3 สิ่งเกี่ยวกับเงินที่ผู้ใหญ่อีกหลายคนยังไม่รู้หรือรู้แล้ว แต่ไม่รู้จะจัดการมันยังไง?

3 สิ่งเกี่ยวกับเงินที่ผู้ใหญ่อีกหลายคนยังไม่รู้หรือรู้แล้ว แต่ไม่รู้จะจัดการมันยังไง?

ในบทความนี้ อลิสัน นิโคล ลองติน (Allison Nichol Longtin) คอลัมนิสต์ด้านการเงินส่วนบุคคลจาก Business Insider เล่าถึง 3 บทเรียนสำคัญที่เธอเรียนรู้เกี่ยวกับเงิน ซึ่งเป็นเรื่องที่เธอบอกว่าผู้ใหญ่อีกหลายคนอาจยังไม่รู้ หรือรู้แล้วแต่ไม่รู้วิธีจัดการ

เพราะ ความรู้เรื่องการเงินเป็นสิ่งที่ขาดหายไปจากการศึกษาในวัยเด็ก ทำให้ผู้ใหญ่หลายคนต้องเผชิญกับปัญหาทางการเงินโดยไม่รู้ทางออก หรือบางครั้งก็ไม่รู้ว่าปัญหาคืออะไร ทำให้หลายครั้งเราไม่กล้าพูดถึงเพราะรู้สึกอาย เพราะเราคิดไปแล้วว่าเรื่องเงินเป็นเรื่องที่ทุกคนควรเข้าใจ

อลิสันเองก็เคยรู้สึกแบบนั้น จนกระทั่งอายุเกือบ 30 ปี เธอเริ่มเรียนรู้และจัดการเรื่องการเงินของตัวเอง จนสามารถสรุปเป็นบทเรียนสำคัญที่ทุกคนสามารถนำไปปรับใช้ได้

นี่คือ 3 สิ่งที่เธออยากให้คุณรู้

1. การพูดเรื่องเงินเป็นเรื่องต้องห้าม แต่เราไม่ทราบก็ไม่ได้

อลิสันเขียนไว้ว่า “มีเรื่องสำคัญมากมายในชีวิตที่เราไม่ได้รับการสอนในโรงเรียน และการจัดการเงินคือหนึ่งในนั้น — บางครั้งการไม่รู้เรื่องบางอย่างที่ทุกคนควรจะรู้เป็นเรื่องน่าอาย พวกเราส่วนใหญ่ที่ไม่ได้เรียนรู้วิธีจัดการเงินในโรงเรียน และสุดท้ายเราก็รู้สึกอายที่จะขอความช่วยเหลือ”

“ฉันได้ยินเรื่องราวเดิมๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ที่บอกว่าพวกเขาไม่ได้เรียนรู้เรื่องเหล่านี้ในโรงเรียน และพวกเขาก็อายที่จะยอมรับมัน ว่าไม่เข้าใจศัพท์ทางการเงิน และการขาดการเข้าใจที่ชัดเจนเกี่ยวกับบริการทางการเงิน การทำงานของบริการเหล่านี้ รวมไปถึงพฤติกรรมที่ไม่ดีที่อาจเป็นผลมาจากความเข้าใจผิดเกี่ยวกับสิ่งบริการทางการเงินต่างๆ เช่น สินเชื่อ เป็นต้น”

ที่อลิสันเขียนไว้ซึ่งสอดคล้องกับผลการสำรวจของ Bankrate ที่พบว่าแม้เรื่องการเงินจะสำคัญ แต่ผู้ใหญ่กว่า 62%หลายคนยังรู้สึกอายหรือไม่สบายใจที่จะพูดถึง และมองว่าการพูดคุยเรื่องเงินเป็น “เรื่องต้องห้าม”

ทางแก้ : ก่อนจะเกิดปัญหาการเงินเราควรเริ่มต้นเรียนรู้เรื่องการบริหารจัดการเงิน โดยอาจเริ่มจากแหล่งความรู้ที่เข้าถึงง่าย เช่น คอร์สออนไลน์ บทความจากผู้เชี่ยวชาญ หรือเพจที่ให้ความรู้ด้านการเงิน (เช่น aomMONEY ก็เป็นตัวเลือกที่ดีนะ 😉)

2. หนี้ไม่ได้เลวไปทั้งหมด

การจัดการหนี้อย่างชาญฉลาดเริ่มต้นจากความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับประเภทของหนี้ อลิสันบอกว่า สิ่งที่เธอได้เรียนรู้มาคือ ‘หนี้’ แบ่งออกเป็นสองประเภทหลักคือ "หนี้ดี - Good Debt" และ "หนี้เลว - Bad Debt"

