“ทำไมคนไทยมูเรื่องเงินก่อนเรื่องงาน?” แบบสำรวจเผยกว่า 44% ของคนไทยขอพรเรื่อง “การเงิน” มาเป็นอันดับ 1

“ทำไมคนไทยมูเรื่องเงินก่อนเรื่องงาน?” แบบสำรวจเผยกว่า 44% ของคนไทยขอพรเรื่อง “การเงิน” มาเป็นอันดับ 1

ท่ามกลางความวุ่นวายของโลกปัจจุบัน มนุษย์เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเสาะแสวงหาที่พึ่งทางใจ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง หนึ่งในวิธีการที่สร้างความหวังให้เราได้อย่างตรงไปตรงมาคือการ “บนบาน” หรือ “ขอพร” จากสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพราะชีวิตจำเป็นต้องใช้ปาฏิหาริย์ไม่ก็อยากให้สิ่งที่กำลังทำอยู่ “ง่ายดาย ราบรื่น คิดทำสิ่งใดก็สำเร็จลุล่วง”

เมื่อไม่นานมานี้ เราก็ได้เห็นข่าวคนไปขอพรกับหุ่น Optimus Prime ตัวละครจากหนังไซไฟชื่อดัง Transformer แม้หลายคนจะมองว่าเป็นเรื่องงมงาย แต่เอาจริงๆ มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะทุกวันนี้เทพเจ้าหลายองค์ก็เป็นเทพที่มาจากนิทานพื้นบ้านหรือคำบอกเล่าที่หาที่มาที่ไปไม่ได้

พุทธ ผี พราหมณ์ - เส้นบาง ๆ ที่ทับกันในวัฒนธรรมเอเชีย 

ก่อนอื่น ต้องขอชี้แจงว่าผู้เขียนไม่ได้มีเจตนาชี้แนะหรือตัดสินความเชื่อของใคร หากแต่ตระหนักถึงความหลากหลายและเสรีภาพส่วนบุคคลในการเลือกศรัทธา ตราบใดที่ความเชื่อนั้นไม่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของผู้อื่น

เมื่อพิจารณาในเชิงอภิปรัชญา (Metaphysics) ศาสนาและความเชื่อทางจิตวิญญาณทั้งหลายมักมีรากฐานทางจักรวาลวิทยาคล้ายคลึงกัน กล่าวคือ ล้วนมีแนวคิดเกี่ยวกับโลกนี้ โลกหน้า การเวียนว่ายตายเกิด และสังสารวัฏ ไม่ว่าจะเป็นการกลับมาเกิดใหม่ในโลกมนุษย์ ขึ้นสู่สวรรค์ หรือลงสู่นรก จนกว่าจะสามารถหลุดพ้นจากกิเลสได้ในท้ายที่สุด แตกต่างกันเพียงรายละเอียดของกระบวนการและเงื่อนไขที่แต่ละความเชื่อกำหนดไว้

ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นศาสนาพุทธ ลัทธิพราหมณ์ ความเชื่อเรื่องผี หรืออิทธิพลทางศาสนาและความเชื่อที่เราได้รับจากอินเดีย จีน รวมถึงระบบความเชื่อที่เกิดขึ้นใหม่ ล้วนมีจุดร่วมสำคัญประการหนึ่ง นั่นคือ การแสวงหาความหมายและความสมบูรณ์ของชีวิต (Self-actualization) ซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุดของมนุษย์ในหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นทางจิตวิญญาณ จริยธรรม หรือสังคม

ดังนั้น โปรดใช้วิจารณญาณในการเลือกศรัทธา เพราะเรื่องของศรัทธาส่วนใหญ่แล้วล้วนเป็น “เรื่องที่มีคนเล่าต่อกันมา”

คนไทยมูแค่ไหน และขอพรเรื่องอะไรกับใคร? 

สถาบันวิจัยความเป็นอยู่ฮาคูโฮโด อาเซียน (ประเทศไทย) ได้ทำผลสำรวจ “MY GEN MY MU มูต่างวัย มองต่างมุม” กับกลุ่มตัวอย่างทำแบบทดสอบกว่า 1,200 คนทั่วประเทศ พบว่า คนไทยโดยทั่วไปมูเตลูเน้นเรื่อง “เงินและโชคลาภ” มากที่สุด

– กว่า 88% ของผู้เข้าร่วมทำแบบทดสอบให้คำตอบว่าเชื่อเรื่องการมู
– กว่า 52% ของคนไทยให้นิยามการมูเตลูว่าเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ
- กว่า 44% ของคนไทยขอพรเรื่อง “การเงิน” มาเป็นอันดับ 1

