เมื่อหุ้นตก นี่คือกวีหนึ่งบทจากศตวรรษที่ 19 ที่บัฟเฟตต์ใช้เตือนใจ

ตลาดหุ้นสัปดาห์นี้ไม่สวยงามเลย! ราคาหุ้นร่วงลงอย่างน่าใจหาย ขณะที่นักลงทุนต่างหวั่นวิตกกับสัญญาณชะลอตัวทางเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบจากนโยบายภาษีที่แปรปรวนหรือตลาดแรงงานที่กำลังชะลอตัว
แม้แต่ประธานาธิบดีทรัมป์เองยังยอมรับในรายการ Fox News เมื่อวันอาทิตย์ว่าเราอาจต้องเจอช่วงเวลายากลำบาก "มีช่วงเปลี่ยนผ่านแน่นอน เพราะสิ่งที่เรากำลังทำนั้นยิ่งใหญ่มาก เรากำลังนำความมั่งคั่งกลับคืนสู่อเมริกา" ทรัมป์กล่าว "มันต้องใช้เวลา แต่ผมเชื่อว่าผลลัพธ์จะคุ้มค่า"
เมื่อผู้สัมภาษณ์ถามตรงๆ ว่าภาวะเศรษฐกิจถดถอยใกล้มาถึงหรือไม่ ทรัมป์ตอบอย่างระมัดระวังว่า "ผมไม่อยากทำนายอะไรแบบนั้น" พร้อมเสริมว่า "เราจะเจอความไม่ราบรื่นบ้าง แต่เราจัดการได้"
ในขณะนี้ ดัชนี S&P 500 ร่วงลงไปกว่า 9% จากจุดสูงสุดเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ เรียกได้ว่าแทบจะเข้าสู่ภาวะ "correction" แล้ว (ตามนิยามคือลดลง 10% จากจุดสูงสุด)
หากเป็นที่ชัดเจนมากขึ้นว่าภาวะถดถอยกำลังจะมาถึง นักลงทุนก็มีแนวโน้มที่จะผลักดันให้ราคาลดลงไปอีก ทีนี้ถ้าเป็น วอร์เรน บัฟเฟตต์ ซีอีโอ Berkshire Hathaway และตำนานนักลงทุนผู้มากประสบการณ์ มีคำแนะนำอะไรให้เราบ้าง?
บทความนี้อ้างอิงมาจาก CNBC Make It ซึ่งได้ยกเอาจดหมายจากวอร์เรนที่เขียนถึงผู้ถือหุ้นในปี 2017 มาไว้ว่า
"ไม่มีใครคาดเดาได้ว่าราคาหุ้นจะดิ่งลงลึกแค่ไหนในระยะเวลาอันสั้น แต่เมื่อวิกฤตเกิดขึ้นให้จำกวีบรรทัดนี้ให้ดี”
“If you can keep your head when all about you are losing theirs ... If you can wait and not be tired by waiting ... If you can think — and not make thoughts your aim ... If you can trust yourself when all men doubt you ... Yours is the Earth and everything that’s in it.”
ซึ่งบทกวีคลาสสิกบทนี้ชื่อว่า "If" ของรัดยาร์ด คิปลิง (Rudyard Kipling) ที่เขียนไว้ตั้งแต่ปี 1895 แปลได้ว่า
"หากคุณยังคงมีสติเมื่อทุกคนรอบตัวกำลังสูญเสียความสงบ... หากคุณสามารถรอคอยและไม่เหนื่อยล้ากับการรอคอย... หากคุณสามารถคิด—และไม่ทำให้ความคิดเป็นเป้าหมายของคุณ... หากคุณเชื่อมั่นในตัวเองเมื่อทุกคนสงสัยในตัวคุณ... โลกและทุกสิ่งในโลกกำลังเป็นของคุณ"
ทำไมการรักษาความใจเย็นถึงจำเป็นในช่วงตลาดซบเซา?
สิ่งที่ควรทราบคือ สถานการณ์ที่ราคาหุ้นร่วงครั้งใหญ่ในตลาดหุ้น นับตั้งแต่ช่วงเวลาตลาดหมีในปี 2007-2009 ที่ทำเอา S&P 500 สูญเสียมูลค่าไปมากกว่า 50%
จริงๆ แล้ว สิ่งที่เรากำลังเผชิญตอนนี้ถือว่าเป็นเรื่องปกติมากในโลกการลงทุน ตั้งแต่ปี 1980 ดัชนี S&P 500 เคยร่วงลงมากกว่า 10% ถึง 21 ครั้ง โดยเฉลี่ยแล้วทุกปีจะมีการปรับฐานลงกว่า 14% ตามข้อมูลจาก Baird Private Wealth Management
