วางแผนภาษี Influencer จากรายได้ 4 ประเภท

Influencer จัดได้ว่าเป็นอาชีพที่คนรุ่นใหม่ให้ความสนใจกันมาก เพราะเป็นอาชีพที่ไม่ต้องลงทุนสูง อาศัยความรู้ความสามารถของตนเองเป็นสำคัญ เนื่องจาก Influencer ทำงานเป็นอิสระ ลักษณะเงินได้จึงเข้าข่ายอยู่ 2 มาตรา คือ มาตรา 40 ( 2 ) และมาตรา 40( 8 ) ซึ่งมีลักษณะแตกต่างกัน ดังนี้
มาตรา 40 ( 2 )
เป็นลักษณะงานที่มีค่าใช้จ่ายน้อย ไม่มีการจัดตั้งเป็นสำนักงาน อาศัยแรงงานเป็นปัจจัยสำคัญในอันที่จะก่อให้เกิดเงินได้ และไม่มีการจ้างลูกจ้างหรือพนักงาน
มาตรา 40 ( 8 )
เป็นลักษณะงานที่มีค่าใช้จ่ายสูง มีการจัดตั้งเป็นสำนักงานในการประกอบกิจการ มีการจัดหาเครื่องมือเครื่องใช้ มีค่าใช้จ่ายสำนักงาน และมีการจ้างลูกจ้างหรือพนักงาน
จากลักษณะที่แตกต่างดังกล่าว เราก็สามารถวิเคราะห์รายได้ของ Influencer ซึ่งสามารถแบ่งคร่าวๆ เป็น 4 อย่าง ดังนี้
1. รายได้จากส่วนแบ่งค่าโฆษณาจากแพลตฟอร์มต่างๆ
รายได้นี้ถือเป็นเงินได้มาตรา 40 ( 8 ) หักค่าใช้จ่ายได้ตามจริงเท่านั้น (หักอัตราเหมาไม่ได้) และเนื่องจากไม่เข้าลักษณะเป็นรายได้จากการขายสินนค้าและบริการในทางธุรกิจ หรือวิชาชีพ จึงไม่อยู่ในบังคับที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
2. รายได้จากการรับจ้างรีวิวสินค้า
เป็นรายได้ทำนอง “รับจ้างทำงานให้” ดังนั้น
ถ้าทำคนเดียว อาศัยแรงงานเป็นปัจจัยสำคัญ ถือเป็นมาตรา 40 ( 2 ) หักค่าใช้จ่ายได้ 50% ไม่เกิน 100,000 บาท
ถ้าทำเป็นรูปธุรกิจ มีสำนักงาน มีค่าใช้จ่ายสำนักงาน มีการจ้างพนักงาน มีการลงทุน ถือเป็นมาตรา 40 ( 8 ) หักค่าใช้จ่ายตามจริง
3. รายได้จากการถูกจ้างให้ออก Event
- ถ้าทำคนเดียว อาศัยแรงงานเป็นปัจจัยสำคัญ ถือเป็นมาตรา 40 ( 2 ) หักค่าใช้จ่ายได้ 50% ไม่เกิน 100,000 บาท
- ถ้าทำเป็นรูปแบบธุรกิจ มีสำนักงาน มีค่าใช้จ่ายสำนักงาน มีการจ้างงาน มีการลงทุน ถือเป็นมาตรา 40 ( 8 ) หักค่าใช้จ่ายตามจริง
- ถ้าออก Event ในลักษณะ นักร้อง นักแสดง ถือเป็นมาตรา 40 ( 8 ) หักค่าใช้จ่ายตามจริง หรือแบบเหมา 40-60% ไม่เกิน 600,000 บาท
4. รายได้จากการขายสินค้าและบริการ
เป็นมาตรา 40 ( 8 ) หักค่าใช้จ่ายตามจริง หรือแบบเหมา 60%
รายได้ข้อ 2-4 เป็นรายได้จากการขายสินค้าและบริการ หากเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
หาก Influencer สามารถเปลี่ยนเงินได้ของตนเองมาในรูปธุรกิจเป็นเงินได้ มาตรา 40 ( 8 ) ได้ ก็จะสามารถเพิ่มการหักค่าใช้จ่ายได้ ขณะเดียวกันก็ควรเก็บเอกสารหลักฐานค่าใช้จ่ายให้ครบถ้วน เพื่อจะได้พิจารณาว่าจะหักค่าใช้จ่ายตามจริงหรือหักแบบเหมาดี และใช้กลยุทธ์เพิ่มค่าลดหย่อนเสริมจะช่วยให้ประหยัดภาษีได้มากขึ้น
อ้างอิง: หนังสือ "รู้งี้ ไม่ถูกเรียกภาษีย้อนหลัง" เขียนโดย สาธิต บวรสันติสุทธิ์, CFP

Tagged in
You might also like

Passive Income แบบไม่เสี่ยงสูง? ...
เมื่อโลกการเงินปี 2026 ไม่ได้ใจดีอย่างที่คิด ตลาด Crypto เหวี่ยงจนนอนไม่หลับ หุ้นไทยนิ่...

Investment for a Good Life ลงทุนกับบ้านที่อยู่ดีตั้ง...
อริสโตเติล นักปรัชญาชาวกรีกผู้ยิ่งใหญ่ เคยกล่าวไว้ว่า“Well begun is half done” หรือ&nbs...

“QHHRREIT” กองทรัสต์โรงแรมคุณภาพ แบรนด์ “Centr...
ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา หลังเกิดวิกฤตโควิด “การท่องเที่ยว” คือหนึ่งในภาคธุรกิจหลักที่ทำให้...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

