย
สุดท้ายนี้ ขอทิ้งท้ายว่า 9 เรื่องขนหัวลุกเกี่ยวกับการวางแผนการเงินทุกเรื่องที่เจอ สามารถแก้ไขได้ด้วยการหาความรู้ทางการเงิน การมีวินัย และการตระหนักรู้ในตนเอง แม้การเปลี่ยนแปลงนิสัยเก่าๆ อาจเป็นเรื่องท้าทาย แต่การควบคุมการเงินจะนำมาซึ่งความมั่นคงทางการเงินและอิสระในการบรรลุเป้าหมายหลายๆ ด้านในชีวิต
ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เพื่อใครเลย แต่เพื่อให้ตัวเราเองในอนาคตมองย้อนกลับมา แล้วขอบคุณตัวเราเองในวันนี้ที่ได้เริ่มต้นวางแผนการเงินอย่างถูกต้อง
========================
อย่าพลาด โอกาสที่จะเปลี่ยนชีวิตของคุณให้ดีขึ้น!
เตรียมพบกับ Make Rich Expo มหกรรมการลงทุนแห่งชาติ ที่จะพาคุณก้าวเข้าสู่โลกของการลงทุนที่ทันสมัยและเข้าใจง่ายกว่าที่เคย! ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่หัดลงทุน หรือผู้ที่มีประสบการณ์ เรามีทุกสิ่งที่คุณต้องการเพื่อสร้างความมั่งคั่งในอนาคต
เข้าร่วมงานฟรี!!
ลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้แล้ววันนี้ ที่ https://bit.ly/4cKxqet
แล้วพบกันวันที่ 2 - 3 November 2024 เวลา 10.00 - 19.00 น. ณ Paragon Hall ชั้น 5 ศูนย์การค้า Siam Paragon
========================
Tagged in
You might also like

Passive Income แบบไม่เสี่ยงสูง? ...
เมื่อโลกการเงินปี 2026 ไม่ได้ใจดีอย่างที่คิด ตลาด Crypto เหวี่ยงจนนอนไม่หลับ หุ้นไทยนิ่...

Investment for a Good Life ลงทุนกับบ้านที่อยู่ดีตั้ง...
อริสโตเติล นักปรัชญาชาวกรีกผู้ยิ่งใหญ่ เคยกล่าวไว้ว่า“Well begun is half done” หรือ&nbs...

“QHHRREIT” กองทรัสต์โรงแรมคุณภาพ แบรนด์ “Centr...
ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา หลังเกิดวิกฤตโควิด “การท่องเที่ยว” คือหนึ่งในภาคธุรกิจหลักที่ทำให้...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

