“ทุกคนบอกว่าดี…แต่ทำไมพอร์ตเรายังไม่โต?” ระวัง Herding Behavior พฤติกรรมลงทุนตามฝูงชนที่บ่อนทำลายเป้าหมายของตัวเอง

“ทุกคนบอกว่าดี…แต่ทำไมพอร์ตเรายังไม่โต?” ระวัง Herding Behavior พฤติกรรมลงทุนตามฝูงชนที่บ่อนทำลายเป้าหมายของตัวเอง

ใครหลายคนลงทุนในสินทรัพย์หลากหลาย ทั้ง Bitcoin, ทองคำ, กองทุน และหุ้น เรียกได้ว่าอะไรกำลังพีก เขาไม่เคยตกขบวนเลยสักครั้ง!

แต่สงสัยไหมว่า ทำไมคนที่ไม่ตกขบวนคนนั้น ทำไมพวกเขายังไม่สามารถสร้างความมั่งคั่งได้อย่างแท้จริง? หนึ่งในสาเหตุสำคัญก็คือ “Herding Behavior” หรือ พฤติกรรมฝูงชน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจลงทุนโดยไม่รู้ตัว

มันคืออะไรมาดูกัน

Herding Behavior คืออะไร?

Herding Behavior คือแนวโน้มที่คนเรามักจะตัดสินใจตามคนส่วนใหญ่ โดยไม่วิเคราะห์อย่างถี่ถ้วน พูดง่ายๆ คือ “เห็นคนอื่นทำก็ทำตาม” เพราะกลัวตกขบวน (Fear of Missing Out - FOMO) หรือไม่อยากรู้สึกแตกต่างจากฝูงชน

ซึ่งแท้จริงแล้ว พฤติกรรมนี้เป็น สัญชาตญาณของมนุษย์ ที่เรามีแนวโน้มที่เราจะเชื่อว่าคนอื่นต้องรู้ข้อมูลบางอย่างที่เรายังไม่รู้และการที่คนทำเยอะย่อมไม่ผิด ถ้าเจ็บก็มีเพื่อนเจ็บด้วย ดังนั้นเราจึงเลือกเดินตามฝูงมากกว่าจะวิเคราะห์ด้วยตัวเอง เช่น

l> เห็นคนยืนต่อแถวซื้อสินค้าบางอย่าง = เราก็ต้องไปซื้อบ้าง
l> เห็นคนแชร์ว่าจัดฟันแล้วชีวิตดีขึ้น = เราก็ต้องไปจัดบ้าง
l> เห็นคนลงทุนคริปโตฯ = เราก็อยากลงทุนบ้าง

ถ้าเป็นสถานการณ์ปกติในชีวิตประจำวัน เราอาจเรียกพฤติกรรมแบบนี้ว่า “เออ-ออ” ตามได้ แต่ Herding Behavior ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในชีวิตประจำวัน มันยังฝังรากลึกในตลาดการเงิน เมื่อนักลงทุนมักจะ ซื้อหรือขายสินทรัพย์เพราะเห็นคนอื่นทำ มากกว่าที่จะพิจารณาข้อมูลเชิงลึกด้วยตนเอง ซึ่งเมื่อพฤติกรรมนี้เกิดขึ้นในระดับมหภาค มันสามารถนำไปสู่ ภาวะฟองสบู่ (asset bubble) หรือ ภาวะตลาดพังทลาย (market crash) ผ่านการ Panic Buying และ Panic Selling อย่างรุนแรง

Herding Behavior ส่งผลต่อการลงทุนอย่างไร?

