“ออมเงิน” ไว้ซื้อทอง หรือ “ออมทอง” ไปเลยดี? เปรียบเทียบจุดเด่น – จุดด้อยของการ ‘ออมทอง – ออมเงิน’ แบบไหนดีกว่ากัน?

“มีเงินนับเป็นน้อง มีทองนับเป็นพี่”
จากสำนวนดังกล่าว ในช่วงนี้เชื่อว่าทุกคนคงอยากเป็น “พี่” จากการมีทองเก็บไว้กันทั้งนั้น โดยเฉพาะการออมทอง แม้ว่าในปัจจุบันการออมทองจะได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น แต่ยังมีหลายคนมักตั้งถามคำว่า ระหว่าง "ออมทอง" ไปเลย กับการ “ออมเงินเพื่อไปซื้อทอง” แบบไหนดีกว่ากัน
วันนี้ aomMONEY จะชวนมาดูข้อดีและข้อจำกัดของทั้ง 2 วิธี เพื่อให้สามารถเลือกวิธีที่เหมาะกับตัวเรามากที่สุดกัน
ออมทอง คืออะไร?
การออมทอง คือ การทยอยซื้อทองคำเพื่อสะสม ด้วยจำนวนเงินเท่าๆ กันในแต่ละเดือน ผ่านโครงการออมทองกับร้านทองหรือสถาบันการเงินที่ให้บริการออมทอง
โดยผู้ออมทอง สามารถกำหนดจำนวนเงินที่จะออมต่อเดือนได้ตามต้องการ เช่น 500-1,000 บาทต่อเดือน ซึ่งแต่ละที่จะมีจำนวนเงินขั้นต่ำแตกต่างกันไป
และเมื่อออมทองครบน้ำหนักตามที่กำหนด ผู้ออมสามารถเลือกรับทองคำจริงมาเก็บไว้ หรือเลือกขายคืนและขอรับเป็นเงินสดก็ได้ตามต้องการ
ออมเงินเพื่อไปซื้อทอง คืออะไร?
การออมเงินเพื่อซื้อทอง คือ ทยอยเก็บเงินไว้เป็นเงินสดหรือเก็บไว้ในบัญชีออมทรัพย์ โดยที่มีเป้าหมายเพื่อนำไปซื้อทองคำ เมื่อเก็บเงินได้ครบตามจำนวนที่ต้องการก็สามารถนำไปซื้อทองได้ทันที
วิธีนี้ให้ความยืดหยุ่นในการบริหารเงินมากกว่า และผู้ออมเงินสามารถเลือกจังหวะในการซื้อทองได้เมื่อราคาเหมาะสมได้
เปรียบเทียบ “ข้อดี”
ข้อดีของการออมทอง คือ เป็นการ “สร้างวินัยในการออม” เพราะต้องทยอยซื้อทองมาสะสมเป็นงวดๆ ไปเรื่อยๆ ซึ่งหลายร้านทองจะมีบริการตัดเงินผ่านบัญชีอัตโนมัติด้วย ยิ่งช่วยให้เราออมทองได้สะดวกสบายมากขึ้น
ต่อมาเป็นเรื่องของการได้ “ต้นทุนแบบถัวเฉลี่ย” หรือ Dolla Cost Averaging (DCA) หมายถึง เราจะได้ต้นทุนในการซื้อทองที่ไม่ถูกและไม่แพงจนเกินไป เพราะเป็นการซื้อทองคำทั้งในช่วงที่ราคาสูงและราคาต่ำสลับกันไป
ข้อดีของการออมเงินเพื่อซื้อทอง คือ มีความยืดหยุ่นในการบริหารเงินสูง สามารถเลือกเก็บเงินมากหรือน้อยได้ตามต้องการ ไม่ต้องคำนึงถึงจังหวะที่เหมาะสมใดๆ พร้อมทั้งยังสามารถเลือกจังหวะในการซื้อทองเมื่อราคาเหมาะสมได้
อีกทั้ง หากเป็นการฝากเงินในบัญชีเงินฝากก็สามารถได้รับดอกเบี้ยจากการฝากเงินระหว่างการออมได้ด้วย รวมทั้งหากเกิดเหตุฉุกเฉิน เรายังสามารถนำเงินไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์นี้ก่อนได้ทันทีด้วย
เปรียบเทียบ “ข้อจำกัด”
