ถ้าชีวิตนี้ต้องเป็น “มนุษย์เงินเดือน” ที่ “โสด” จะเตรียมรับมืออย่างไร?

เรื่องราวในตอนนี้อาจจะเป็นสิ่งที่หลายๆคนคิดและตระหนักกันเป็นอย่างดี โดยเฉพาะหลายๆคนที่อายุเข้าสู่เลข 3 และ เลขที่ 4 ซึ่งรู้ตัวกันแล้วว่า ชีวิตนี้จะต้อง "โสด" อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้หรืออาจจะเพราะมีความจำเป็นบางอย่างทั้งๆที่ไม่ได้อยากมีความจำเป็นนักหรอก แถมเรายังเป็น "มนุษย์เงินเดือน" ซะอีก นั่นหมายความว่าพออายุไปถึง 60 เราจะต้องเกษียณอายุ นั่นคือเราไม่สามารถทำงานได้อีกแล้ว รายได้ทั้งหมดของเราจะกลายเป็นศูนย์และที่เหลือจะกลายเป็นรายจ่ายที่มีแต่วันที่จะหมดลงเรื่อยๆ เรื่องนี้หลายๆคนที่อายุยังน้อยก็อาจจะยังไม่ตระหนักเท่าไหร่เพราะยังสามารถหาเงินได้เรื่อยๆอยู่และสามารถสร้างความสุขให้กับชีวิตได้และอีกนานกว่าจะเกษียณและต่อไปอาจจะเจอรักแท้จนแต่งงานมีลูกคอยดูแลได้ อันนี้ผมอาจจะลองเสนอให้คิดในอีกมุมนะครับ

การมีลูกก็ไม่ได้รับประกันได้ว่าลูกจะเลี้ยงดูเรา

ในสมัยก่อนเราอาจจะถูกปลูกฝังว่าเราเป็นเด็ก พ่อแม่คือผู้มีพระคุณเมื่อเราโตขึ้นเราก็มีหน้าที่เลี้ยงดูเขา แต่ในสังคมปัจจุบันแล้วผมว่าค่อนข้างลำบากที่เราจะคาดหวังให้ใครมาเลี้ยงเราในอนาคตได้ สังคมไทยก็เดินหน้าไม่ต่างกับสังคมในโลกตะวันตกมากขึ้นเรื่อยๆ อาจจะยังไม่ถึงกับว่าเมื่อเด็กอายุ 18 ปี จะออกจากบ้านไปท่องโลกหางานทำเลี้ยงตัวเองนะครับ สำหรับคนไทยแล้วลูกๆก็ยังอยู่กับพ่อแม่จนอาจจะมีซักวันหนึ่งเมื่อเขาทำงานได้แล้ว มีเงินเดือน เขาอาจจะอยากย้ายไปอยู่คอนโดใจกลางเมืองติด BTS MRT เหมือนที่พวกเราใฝ่ฝันที่จะซื้อกันเต็มไปหมด ภาระทางการเงินที่รุ่นลูกมีก็อาจจะไม่ต่างกับที่เรามีในตอนนี้ หลายๆคนอาจจะสามารถทำงานมีเงินเดือนและมอบเงินบางส่วนให้กับพ่อแม่ได้นั่นก็นับว่าเป็นเรื่องดี แต่ถ้าครอบครัวไหนที่พบว่าลูกเกเรก็อาจจะปวดหัวได้ บางคนอาจจะติดอบายมุข ติดการพนันจนกลับมาเป็นภาระให้ พ่อแม่ต้องไปนั่งตามใช้หนี้อีก ผมเคยพบหลายๆคนที่ไม่ประสบความสำเร็จทางครอบครัวที่พ่อแม่เกษียณแล้วได้เงินก้อนมา แทนที่จะนำไปใช้จ่ายอย่างมีความสุขในบั้นปลาย กลับจะต้องนำมาใช้จ่ายกับสิ่งต่างๆที่รุ่นลูกก่อขึ้น สิ่งที่ผมจะบอกว่าก็คือ การเป็นโสดมันก็ไม่ใช่เรื่องแย่เท่าไหร่ เพราะทุกคนมีความเสี่ยงแต่อาจจะอยู่ในคนละด้านซึ่งก็ล้วนแล้วแต่ว่าเราจะพบในส่วนไหน เพราะฉะนั้นแล้วตนเป็นที่พึ่งแห่งตนอาจจะเป็นคำตอบอย่างหนึ่งที่เราควรจะคิดอยู่ตลอดเวลา และการบริหารการเงินของตัวเองนั้นก็นับว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่จะทำให้มนุษย์เงินเดือนก้าวผ่านความยากลำบากในบั้นปลายชีวิตได้

หากเราทำงานตั้งแต่อายุ 20 ปี ไปจนถึง 60 ปี จะมีเงินเดือนทั้งหมด 40 x 12 = 480 ครั้ง

หากเราเงินเดือนเฉลี่ยทั้งชีวิตอยู่ที่ 30,000 บาท เราจะมีรายได้ทั้งชีวิตที่ 14,400,000 บาท