1. ลงทุนเพราะกระแส ไม่ใช่เพราะเหตุผล

- นักลงทุนจำนวนมากซื้อ Bitcoin ตอนกระแสกำลังมาแรง ซื้อทองคำตอนราคาพุ่ง ซื้อหุ้นตอนตลาดคึกคัก แต่ไม่ได้ศึกษาพื้นฐานของสินทรัพย์เลย

ผลลัพธ์ก็คือ คนที่เข้าช่วงนี้จะกลายเป็นคนที่ซื้อมาแพงเกินไป แล้วต้องทนถือเมื่อราคาปรับฐาน

2. กระจายการลงทุนผิดวิธี

- การลงทุนในสินทรัพย์หลายประเภท (BTC, ทองคำ, กองทุน, หุ้น) ไม่ได้แปลว่า “ลดความเสี่ยง” เสมอไป

ถ้าเลือกลงทุนตามคนอื่น โดยไม่เข้าใจ correlation (ความสัมพันธ์ของสินทรัพย์) พอร์ตอาจได้รับผลกระทบหนักพร้อมกันทุกด้าน

3. ซื้อตอนแพง ขายตอนถูก

- Herding Behavior ทำให้นักลงทุนกลัวตกรถ ซื้อตามเพื่อน ซื้อเพราะข่าวดี พอราคาตกกลับรีบขายเพราะกลัวขาดทุน

แทนที่จะรวย กลับกลายเป็นขาดทุน

แล้วต้องทำอย่างไร?

เลิกตามฝูงชนแบบไร้เหตุผล หยุดซื้อเพราะกระแส แต่ให้วิเคราะห์พื้นฐานของสินทรัพย์

คุณกวี ชูกิจเกษม เขียนเอาไว้ในหนังสือ “เพาะหุ้นเป็นเห็นผลยั่งยืน” ว่า

“ระบบเศรษฐกิจยุคปัจจุบันทำได้ดีอยู่สามอย่างคือ สร้างความมั่งคั่ง, ความสามารถที่จะโชว์ความมั่งคั่งนั้น และความอิจฉาความมั่งคั่งของผู้อื่นอย่างรุนแรง

เราควรศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม เพื่อให้สามารถเลือกหุ้นพื้นฐานดีเป็น โดยหากเป็นนักลงทุนระยะยาวก็หาโอกาสสะสมเพิ่มเมื่อราคาหุ้นถูก ส่วนนักเก็งกำไรหากเลือกที่จะเก็งกำไรกับหุ้นพื้นฐานดีได้จะยิ่งดีมาก ไม่ต้องไปสนหุ้นผีบอกมากนัก เพราะผีชอบบอกให้ซื้อ แต่ไม่เคยบอกให้ขายเลย จำไว้ว่า การลงทุนในหุ้นเป็นเรื่องเรียบง่าย แต่ไม่ง่าย”

กระจายการลงทุนอย่างมีเหตุผล

ไม่ใช่แค่ลงทุนหลายอย่าง แต่ต้องเลือกสินทรัพย์ที่ช่วยลดความเสี่ยงของกันและกัน

คำว่า “การกระจายความเสี่ยง” ถูกพูดถึงครั้งแรกในหนังสือ One Up On Wall Street (1989) ของ ปีเตอร์ ลินช์ (Peter Lynch) ก่อนที่แนวคิดนี้จะถูกนำไปใช้เพื่ออธิบายการกระจายการลงทุนที่ไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งอาจทำให้พอร์ตของนักลงทุนไม่สามารถลดความเสี่ยงได้จริง

โดยเราได้รวบรวม 3 ข้อผิดพลาดที่นักลงทุนมักพลาดไว้ดังนี้

1. ถือกองทุน - หุ้น - สินทรัพย์ที่คล้ายกันมากเกินไป

การถือหุ้นหรือสินทรัพย์ในอุตสาหกรรมเดียวกันมากเกินไป ไม่ได้ช่วยกระจายความเสี่ยง หากสินทรัพย์ที่ลงทุนมีผลประกอบการแย่ พอร์ตของคุณก็จะได้รับผลกระทบไปทั้งหมด

2. ถือหุ้นรายตัวมากเกินไป

เบนจามิน เกรแฮม ได้กล่าวไว้ในหนังสือ The Intelligent Investor (1949) ว่า “การถือครองหุ้นแค่ 10-30 บริษัท ก็เพียงพอแล้วสำหรับการกระจายความเสี่ยง” เพราะ หากคุณถือหุ้นมากเกินไป คุณอาจต้องจ่ายค่าธรรมเนียมสูงขึ้น แต่ได้ผลตอบแทนที่แทบไม่ต่างจากการลงทุนในกองทุนรวม และการกระจายหุ้นมากเกินไปอาจทำให้คุณไม่มีเวลาวิเคราะห์หุ้นแต่ละตัวอย่างละเอียด ซึ่งเสี่ยงต่อการลงทุนในหุ้นที่ไม่สร้างมูลค่า

