ออมเงินแบบ 50/30/20 ยังเวิร์กอยู่ไหม? ในยุคที่เงินเดือนเท่าเดิม แต่ค่าครองชีพสูงขึ้นทุกปี จะเก็บเงินยังไงให้พอใช้ในอนาคต?

สูตรออมเงินยอดนิยมที่แบ่งรายได้เป็น 50% ค่าใช้จ่ายจำเป็น, 30% ไลฟ์สไตล์ และ 20% การออม อาจไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป เมื่อค่ากิน ค่าเดินทาง ค่าเช่าบ้าน และค่าสาธารณูปโภคพุ่งสูง หลายคนใช้จ่ายเกิน 50% ของรายได้ไปกับสิ่งจำเป็นจนแทบไม่มีเงินเหลือเก็บ
ขณะเดียวกัน ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ Work-Life Balance ทำให้ค่าใช้จ่ายด้านความบันเทิง เช่น ฟิตเนส, สตรีมมิง หรือสินค้าคุณภาพสูง กลายเป็นสิ่งที่ตัดออกได้ยาก ส่งผลให้เงินออม ที่จากเดิมควรจะเก็บที่ 20% ลดลงอย่างไม่รู้ตัว
🔸 ถ้าค่าใช้จ่ายจำเป็นแบ่งเป็น 50% ไม่ไหวอาจลองขยับไป 60% แทน
เมื่อค่าใช้จ่ายจำเป็นสูงขึ้น เราอาจต้องปรับสัดส่วนการออมให้เหมาะกับสถานการณ์จริง ซึ่งสูตรที่ทาง aomMONEY แนะนำ (อ้างอิงจากหนังสือหาเงินได้ ใช้เงินเป็น) คือการเพิ่มสัดส่วนค่าใช้จ่ายจำเป็นเพิ่มขึ้นเป็น 60/30/10
การออมไม่มีสูตรที่ตายตัว สามารถปรับสัดส่วนให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ หรืออาจมองหาวิธีการออมที่ทำให้เงินงอกเงย เมื่อสถานภาพทางการเงินเริ่มอยู่ตัวมากขึ้นก็ค่อยๆ เพิ่มอัตราการออมขึ้นได้ตามความเหมาะสม
🔸 เปลี่ยนการออมแบบเดิมๆ ให้กลายเป็นการออมที่ให้ผลตอบแทนที่สูงขึ้น
เมื่อปรับสัดส่วนการเก็บเงิน วิธีการออมต้องไม่ใช่แค่เก็บเงินไว้ในบัญชีออมทรัพย์เท่านั้น แต่อาจจะต้องเลือกช่องทางที่ให้ผลตอบแทนสูงขึ้น เพราะอัตราดอกเบี้ยเงินฝากในปัจจุบันอยู่ในระดับต่ำ ไม่สามารถเอาชนะเงินเฟ้อได้ การออมเงินผ่านประกันออมทรัพย์และคุ้มครองชีวิตจึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะไม่เพียงแค่ช่วยให้เงินออมเติบโตผ่านเงินคืนและผลตอบแทนที่แน่นอน แต่ยังเพิ่มความมั่นคงทางการเงินด้วยความคุ้มครองชีวิต ซึ่งสามารถช่วยลดความเสี่ยงทางการเงินให้กับตัวเองและครอบครัว
นอกจากนี้ ประกันชีวิตสะสมทรัพย์ยังมอบสิทธิ์ลดหย่อนภาษี ซึ่งช่วยให้ผู้ถือกรมธรรม์สามารถบริหารเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น การเลือกออมเงินผ่านผลิตภัณฑ์ที่ให้ทั้งผลตอบแทนและความคุ้มครอง จึงเป็นแนวทางที่ชาญฉลาดในการสร้างเสถียรภาพทางการเงิน และช่วยให้การออมเงินในยุคปัจจุบันเป็นไปได้อย่างมั่นคงและมีประสิทธิภาพ
🔸 ตัวเลือกออมเงินในรูปแบบประกันชีวิตที่เหมาะกับยุคเงินเฟ้อสูง จาก Rabbit Life
สำหรับผู้ที่ต้องการออมเงินแบบคุ้มค่า Jai Jai 15/6 ประกันออมทรัพย์และคุ้มครองชีวิตจาก Rabbit Life เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เนื่องจากให้เงินคืน 7%* ทุกปี ตั้งแต่ปีที่ 1-14 ซึ่งสามารถใช้เป็นเสริมในระหว่างออม และยังได้รับเงินก้อน 600%* เมื่อครบสัญญาในปีที่ 15 พร้อมความคุ้มครองชีวิตสูงสุด 610%* ของทุนประกัน อีกทั้งยังสามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาท** การเลือกออมผ่านผลิตภัณฑ์ที่ให้ทั้งผลตอบแทนและความคุ้มครอง จะช่วยให้การบริหารเงินในยุคที่ค่าครองชีพสูงขึ้นเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นและมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม
ดังนั้น สูตรออมเงินในปี 2025 ต้องปรับให้เข้ากับสภาพเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่เปลี่ยนไป การเลือกออมเงินในช่องทางที่ให้ผลตอบแทนมากกว่าการฝากเงินแบบเดิมเป็นสิ่งสำคัญ หากต้องการวางแผนการออมอย่างมีประสิทธิภาพ Jai Jai 15/6 จาก Rabbit Life คือหนึ่งในตัวเลือกที่สามารถตอบโจทย์ทั้งความมั่นคงทางการเงินและการสร้างอนาคตที่มั่นใจได้มากขึ้น
สูตรออมเงินที่เวิร์กในปี 2025 ต้องเลือกออมแบบได้ผลตอบแทน
วางแผนวันนี้ อนาคตสบายขึ้น
📌 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม: https://bit.ly/3QdCsY9
*% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย **เงื่อนไขเป็นไปตามที่สรรพากรกำหนด
ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจในรายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และ ข้อยกเว้นก่อนการตัดสินใจทำประกัน
#aomMONEY #RabbitLife
#JaiJai156 #ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ #ประกันสะสมทรัพย์

บทความนี้เป็น Advertorial
Tagged in
You might also like

โตไปกับ AI ด้วยหุ้นกู้ TRUE
ในโลกที่กำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคปัญญาประดิษฐ์หรือ AI อย่างเต็มตัว เราเริ่มเห็นการนำเท...

Passive Income แบบไม่เสี่ยงสูง? ...
เมื่อโลกการเงินปี 2026 ไม่ได้ใจดีอย่างที่คิด ตลาด Crypto เหวี่ยงจนนอนไม่หลับ หุ้นไทยนิ่...

Investment for a Good Life ลงทุนกับบ้านที่อยู่ดีตั้ง...
อริสโตเติล นักปรัชญาชาวกรีกผู้ยิ่งใหญ่ เคยกล่าวไว้ว่า“Well begun is half done” หรือ&nbs...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

