“อยากได้ Passive Income 20,000 บาทต่อเดือนต้องทำยังไง” มัดรวมไอเดียสร้าง Passive Income จากประสบการณ์จริง

“อยากได้ Passive Income 20,000 บาทต่อเดือนต้องทำยังไง” มัดรวมไอเดียสร้าง Passive Income จากประสบการณ์จริง

พอดีมีคนโพสต์ถามในพันทิป ประเด็น “อยากได้ Passive Income 20,000 บาทต่อเดือนต้องทำยังไง” โดยรายละเอียดคร่าวๆ คือ

“สวัสดีครับทุกคน ผมมีเรื่องสอบถาม พอดีตอนนี้มีเงินที่ไม่ได้ใช้ (เก็บเงียบ) อยู่ประมาณ 2 ล้านบาท ผมอยากเปลี่ยนเงินส่วนนี้มาหา Passive income ให้ได้เดือนละ 15,000 - 20,000 บาทต่อเดือน เลยอยากจะมาถามเพื่อนๆทุกคนน่ะครับว่าต้องทำยังไงบ้างครับ”

เราเลยลองรวบรวมคำตอบที่น่าสนใจมาแชร์ให้เพื่อนๆ อ่านกัน

ความคิดเห็นที่น่าสนใจ A :

ไม่มีวิธีที่ได้กำไรขนาดนั้นโดยไม่เสี่ยงเงินต้นค่ะ
ฝากดอลล่าร์ ค่าตอบแทนดอกเบี้ยเยอะกว่าฝากเงินไทยแต่เงินต้นขึ้นลงตามค่าเงินนะคะ

คนต่างจังหวัดก็อาจจะซื้อบ้านแล้วปล่อยเช่า แต่ค่าเช่าก็ตามราคาบ้าน จะซื้อบ้านสองล้านแล้วให้เช่าเดือนละสองหมื่นคงยากค่ะ

ความคิดเห็นที่น่าสนใจ B :

เราลงทุนบ้านปล่อยเช่าค่ะ 4.5 ล้าน ปล่อยเช่าได้ 26000 บาท ที่เชียงใหม่นะ คนเช่าเป็นต่างชาติ ที่กรุงเทพราคาเช่าไม่ได้ขนาดนี้บ้านที่กรุงเทพ 4 ล้านปล่อยเช่าได้ 13000 บาท แต่ว่าขึ้นอยู่กับทำเลแหละ

ดังนั้นถ้าเงินเย็น 2 ล้านก็ต้องหาเพิ่ม หรือไม่ก็ลดจำนวนเงินรายเดือนลงหน่อย

ความคิดเห็นที่น่าสนใจ C :

ศึกษาเรื่องลงทุนหลายๆ อย่าง หุ้น กองทุน ทอง หุ้นกู้ พันธบัตร

หาที่ถูกจริต แต่ยังไม่ได้ 1-2 หมื่น/เดือน ทันทีหรอกนะ
ต้องทบต้นทบดอกไปเรื่อยๆ จนเกษียณ

ความคิดเห็นที่น่าสนใจ D :

ลองคิดเล่นๆ

เงินต้น 2 ล.
อยากได้ 20,000 บาท ต่อเดือน เท่ากับ 240,000 ต่อปี เท่ากับ 12% ต่อปี

ทางง่ายแบบลงเงินแล้วรอรับเงินเข้ามาง่ายๆไม่มีแน่นอน ต้องใช้ความคิด ต้องมองหาแผน

เช่น วันนี้ ซื้อ กองรีท ที่ให้ผลตอบแทน 8% ต่อ ปี ถือไป 5 ปี หากเศรษฐกิจดี มูลค่าหุ้นขึ้นมา 50% คุณจะได้ผลตอบแทนรวมทั้งต้น เกือบ 3 ล. ใกล้เคียงกับเป้า แต่มันมีความเสี่ยงที่จะไม่ได้ ถ้าเศรษฐกิจ การเมือง ไม่ดี หุ้นไม่ไปไหน คุณจะได้ปันผล 8% หรือ ต่ำกว่า ต่อปี

ความคิดเห็นที่น่าสนใจ E :

ขอแชร์ของเราแต่ว่าเราลงทุนประมาณ4ล้านกว่าๆนะคะ ของเราลงทุนอสังหาซื้อคอนโดปล่อยเช่าค่ะ ซึ่งเรา
ใช้เงินเย็นซื้อสดน้า ตอนแรกซื้อเพราะเรียนมหาลัยแถวนั้นแหละแต่คิดไปคิดมาห้องมันไม่ได้แพงเลยซื้อหลายห้อง สุดท้ายพอเรียนจบเราก็ปล่อยเช่าหมดเลยงับ ได้รวมๆ 24,000฿/เดือน ค่าาา

ส่วนพวกลงทุนในหุ้น,พันธบัตรไรงี้ก้มีอยากลงบ้าง แต่ยังไม่ได้ศึกษาเลย ตอนนี้แค่ทำงานก็เหนื่อยแล้วค่ะ

ความคิดเห็นที่น่าสนใจ F :

