มีชีวิตที่ดี ไม่ใช่แค่มีชีวิตรอด : เทคนิค ‘Time Buckets’ ปรับสมดุล ‘การเงิน-ชีวิต‘ จากหนังสือ ‘Die With Zero’

มีชีวิตที่ดี ไม่ใช่แค่มีชีวิตรอด : เทคนิค ‘Time Buckets’ ปรับสมดุล ‘การเงิน-ชีวิต‘ จากหนังสือ ‘Die With Zero’

มีนิทานเรื่องหนึ่งที่เราน่าจะคุ้นเคยกันดีเรื่อง ‘มดกับตั๊กแตน’

เรารู้ว่ามดก้มหน้าก้มตาทำงานหนักในช่วงฤดูร้อนแล้วพอฤดูหนาวก็มีอาหารกิน ส่วนตั๊กแตนก็เต้นรำอย่างมีความสุขในฤดูร้อนแต่พอฤดูหนาวก็อดตาย

บิล เพอร์กินส์ (Bill Perkins) ผู้เขียน ‘Die With Zero’ ชวนตั้งคำถามที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า ‘แล้วเมื่อไหร่มดจะได้เต้นรำอย่างมีความสุขบ้าง?’

เพราะถ้าเปรียบฤดูหนาวเหมือนช่วงวัยเกษียณ มดก็อยู่ในช่วงวัย 65-70 แล้ว...คงไม่สามารถมีประสบการณ์เต้นรำเหมือนช่วงฤดูร้อนวัยหนุ่มๆ ได้อีกต่อไป (แม้ใจจะได้ แต่ร่างกายมันก็จะไม่ให้ความร่วมมือด้วยสักเท่าไหร่) มีอาหารกินก็จริงแต่ช่วงเวลาวัยหนุ่มสาวที่ควรมีประสบการณ์ที่ดี มีความสุขก็จะหายไป

แต่แน่นอนจะเป็นตั๊กแตนเต้นรำอย่างเดียว แล้วอดตายช่วงเกษียณก็คงไม่ใช่ทางเลือกที่ดี

“สิ่งที่ผมต้องการจะบอกคือสังคมมักให้คุณค่ากับพฤติกรรมของเจ้ามดมากเกินไป โดยมองว่าการอดเปรี้ยวไว้กินหวานเป็นเรื่องดี แต่ลืมไปว่าสิ่งที่เจ้าตั๊กแตนทำก็สำคัญไม่แพ้กัน

อันที่จริงเจ้าตั๊กแตนน่าจะเจียดเวลาไปหาอาหารมาเก็บตุนไว้สักนิด ส่วนเจ้ามดก็ควรหาเวลาไปใช้ชีวิตสักหน่อย!”

มันคือการหาสมดุลระหว่าง ‘การเงิน-ชีวิต’ นั่นแหละครับ

มีเทคนิคหนึ่งชื่อ ‘Time Buckets’ ที่เขาแนะนำ

ให้ลองแบ่งช่วงเวลาของชีวิตออกมาเป็นก้อนๆ เช่น 20-25, 30-35, 35-40 ฯลฯ แล้วแต่ละก้อนก็ลิสต์ไปในนั้นว่าเราอยากจะทำอะไรในช่วงเวลานั้น (แต่ละคนก็ต่างกันไป ต้องเอาสิ่งที่ตัวเองอยากทำในช่วงชีวิตเวลานั้นมานะครับ)

สมมุติตัวอย่าง

20 - 25 ปี

- หาทุนไปเรียนภาษาที่ต่างประเทศ
- ขับรถ Road Trip แบกเป้ตั้งแคมป์ในญี่ปุ่น
- เรียนภาษาจีน
- ลองทำธุรกิจออนไลน์แบบเริ่มจากเงิน 0 บาท
- อาสาสมัครไปช่วยเด็กในพื้นที่ชนบท

25 - 30 ปี

- เรียนต่อปริญญาโท
- เขียนหนังสือหนึ่งเล่ม
- มีสินทรัพย์ในพอร์ต 100,000 บาท

30 - 35 ปี

- แต่งงาน ไป ฮันนีมูนที่อังกฤษ ดูบอลที่สนามแอนฟิลด์
- เรียนคอร์สทำอาหารและเบเกอรี่
- ซื้อบ้านในเมืองที่อยากลงหลักปักฐาน
- วางแผนมีลูก
- ว่ายน้ำกับปลาฉลาม

ฯลฯ (พอเห็นภาพนะครับ)

 แล้วทีนี้เราจะเริ่มเห็นครับว่าบางประสบการณ์มันสามารถรอได้ (เช่นว่ายน้ำกับปลาฉลาม) แต่บางประสบการณ์ก็ทำได้เลยตั้งแต่อายุยังไม่มากและอาจจะไม่ต้องใช้เงินมากก็ได้ (เช่นอาสาสมัครช่วยเหลือเด็กในชนบท)

เพราะฉะนั้นเพอร์กินส์แนะนำว่าให้เราลงทุนกับประสบการณ์ที่ใช้เงินไม่ต้องเยอะเหล่านี้ในช่วงที่ยังหนุ่มๆ (หรือถ้าใช้เงินช่วงนี้ก็ถือว่ายังมีภาระน้อย จะลองเสี่ยงทำธุรกิจก็ไม่เสียหายมาก) เงินมันจะเหลือไม่มากหรอก ซึ่งไม่เป็นไร ออมเล็กๆ น้อยๆ ไปก่อน ฝึกวินัย เพราะเมื่อประสบการณ์เยอะขึ้นและหน้าที่การงานดีขึ้น โอกาสที่รายได้จะสูงขึ้นก็มากตามไปด้วย (แต่ก็อย่าลืมเรื่อง Lifestyle Inflation ด้วยนะ) ทีนี้อัตราส่วนของการออมเงินและเอาเงินไปลงทุนก็ควรเพิ่มตามไปด้วย

สุดท้ายแล้วเขาบอกว่าชีวิตคือผลรวมของประสบการณ์ เป็นการมีชีวิตที่ดี ไม่ใช่แค่มีชีวิตรอด สร้างประสบการณ์และความทรงจำต่างๆ ที่เราได้ทำ มันคือสิ่งที่จะมอบความสุข (เป็นเหมือนปันผล) ให้เราเมื่อยามแก่เฒ่า

หาทางสายกลางให้เจอ

เลือกซื้อประสบการณ์ที่เหมาะสมกับช่วงเวลาชีวิตและรายได้ของตัวเอง

อย่าออมจนลืมใช้ชีวิต แต่อย่าใช้ชีวิตจนลืมเก็บออม

You might also like

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save