3. การถือครองสินทรัพย์ที่คุณไม่เข้าใจ

การลงทุนในสินทรัพย์ที่ซับซ้อน เช่น หุ้นนอกตลาด (Private Equity), อสังหาริมทรัพย์นอกตลาด หรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ๆ อาจดูเหมือนเป็นโอกาสที่ดีในการกระจายพอร์ต แต่มันย่อมมีความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่และความเสี่ยงนั้นจะยิ่งอันตรายถ้าคุณไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าสินทรัพย์นั้นทำงานอย่างไร
.
ดังที่ ดร. เอ็ม อุดมศักดิ์ เคยกล่าวไว้ใน Million Mindset EP.34 ว่า “ตลาดทุนจะมองว่าเป็นตลาดการลงทุนก็ได้นะ แต่มันมีคนที่มองตลาดทุนเป็นบ่อนเหมือนกันแล้วพยายามจะกินเงินคนบางคน ให้เรามองให้ดีว่าภาพรวมในตลาดนั้นเขากำลังเล่นอะไรกันอยู่ ถ้าเรามองไม่ออก เราไม่รู้ว่าเขากำลังจะเกินเงินใคร แปลว่าเขากำลังจะกินเงินเรา”

ลงทุนตามแผน ไม่ใช่อารมณ์

การลงทุนที่ดีไม่ได้หมายถึงแค่การเลือกสินทรัพย์หรือธุรกิจให้ถูกตัว แต่หมายถึงการกำหนดเป้าหมายและใช้กลยุทธ์การลงทุนที่เหมาะกับตัวเอง

พัคจงซอก ผู้อำนวยการสถาบันจิตเวชยอนเซ เกาหลีใต้เขียนเล่าถึง สารสื่อประสาทสองตัวหลัก อย่าง “โดพามีน” และ “เซโรโทนิน” ว่ามันมีผลกับพฤติกรรมการลงทุนของเราอย่างไร และจะผสมผสานทั้งสองด้านยังไงให้เกิดสมดุลที่ดี ในหนังสือ “เล่นหุ้นให้รวยกำไรอย่าใช้ใจในสมอง” ไว้ว่า

โดพามีน

กระตุ้นความตื่นเต้นและการแสวงหาความเสี่ยง นักลงทุนที่ขับเคลื่อนด้วยโดพามีนมักจะชอบสินทรัพย์ที่ผันผวนสูง หรือการเก็งกำไรระยะสั้น แต่ถ้าไม่มีการควบคุม อาจทำให้ไล่ตามความตื่นเต้นมากกว่าผลกำไรจริงและพบกับความล้มเหลว

เซโรโทนิน

ให้ความมั่นคงและช่วยควบคุมอารมณ์ นักลงทุนที่มีเซโรโทนินเป็นตัวนำมักจะเลือกลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น กองทุนรวม พันธบัตร หรือหุ้นปันผล พวกเขาจะทำการบ้านก่อนลงทุนและเน้นเป้าหมายระยะยาว ซึ่งบางครั้งก็อาจทำให้ได้กำไรไม่มาก

ดังนั้น สิ่งสำคัญก็คือเราต้องหาหาสมดุลระหว่างสองด้านให้เจอ เช่น

- จัดพอร์ตให้มี สินทรัพย์มั่นคง 70-80% และเผื่อพื้นที่ให้กับการลงทุนที่เสี่ยงสูง 20-30%
- นักลงทุนที่ชอบความเสี่ยง ควรมีแผนการขายและหยุดขาดทุนเพื่อป้องกันความโลภ
- นักลงทุนสายปลอดภัย ควรเปิดใจรับโอกาสใหม่ๆ เพื่อให้พอร์ตเติบโตได้ดีขึ้น
- หมั่นทบทวนและปรับสมดุลพอร์ตการลงทุนเป็นระยะๆ

You might also like

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save