ใช้ Easy E-Receipt ลดหย่อนครบ 50,000 บาท เงินเดือนเท่านี้ ลดภาษีได้เท่าไหร่?

ใช้ Easy E-Receipt ลดหย่อนครบ 50,000 บาท เงินเดือนเท่านี้ ลดภาษีได้เท่าไหร่?

จากที่คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติมาตรการ "Easy E-Receipt 2.0" เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการต่อยอดจากมาตรการเดิมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศสำหรับปี 2568 นั้น สามารถใช้สิทธิได้ ตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม 2568 ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568

โดยมาตรการนี้เปิดโอกาสให้ผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสามารถนำค่าซื้อสินค้าหรือบริการในประเทศมาหักลดหย่อนภาษีได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 50,000 บาท และจะต้องมี e-Tax Invoice หรือ e-Receipt เป็นหลักฐานเท่านั้น

ซึ่งจำนวนเงินลดหย่อนสูงสุด 50,000 บาทนี้ จะสามารถ ‘ลดภาษีที่ต้องจ่าย’ ได้เท่าไหร่ ขึ้นอยู่กับว่า เงินได้สุทธิของเราอยู่ในระดับฐานภาษีเท่าไหร่ด้วย

โดยมีสูตรการคำนวณดังนี้

ก่อนใช้สิทธิ์ Easy E-Receipt 2.0

เงินได้สุทธิ = (เงินเดือน × 12) - ค่าใช้จ่าย - ค่าลดหย่อนส่วนตัว - เงินสมทบประกันสังคม

*โดยค่าใช้จ่ายสามารถหักได้ 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท, ค่าลดหย่อนส่วนตัวหักได้ 60,000 บาท และเงินสมทบประกันสังคมหักได้ 9,000 บาท

หลังใช้สิทธิ์ Easy E-Receipt 2.0

เงินได้สุทธิ = (เงินเดือน × 12) - ค่าใช้จ่าย - ค่าลดหย่อนส่วนตัว - เงินสมทบประกันสังคม - ลดหย่อน Easy E-Receipt 2.0 (50,000 บาท)

จากการคำนวณ ผู้มีเงินเดือนตั้งแต่ 30,000 บาทขึ้นไปจะได้รับประโยชน์จากการลดหย่อนภาษี โดยผู้มีเงินเดือน 30,000-40,000 บาท จะประหยัดภาษีได้ประมาณ 2,050-3,050 บาท ผู้มีเงินเดือน 45,000-75,000 บาท จะประหยัดภาษีได้ 5,000-7,500 บาท และผู้มีเงินเดือน 80,000-100,000 บาท จะประหยัดภาษีได้ 9,550-11,550 บาท

ทั้งนี้ ผู้เสียภาษีควรวางแผนการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีอย่างรอบคอบและเป็นภาพรวม เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้สิทธิเกินความจำเป็น และได้รับประโยชน์สูงสุดจากมาตรการนี้

You might also like

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save