ข้อจำกัดของการออมทอง คือ มีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาทองคำ และต้องรับความผันผวนจากราคาทองคำที่ขึ้นลงให้ได้ เนื่องจากหากราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น ผู้ออมทองจะสะสมทองได้น้ำหนักที่น้อยลง แต่หากราคาทองคำปรับตัวต่ำลง จะทำให้ผู้ออมทองสะสมทองได้น้ำหนักที่สูงขึ้น
เมื่อครบกำหนดและต้องการขอรับทองจริง ส่วนมากร้านทองจะกำหนดค่าใช้จ่ายไว้ เช่น หากต้องการนำทองคำออกมาเป็นทองคำแท่งอาจมีค่าบล็อก หรือนำออกมาเป็นทองรูปพรรณอาจมีค่ากำเหน็จ เป็นต้น
ทั้งนี้ ยังต้องระวังเรื่องการเลือกร้านทองให้ดี ควรเลือกออมทองกับร้านทองที่น่าเชื่อถือ เช่น ต้องเป็นสมาชิกของสมาคมค้าทองคำ เพราะผ่านการตรวจสอบจากสมาคมฯ แล้ว เป็นต้น
ข้อจำกัดของการออมเงินเพื่อซื้อทอง ผู้ออมเงินจะต้องมีวินัยในการออมสูงกว่า เพราะไม่มีข้อผูกมัดว่าจะต้องเก็บเงินเท่าไหร่ และในระหว่างทางหากราคาคาทองปรับตัวสูงขึ้นอาจพลาดโอกาสในการขายเพื่อทำกำไร รวมทั้งอาจมีความเสี่ยงจากการเลือกจังหวะตลาดผิดพลาด เช่น ในวันที่เรานำเงินไปซื้อทอง อาจได้ราคาที่สูงกว่าการออมทอง เป็นต้น
แล้วเราควรจะ “ออมทอง” หรือ “ออมเงินเพื่อไปซื้อทอง” ดี?
จริงๆ แล้ว ไม่มีคำตอบตายตัว เพราะต่างมีข้อดี และข้อจำกัด หลักๆ อาจพิจารณาจากเป้าหมาย และความสามารถในการรับความเสี่ยงของเรา
เพราะ “การออมทอง” ถือเป็น “การลงทุน” รูปแบบหนึ่ง ดังนั้น ผู้ออมทองต้องสามารถยอมรับความเสี่ยงและความผันผวนจากราคาทองคำที่ขึ้น/ลงอยู่ตลอดเวลาได้ เพราะหากราคาทองคำปรับตัวลง เท่ากับว่ามูลค่าของทองที่เราสะสมไว้ก็จะลดลงตามไปด้วย
ส่วนการออมเงินเพื่อไปซื้อทอง แม้จะไม่มีความเสี่ยงในช่วงของการเก็บเงิน และเงินไม่หายระหว่างทาง แต่เมื่อเราเก็บเงินได้ครบจำนวนแล้วนำไปซื้อ ก็อาจได้ราคาที่สูงเกินไป เพราะเป็นการซื้อด้วยเงินก้อนใหญ่เพียงครั้งเดียว เข้าลักษณะของการลงทุนแบบ Lump Sum ซึ่งต้นทุนในการซื้อทองคำด้วยวิธีนี้ อาจสูงกว่าการทยอยออมทองที่เป็นลักษณะของการ DCA ได้
เขียนโดย: วัฒนา มะสันเทียะ
Tagged in
You might also like

Passive Income แบบไม่เสี่ยงสูง? ...
เมื่อโลกการเงินปี 2026 ไม่ได้ใจดีอย่างที่คิด ตลาด Crypto เหวี่ยงจนนอนไม่หลับ หุ้นไทยนิ่...

Investment for a Good Life ลงทุนกับบ้านที่อยู่ดีตั้ง...
อริสโตเติล นักปรัชญาชาวกรีกผู้ยิ่งใหญ่ เคยกล่าวไว้ว่า“Well begun is half done” หรือ&nbs...

“QHHRREIT” กองทรัสต์โรงแรมคุณภาพ แบรนด์ “Centr...
ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา หลังเกิดวิกฤตโควิด “การท่องเที่ยว” คือหนึ่งในภาคธุรกิจหลักที่ทำให้...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