หากคุณมีรายจ่ายถึง 70% ของเงินก้อนนี้ เงินหลังเกษียณจะอยู่ที่ 4,320,000 บาท

พอเห็นแบบนี้ทุกคนก็คงเสียวๆกันไม่น้อยใช่ไหมครับ เงินเดือนเฉลี่ย 30,000 นั้น มันพูดถึงตอนต้นที่คุณทำงานเงินเดือนน้อยกว่านั้นและในตอนอายุมากที่คุณเงินเดือนสูงกว่านั้นเฉลี่ยกันไป ถ้าคุณทำงานมาตั้งแต่อายุ 20 จนถึง 40 เงินเดือนคุณครั้งสุดท้ายได้ 30,000 บาท เงินเดือนเฉลี่ยคุณก็อาจจะน้อยกว่านั้น แต่ถ้าคุณอาจจะก้าวหน้าสูงสุดในอาชีพที่มีเงินเดือนในตอนบั้นปลายชีวิตในระดับกรรมการผู้จัดการบริษัทที่ให้เงินเดือน 300,000 บาท รวมๆแล้วคุณอาจจะมีรายได้เฉลี่ยตั้งแต่ต้นรวมๆแล้วซัก 100,000 แสนบาทก็ได้ ลองหักค่าใช้จ่ายของตัวเองและเงินเก็บในแต่ละเดือนดูว่า เราจะมีเงินเหลือในยามเกษียณเท่าไหร่ อันนี้ก็เป็นวิธีคิดคร่าวๆ ให้ถูกคนได้เห็นความสำคัญของการทราบถึงสถานทางการเงินของตัวเองและวางแผนไปยังอนาคตนะครับ คำนวณๆไปแล้วก็พบว่าเราแค่ซื้อบ้านและรถซักคันยังยากลำบากเลย

คำถามเพิ่มเติม คือ คุณมีหนี้ที่จะลดทอนความมั่งคั่งจากดอกเบี้ยของมันเพิ่มเติมอีกไหม

เราจะสร้างความมั่งคั่งอย่างไรได้บ้างล่ะ?

สูตรของผมเป็นเช่นเดิม จริงๆโลกการเงินมันไม่ได้มีอะไรที่ซับซ้อนเลย เพียงแต่เราเองอาจจะคิดว่ามันยากและก็พยายามไปหาคำตอบกับเครื่องมือการลงทุนที่ซับซ้อนเพื่อให้ตัวเองรวยเร็วขึ้น ประมาณว่าลงทุนไป 100,000 บาท แล้วผ่านไป 1 ปี ได้ 2,000 เด้น ที่เดียวมีเงินเป็น 1,000 ล้าน ผมว่ามันก็มีคนที่ทำได้ไม่ว่าเหตุผลเพราะเขามีความสามารถจริงๆหรือเขาอาจจะมีโชคชะตาที่เขาจะเกิดมารวยและความวำเร็จนั้นถูกหยิบยกขึ้นมาในสื่อ ทำให้ทุกคนเห็นหนทางสว่างตรงนี้ก็เลยเข้ามาร่วมผจญภัยในดงความเสี่ยง แต่มันก็มีคนจำนวนอีกไม่น้อยที่เราอาจจะไม่รู้จัก เขาไม่พูด ไม่มีใครหยิบยก นั่นคือคนที่พาชีวิตเข้าไปอยู่ในความเสี่ยงของการลงทุนจนทำให้ชีวิตต้องลดทอนความมั่งคั่งของตัวเองไปอีกหลายปี ก็ไม่ต่างจากการที่คุณเก็บเงินได้ปีละ 1 แสนบาท พอคุณเก็บได้ 3 ปี คุณลงทุนแล้วเจ๊ง นั่นก็แปลว่าคุณก็ต้องถอยหลังกลับไปเริ่มใหม่ใน 3 ปีนั้น ส่วนตัวผมเองก็ไม่ค่อยอยากแนะนำการเพิ่มความเสี่ยงให้อยู่ในระดับสูงและเราไม่รู้ไม่เข้าใจว่าความเสี่ยงเป็นอย่างไรเพื่อแลกกับโอกาสในการสร้างความร่ำรวย เราเดินไปช้าๆมั่นคงดีกว่านะครับ

สิ่งที่เราจะเริ่มต้นเพื่อให้ชีวิตโสดไร้ปัญหามากที่สุดเริ่มต้นเราก็ต้องคำนวณง่ายๆก่อนว่า เราจะเก็บเงินให้ได้เท่าไหร่เพื่อให้เรามีชีวิตอยู่ได้ในยามเกษียณ เช่น ผมลองคิดเล่นๆนะครับว่า ผมอาจจะอยู่ได้เมื่อมีเงินซัก 10,000 บาทต่อเดือน อนาคตมันอาจจะต้องใช้เงินมากกว่านี้ ลองตีมูลค่าเงินเป็น 2 เท่าเลยแล้วกัน แต่บางคนอาจจะคิดด้วย Rate อัตราเงินเฟ้อนะครับ ซึ่งคุณจะคิดด้วยวิธีไหนก็ไม่เป็นไรเพราะเราไม่รู้อนาคตอยู่แล้วว่ามันจะเฟ้อแค่ไหน มันจะต้องใช้เงินจ่ายในของอย่างเดียวกันในวันนี้กี่เท่า รวมๆแล้วถ้าผมมองว่าเก็บให้ได้ซัก 2 เท่า นั่นคือต้องมีเงินซัก 20,000 บาทต่อเดือน อยู่ให้มันครอบคุมอายุซัก 100 ปี ผมก็ต้องมีเงิน จากตอนอายุ 60 ไปเป็น 100 ประมาณ 40 ปี (480 เดือน) ตกประมาณ 9-10 ล้านบาท แต่ตัวเลขจริงอาจจะมากหรือน้อยกว่านี้ก็ได้นะ

You might also like

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save