หนี้ดีคือหนี้ที่สร้างโอกาสในอนาคตและเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินในระยะยาว หากมีการวางแผนและบริหารจัดการอย่างเหมาะสม

ตัวอย่างของหนี้ดี เช่น สินเชื่อเพื่อการศึกษาที่ช่วยเพิ่มศักยภาพในการทำงาน สินเชื่อเพื่อซื้อบ้านที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นตามกาลเวลา สินเชื่อเพื่อธุรกิจที่สร้างรายได้ และการใช้บัตรเครดิตอย่างรอบคอบที่ช่วยสร้างประวัติเครดิตที่ดี

ในขณะที่ หนี้เลวคือ หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดมูลค่าหรือสร้างภาระทางการเงินในระยะยาว เช่น การใช้บัตรเครดิตเกินกำลัง การกู้ยืมเพื่อซื้อสินค้าฟุ่มเฟือย หรือการกู้เงินเพื่อจ่ายหนี้เดิมโดยไม่แก้ไขพฤติกรรมการใช้จ่าย

ทางแก้ : อลิสันบอกว่า สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจว่าการมีหนี้ไม่ใช่เรื่องผิด หากเป็นหนี้ที่เกิดจากการวางแผนเพื่ออนาคตและสามารถบริหารจัดการได้อย่างมีวินัย หนี้ดีจะเป็นเครื่องมือในการสร้างโอกาสและความมั่นคง ในขณะที่หนี้ร้ายจะกลายเป็นภาระที่ฉุดรั้งชีวิต ดังนั้นการเลือกก่อหนี้อย่างชาญฉลาดจึงเป็นทักษะสำคัญในการบริหารการเงินส่วนบุคคล

3. ถ้าการเก็บเงินเป็นเรื่องที่เจ็บปวด ต้องลอง “Paying Yourself First”

การออมเงินดูเหมือนเป็นเรื่องง่าย แต่ในความเป็นจริงกลับเป็นสิ่งที่หลายคนทำไม่สำเร็จ จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย พบว่าแม้ 61% ของคนไทยวางแผนเก็บเงินเพื่อวัยเกษียณ แต่มีเพียง 15.7% เท่านั้นที่ทำได้ตามเป้าหมาย

สาเหตุสำคัญมาจากกลไกทางจิตวิทยาที่สมองเราจะรู้สึก "เจ็บปวด" เมื่อต้องจ่ายเงินออกไป คล้ายกับกำลังสูญเสียบางสิ่ง

ทางแก้ : อลิสันเขียนไว้ให้ว่า “จ่ายให้ตัวเองก่อน” หมายถึงการตั้งระบบให้เงินเข้าบัญชีออมทรัพย์หรือบัญชีลงทุนแบบอัตโนมัติทุกเดือน ก่อนที่เราจะเอาเงินไปใช้อย่างอื่น วิธีนี้จะทำให้การเก็บเงินเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น ไม่ต้องมานั่งคิดว่าจะเก็บเท่าไหร่ดี และยังช่วยลดความเครียดเรื่องเงิน เพราะเรารู้ว่าเงินที่เก็บไว้จะช่วยเราในอนาคต

ข้อดีอีกข้อของการ “จ่ายให้ตัวเองก่อน” โดยการตั้งให้เงินถูกหักอัตโนมัติไปเก็บก่อนที่เราจะได้ใช้ จะช่วยให้สมองไม่รู้สึกเจ็บปวด เพราะเหมือนเงินนั้น “ไม่เคยมีอยู่” ตั้งแต่แรก

ถ้าเรามีรายได้มากขึ้น เช่น ได้โบนัส เราก็ค่อยเพิ่มเงินที่เก็บอัตโนมัติได้ แต่ถ้ารายได้น้อยลง เช่น ย้ายงานหรือทำฟรีแลนซ์ เราก็ลดจำนวนที่ต้องการเก็บลงได้เช่นกัน วิธีนี้จะช่วยให้เราสะสมเงินได้อย่างต่อเนื่อง

🔚 ในบทความนี้อลิสันในฐานะนักเขียนและนักการศึกษา เน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำความเข้าใจเกี่ยวกับ

1. ความรู้ทางการเงิน (Financial Literacy)
2. หนี้ดีและหนี้เลว (Good Debt and Bad Debt)
3. การออมเงิน (Saving)

เพราะเงินไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่คือความมั่นคงในชีวิตที่เราสร้างได้ เริ่มต้นวันนี้ยังไม่สายและอย่าลืมที่จะเก็บออมเงินเผื่อฉุกเฉินกันไว้ด้วย 😎

You might also like

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save