3 เหตุผลว่าทำไมการแจกเงินภาครัฐไม่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยเท่าที่ควร?

3 เหตุผลว่าทำไมการแจกเงินภาครัฐไม่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยเท่าที่ควร?

ข้อมูลจาก KKP Research พบว่ามาตรการ Digital Wallet ที่แจกเงิน 10,000 บาทให้กลุ่มเปราะบางในช่วงปลายปี 2024 เป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจว่าทำไมการอัดฉีดเม็ดเงินขนาดใหญ่ไม่ได้ส่งผลกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างที่คาดหวัง

จากตัวเลขเศรษฐกิจในไตรมาส 4 ปี 2024 สะท้อนภาพที่น่าสนใจ: แม้รัฐบาลจะอัดฉีดเงินผ่านมาตรการ Digital Wallet มูลค่ามหาศาลถึง 1.4 แสนล้านบาท (0.7% ของ GDP) แต่การบริโภคภาคเอกชนในช่วงดังกล่าวกลับเติบโตเพียง 0.1% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยการเติบโต 0.3% ในสามไตรมาสแรก ซึ่งหมายถึงการแจกเงินแทบไม่มีผลต่อการบริโภคภาคเอกชนไทยเลย

KKP Research เคยประเมินว่าตัวคูณทางเศรษฐกิจ (Economic Multiplier) อยู่ในระดับต่ำมาก โดยเงิน 100 บาทที่แจกออกไป กระตุ้นเศรษฐกิจได้เพียง 10-30 บาทเท่านั้น และจากข้อมูลการบริโภค พบว่าเงินที่ถูกนำไปใช้จ่ายจริงมีไม่ถึง 10% ของวงเงินที่แจก โดย KKP วิเคราะห์มี 3 เหตุผลหลักที่มาตรการแจกเงินไม่ได้ผล:

1. เงินไม่ได้สร้างการใช้จ่ายใหม่

  • ผลสำรวจพบว่า 12.8% ของผู้ได้รับเงินนำไปชำระหนี้ที่มีอยู่เดิม
  • การใช้จ่ายส่วนใหญ่เป็นค่าอาหาร เครื่องดื่ม และค่าสาธารณูปโภคที่จำเป็น ซึ่งเป็นรายจ่ายที่ต้องจ่ายอยู่แล้ว
  • ระดับหนี้ครัวเรือนที่สูง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ทำให้เงินถูกนำไปชำระหนี้แทนการใช้จ่ายใหม่

2. การใช้จ่ายกระจุกตัวในเศรษฐกิจนอกระบบ

  • ผู้รับเงินส่วนใหญ่ใช้จ่ายในร้านค้าชุมชนและหาบเร่แผงลอย ทำให้วัดผลทางเศรษฐกิจได้ยาก
  • ไทยมีขนาดเศรษฐกิจนอกระบบใหญ่ถึง 45% ของ GDP ซึ่งเป็นอันดับ 8 ของโลก

3. ปัจจัยลบในระบบเศรษฐกิจยังกดดันต่อเนื่อง

  • สินเชื่อภาคธนาคารหดตัวจากปัญหาคุณภาพสินทรัพย์ ธนาคารระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น
  • รายได้ครัวเรือนอ่อนแอโดยเฉพาะรายได้ในภาคอุตสาหกรรมที่ภาพรวมยังไม่ฟื้นตัว
  • หนี้ครัวเรือนระดับสูงยังคงกดดันการฟื้นตัวของการบริโภค

KKP สรุปว่า :

  • ประสบการณ์จากมาตรการแจกเงินในช่วงปลายปีชี้ให้เห็นว่าการใช้มาตรการดังกล่าวอาจเป็นทางเลือกนโยบายที่ได้ผลทางเศรษฐกิจน้อยกว่าต้นทุนทางการคลังที่เกิดขึ้น
  • เกิดคำถามว่างบประมาณการกระตุ้นเศรษฐกิจในปี 2025 ควรปรับรูปแบบให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดต่อเศรษฐกิจได้หรือไม่
  • คาดการณ์ว่าการบริโภคภาคเอกชนของไทยยังมีแนวโน้มชะลอตัวลงในปี 2025 โดยจะขยายตัวได้ที่ 2.3% ชะลอลงจาก 4.2% ในปี 2024 โดยเฉพาะกลุ่มการบริโภคสินค้าคงทนที่จะยังหดตัวลงต่อไป

You might also like

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save