ในหนังสือของคุณหนุ่ม คงกระพัน แสงสุริยะ (คนที่ประสบความสำเร็จที่สุดเขาไหว้เจ้ากันที่ไหน) ชายที่คร่ำหวอดในวงการมูมาอย่างยาวนานได้ยกหนึ่งในข้อเท็จจริงที่น่าสนใจข้อหนึ่งขึ้นมานั่นคือ

“เทพที่คนชอบไปขอเรื่องโชคลาภ จริงๆ แล้วเป็นเทพสายปกป้อง”

ได้หนังสือได้ยกตัวอย่างถึง “ท้าวเวสสุวรรณ” อ้างว่า ตามบทสวดหรือพระธรรมคาถาเราจะพบว่า ท่านเป็นเทพที่ดูแลพระพุทธศาสนา ช่วยปกป้องคุ้มครองให้รอดพ้นจากอันตรายและสิ่งไม่ดี อีกทั้งในบางความเชื่อท่านยังเป็นผู้เฝ้ากุญแจพระคลังสวรรค์ด้วย

นอกจากท้าวเวสสุวรรณ เทพสายปกป้องอื่นๆ ที่คนนิยมไปกราบไหว้ขอพรกัน ก็เช่น เจ้าแม่ทับทิมสะพานเหลืองที่เป็นความเชื่อของชาวจีนโพ้นทะเล ตามตำนานท่านคือเทวนารีที่ปกป้องคุ้มครองนักเดินเรือ, พระนารายณ์ อวตารของพระวิษณุ ผู้ทำหน้าที่ปกป้องจักรวาลจากความชั่วร้าย, เจ้าแม่กวนอิม เทพแห่งความเมตตา คอยคุ้มครองและช่วยเหลือผู้ที่ตกทุกข์ได้ยาก, พญานาค สัญลักษณ์ของอำนาจและการปกป้องพุทธศาสนา ฯลฯ

ทำไมคนไทยขอเงิน - โชคก่อนงาน?

กลับมาที่งานวิจัยของสถาบันวิจัยความเป็นอยู่ฮาคูโฮโด อาเซียน เขาได้สรุปไว้ว่า สำหรับคนไทยหลาย ๆ คน ทุกครั้งที่พวกเขาได้มูหรือไหว้พระทำบุญ เปรียบเสมือนการลงทุนที่พวกเขาคาดหวังว่าจะผลิดอกออกผลมาในรูปแบบของความสุขสมหวัง ตามที่พวกเขาได้อธิษฐานไป โดยเรื่องที่ขอ 5 อันดับแรก

44% ขอพรเรื่องการเงิน
17% ขอพรเรื่องโชคลาภ
12% ขอพรเรื่องสุขภาพ
8% ขอพรเรื่องการงาน
3% ขอพรเรื่องการเรียน - ความรัก

และ 12% ไม่เชื่อเรื่องการขอพร

คนไทยเน้นมูเรื่องเงินและโชคลาภ ในขณะที่เรื่องการงานกลับไปอยู่ในอันดับที่ 4 ซึ่ง อาจบ่งชี้แนวความคิดที่ว่า “งานไม่เท่ากับเงิน ทำงานหนักเท่าไหร่ก็อาจไม่พอ สะท้อนภาพความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจของสังคมไทยโชคลาภมาแรงอันดับ 2 อยากถูกหวยพลิกชีวิต คนไทยจำนวนมากเชื่อว่าชีวิตลิขิตมาแล้ว หากต้องการเปลี่ยนแบบพลิกฝ่ามือ พวกเขาจำเป็นต้องพึ่งพลังมูเตลูมาช่วยบันดาลให้มีโชคลาภกับเค้าบ้าง และความต้องการยอดฮิตคืออยากถูกหวย ซึ่งเป็นทั้งความสนุกและความหวังที่คอยหล่อเลี้ยงจิตใจในทุก ๆ เดือน”

แนวคิดนี้สะท้อนถึงผลกระทบของสังคมทุนนิยม ซึ่งทำให้ “เงิน” กลายเป็นสัญลักษณ์ของเสถียรภาพทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม ในโลกที่ขับเคลื่อนด้วยปัจจัยทางการเงิน ความเชื่อและการแสวงหาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้เป็นเพียงแค่การแสดงออกถึงศรัทธาทางจิตวิญญาณเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกในการปกป้องตนเองจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการแข่งขันที่ไม่มีวันสิ้นสุด

You might also like

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save