ให้เงินพ่อแม่ คุณค่าไม่ได้อยู่ที่ 500 หรือ 2,000 แต่อยู่ที่ความตั้งใจ 4 ข้อคิดและเทคนิควางแผนการเงิน ฉบับลูกๆ ที่ต้องดูแลพ่อแม่ โดย คุณสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ เครดิตบูโร

ให้เงินพ่อแม่ คุณค่าไม่ได้อยู่ที่ 500 หรือ 2,000 แต่อยู่ที่ความตั้งใจ 4 ข้อคิดและเทคนิควางแผนการเงิน ฉบับลูกๆ ที่ต้องดูแลพ่อแม่ โดย คุณสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ เครดิตบูโร

ใกล้จะถึงเทศกาลปีใหม่ หลายคนกำลังวางแผนเดินทางกลับภูมิลำเนา เพื่อใช้เวลาร่วมกับครอบครัว ถือเป็นช่วงที่ได้พักผ่อน หลังจากที่ทำงานหนักหาเงินในกรุงเทพฯ เผชิญปัญหาค่าครองชีพสูง สวนทางกับรายได้ ทั้งยังต้องแบกรับภาระเรื่องเงิน-งาน-ครอบครัว

ในขณะที่สังคมไทยคาดหวังเรื่องความกตัญญู ลูกหลานต้องเลี้ยงดูพ่อแม่ยามแก่ชรา ดังนั้นคำถามของหลายๆ คนคือ "ควรวางแผนการเงินอย่างไร?" ถ้าต้องเอาตัวเองให้รอด และต้องดูแลพ่อแม่ไปพร้อมๆ กัน

วันนี้ คุณสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จํากัด (เครดิตบูโร) จะมาให้คำแนะนำเกี่ยวกับ 4 เทคนิควางแผนการเงิน ถ้าต้องดูแลพ่อแม่ ควรทำอย่างไรไปดูกันเลยครับ

👉 1. อย่ากดดันตัวเองเกินไป ให้เงินพ่อแม่เท่าที่ไหว

สำหรับคนที่มีรายได้น้อย หรือมีภาระค่าใช้จ่ายเยอะ คุณสุรพลให้คำแนะนำว่า อันดับแรกต้องปรับทัศนคติก่อน อย่าเพิ่งคิดน้อยเนื้อต่ำใจว่าเราให้เงินพ่อแม่ได้น้อย

เพราะมันไม่สำคัญเลยว่า เราจะให้เงินท่านเดือนละ 500 หรือ 2,000 บาท แต่มันอยู่ที่ “คุณค่า” มากกว่า อยากให้ดูที่ความตั้งใจของเรา และต้องไม่รู้สึกว่านี่คือภาระ ส่วนฝั่งพ่อแม่เองก็ไม่ควรคาดหวัง หรือกดดันลูก

ขณะที่สังคมก็ไม่ควรตอกย้ำความเชื่อเดิมๆ แต่ควรปล่อยให้สังคมตีความบรรทัดฐานใหม่ เพราะความเชื่อบางอย่างในยุคสมัยก่อน ก็ไม่สามารถถ่ายโอนไปยุคสมัยนี้ได้ คำว่า “กตัญญูรู้คุณ” ต้องเกิดจากความสมัครใจทั้ง 2 ฝั่ง มันไม่สามารถใช้แรงกดดันของใครได้อีกแล้ว

👉 2. แบ่งเงินโดยใช้สูตร 40-40-20

สำหรับคนที่ไม่มีปัญหาเรื่องรายได้ ไม่มีภาระค่าใช้จ่าย แต่ยังไม่รู้ว่าควรจะจัดสรรเงินให้พ่อแม่อย่างไร คุณสุรพลก็ให้คำแนะนำง่ายๆ เพื่อเป็นแนวทางคือ “ใช้สูตร 40-40-20” ครับ

ตัวอย่างเช่น

รายได้ 30,000 บาท
แบ่ง 40% สำหรับค่าใช้จ่ายส่วนตัว = 12,000 บาท
แบ่ง 40% สำหรับใช้หนี้ = 12,000 บาท
แบ่ง 20% สำหรับเก็บออม = 6,000 บาท

สำหรับเงินที่จะมอบให้พ่อแม่ จะอยู่ในส่วนของ 20% ที่เป็นการเก็บออมนั่นเอง ซึ่งก็แล้วแต่บุคคลว่าจะแบ่งเก็บออมของตัวเองเท่าไหร่ และมอบให้พ่อแม่เท่าไหร่ครับ

แต่ปัญหาคือแต่ละคนมีรายได้ไม่เท่ากัน ทำให้บางคนออมได้น้อย สิ่งที่ต้องทำก็คือลดค่าใช้จ่ายในสัดส่วนอื่น เช่น ค่าใช้จ่ายส่วนตัว การใช้หนี้ เพื่อให้เราเหลือเงินออม/เงินที่จะมอบให้พ่อแม่มากขึ้นนั่นเอง

✅ ส่วนเทคนิคสำหรับคนมีรายได้น้อย คือไม่จำเป็นต้องให้เงินพ่อแม่เป็นรายเดือน แต่อาจจะเก็บออมสะสมไว้ พอได้เงินสักก้อนหนึ่งก็ค่อยมอบให้ท่านในโอกาสสำคัญครับ

👉 3. สร้างกองทุนสุขภาพครอบครัว

ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ มักจะเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่สุดในการเลี้ยงดูพ่อแม่ ถ้าพ่อแม่มีโรคประจำตัว ต้องไปรักษาที่โรงพยาบาลอย่างต่อเนื่อง ก็พอจะคาดการณ์ค่าใช้จ่ายได้ล่วงหน้า

คุณสุรพลให้คำแนะนำในเรื่องนี้คือ “การตั้งกองทุนครอบครัว” โดยให้พี่น้องทั้งหมดมาลงขันเงินตามสัดส่วนรายได้ เข้ากองทุนกลางเพื่อนำไปเป็นค่ารักษาพยาบาลพ่อแม่ยามเจ็บป่วย นับเป็นวิธีที่น่าสนใจมากๆ เลยครับ

👉 4. ทำประกันก็ช่วยลดภาระได้

ใครที่พ่อแม่ยังอายุไม่มาก หรือยังไม่มีโรคประจำตัว ควรรีบทำประกันสุขภาพให้ท่านตั้งแต่เนิ่นๆ ก่อนที่ท่านจะเจ็บป่วยแล้วต้องควักเงินออมเพื่อรักษา โดยวิธีซื้อประกันสุขภาพให้คุ้มค่าคือ เลือกประกันที่เงื่อนไขและวงเงินความคุ้มครองครอบคลุม หากเจ็บป่วยก็จะช่วยผ่อนค่าใช้จ่ายหนักเป็นเบาได้ครับ

และนี่ก็คือ 4 เทคนิควางแผนการเงิน สำหรับลูกหลานยุคใหม่ที่อยากดูแลพ่อแม่ แม้จะต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายรอบด้านก็ตาม aomMONEY ขอนับถือหัวใจในความสตรองเลยครับ เพื่อนๆ สามารถนำวิธีเหล่านี้ไปปรับใช้กันได้

You might also like

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save