ซึ่งมันแน่นอนอยู่แล้ว ว่าไม่มีใครจะสามารถรู้ล่วงหน้าได้หรอกว่าการปรับฐานเล็กๆ จะลุกลามเป็นวิกฤตใหญ่หรือไม่?
วอร์เรนจึงเขียนเรื่องนี้ไว้ในปี 2017 ไว้ว่า "ไม่มีใครบอกคุณได้ว่าสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ – ไฟจราจรสามารถเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีแดงได้ทุกเมื่อโดยไม่ต้องผ่านสีเหลือง"
แต่ไม่ว่าการลดลงจะเล็กน้อยและสั้น หรือหรือร่วงลงอย่างรุนแรง สิ่งที่จำเป็นสำหรับนักลงทุนก็คือ “จงยึดมั่นในแผนระยะยาวของคุณและลงทุนต่อไป”
บัฟเฟตต์เคยเขียนว่าสำหรับเขา เขามองช่วงขาลงเป็น "โอกาสพิเศษ" เพราะอะไร? เพราะถ้าอิงตามประวัติศาสตร์แล้ว ตลาดไม่เคยตกนานเกินไป ก่อนจะกลับมาพุ่งขึ้นอีกครั้ง
จากสถิติตั้งแต่ปี 1928 ช่วงเวลาตลาดหมี (ช่วงที่หุ้นลดลงกว่า 20% จากจุดสูงสุด) มีระยะเวลาเฉลี่ยน้อยกว่า 10 เดือน (ข้อมูลจาก Hartford Funds) ซึ่งเวลา 10 เดือนจากแผนการลงทุนระยะยาวที่เราวางกันไปจนเกษียณสำหรับใครหลายๆ คนเวลาไม่ถึงปีนั้นแทบจะไม่ใช่เวลาที่มากอะไรเลย
และแม้ว่าการผ่านช่วงเวลานั้นอาจน่ากลัว แต่ถ้าเราจับตาที่เป้าหมายระยะยาว การลงทุนอย่างสม่ำเสมอต่อไปในขณะที่ตลาดลดลง แปลว่าคุณกำลังซื้อหุ้นในราคาลดพิเศษ! ถ้าคุณลงทุนโดยมีการกระจายความเสี่ยงที่ดี ยิ่งราคาหุ้นลดลงมากเท่าไร คุณก็ยิ่งได้ดีลที่ดีขึ้นเท่านั้น
อย่างที่คิปลิงกล่าวไว้ “จงรักษาสติให้ดี” ไม่ต้องสนใจพาดหัวข่าวจนเอามาคิดและจิตตก ให้ทำสิ่งที่ถูกต้องต่อไป คุณอาจไม่ได้เป็นเจ้าของโลก แต่คุณจะสร้างความมั่งคั่งในระยะยาวได้อย่างน่าประทับใจจากการมีสตินี้
นอกจากบทกวียุค 19 ที่วอร์เรนยกขึ้นมาแล้ว ในสถานการณ์แบบนี้ยังมีอีกคำพูดหนึ่งจากวอร์เรน บัฟเฟตต์ เกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากการลงทุนที่มีราคาถูกที่เขาเขียนในจดหมายถึงผู้ถือหุ้นปี 2009 ที่ว่า
"โอกาสใหญ่ๆ มาไม่บ่อย เมื่อฝนทองกำลังตก จงยื่นถังออกไปรับ ไม่ใช่เข็มเย็บผ้า"
Tagged in
You might also like

Passive Income แบบไม่เสี่ยงสูง? ...
เมื่อโลกการเงินปี 2026 ไม่ได้ใจดีอย่างที่คิด ตลาด Crypto เหวี่ยงจนนอนไม่หลับ หุ้นไทยนิ่...

Investment for a Good Life ลงทุนกับบ้านที่อยู่ดีตั้ง...
อริสโตเติล นักปรัชญาชาวกรีกผู้ยิ่งใหญ่ เคยกล่าวไว้ว่า“Well begun is half done” หรือ&nbs...

“QHHRREIT” กองทรัสต์โรงแรมคุณภาพ แบรนด์ “Centr...
ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา หลังเกิดวิกฤตโควิด “การท่องเที่ยว” คือหนึ่งในภาคธุรกิจหลักที่ทำให้...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