แต่อย่างว่า ต้น 2 ล้านมันน้อยไปหน่อย ถ้าจะหย่อนลงสินทรัพย์ที่ให้ yield ระดับ 10% บวก ย่อมมีความเสี่ยง
และถ้ารับความเสี่ยงได้ ผมว่าแบ่ง สัดส่วนเงินกระจายไปหลายๆสินทรัพย์ดู หรือปั่น passive สัก 60% ไปปั่น active สัก 40% ให้มันเพิ่มต้น พวกขายของใน tiktok ปั่นกันได้เดือนนึงหลักหมื่นกันเพียบเลย

จริงๆถ้ามีที่ดิน แล้วลงทุนสิ่งปลูกสร้างปล่อยเช่า เงินที่ลง 2 ล้าน ปั่น passive ได้ 4-5 หมื่นต่อเดือนได้สบาย แต่เงินสดเพียวๆ ผมว่ายากหน่อย แต่ไม่ใช่จะเป็นไปไม่ได้

อาทิ การปล่อยกู้แบบมีทรัพย์ค้ำก็ไม่เลว ภรรยาผมเคยมีคนเอาโฉนดมาค้ำ แล้วขอกู้ 1 ล้าน ได้ดอกเบี้ยเดือนละ 5 หมื่นทีเดียว ปีเดียว yield 60% เหลือจะเชื่อ แต่ปล่อยได้ปีกว่าๆ เค้ากู้แบงค์ผ่านก็มาปลดเอาโฉนดคืนไป แล้วตอนนี้ก็ยังไม่มีเคสแบบนี้อึก หรือการปล่อยแบบแลกเช็ค เดือนละ 1.5-2% ก็ไม่เลวครับ แต่ความเสี่ยงพอสมควร ต้องสกรีนคนกู้มาก อาจ diversify ด้วยการใช้เงินลงในส่วนนี้แค่ 5% 10% พอ กระจายๆกันไป

ความคิดเห็นที่ G :

ซื้อหุ้นกู้เกรด A ดอกเบี้ย 4% ด้วยทุน 6 ล้านบาทครับ
นี่เป็นวิธีที่เสี่ยงน้อย ที่ให้ผล income เป็นไปได้สูงมาก และมีโอกาสสูงกว่านี้

แต่เรื่องที่ยากกว่าคือ การหาทุนเพิ่มอีก 4 ล้านครับ

ความคิดเห็นที่ H :

ขอแชร์จากประสบการณ์ส่วนตัว จริงๆ มันยังมี Passive Income อีกหลากหลายประเภท ไม่ได้จำกัดเเค่ Yield ที่ได้จากการลงทุนครับ เช่น

- ปันผลกิจการ = เจ้าของกิจการ, หุ้นปันผล
- ดอกเบี้ย = Lending, Staking, Saving, ตราสารหนี้
- ค่าเช่า = คอนโด, อสังหา, อุปกรณ์, เช่าชุด
- ลิขสิทธิ์ทางปัญญา = ลิขสิทธิ์จากทักษะวิชาชีพ
- โฆษณา = สร้างเพจเเล้วรับโปรโมทพื้นที่โฆษณา (มีผู้ติดตาม, มีคนไลค์สูงหน่อยๆ)
- Affiliate = ค่าคอมมิชชั่นจากการขาย

เเล้วยิ่งเรื่องลิขสิทธิ์ทางปัญญาแทบไม่ได้ใช้ต้นทุนอะไรมากมายเลย แค่ทำคลิปสอนในออนไลน์ จากทักษะวิชาชีพก็ทำได้เเล้ว

ตัวอย่างผม ก็มีทำคอร์สสอนเปียโน, ขายโน้ตเพลงลงเว็ปไซต์ขายโน้ต, แต่งทำนองขาย, เรียบเรียงเพลงขาย, ปล่อยเช่าเครื่องดนตรี ตู้แอมป์ คือทำครั้งเดียวก็ใช้งานได้หลายรอบ

ถ้ามองในแง่ Risk/Reward Ratio ก็ถือว่าการสร้างทรัพย์สินจากลิขสิทธิ์ทางปัญญาจะโตง่ายสุด เเละเสี่ยงน้อยสุด เพราะทำครั้งเดียวรีรันได้หลายรอบ

ไม่อยากให้มองแค่ว่า Passive Income มันจะมีแค่ ปันผลจากหุ้น, หรือทำคอนโดปล่อยเช่า เพราะจริงๆ มันมีอีกหลายวิธีที่ทำเงินได้ง่ายๆ เเต่ความเสี่ยงต่ำกว่า

ความคิดเห็นที่ I :

จากประสบการณ์ที่เจอมาครับ

(1) คอนโดภูเก็ตมือสองที่ขายแบบรีโนเวทแล้วหรือมารีโนเวทเอง ราคาไม่เกิน 2 ล้าน ใกล้ห้าง ไม่ใกล้หาด
ปล่อย 15,000 รายปี เป็นไปได้ หน้าไฮเกือบ 20,000 ต่อเดือน

(2) ซื้อเคหะห้อง 600,000 + 200,000 (มารีฯใหม่) จัดเต็มแบบคอนโด หรือ กั้นห้องเป็น 2 นอน ปล่อยเช่าห้องละ 7,000-8,500 รายปี 2 ห้อง ผลตอบแทน 14,000-17,000 ต่อเดือน ใช้ทุนประมาณ 1,800,000 บาท
ทีเหลือ 200,000 ไปซื้อหุ้นเติบโต

You might also like

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save