คุณแค่พลาดในบางครั้ง ไม่ใช่ไม่เก่งเรื่องเงิน : บทเรียนจาก Stitch ความผิดพลาด และอิฐ 998 ก้อนที่สวยงาม

คุณแค่พลาดในบางครั้ง ไม่ใช่ไม่เก่งเรื่องเงิน : บทเรียนจาก Stitch ความผิดพลาด และอิฐ 998 ก้อนที่สวยงาม

ในภาพยนตร์ Lilo & Stitch มีประโยคหนึ่งที่เรียบง่ายแต่สะท้อนบทเรียนบางอย่างในชีวิตที่สำคัญมากๆ

เมื่อ Stitch เป็นสิ่งมีชีวิตถูกออกแบบมาให้ทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้า

มันเลยทำลายข้าวของ ป่วนทุกอย่างตลอดเวลา

แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า โดยเนื้อแท้แล้ว Stitch เป็นคนที่ ‘แย่’ หรือ ‘เลวร้าย’

Lilo พูดกับ Stitch ว่า "You are not bad, You just do bad things sometimes"

“คุณไม่ใช่คนเลว แค่ทำสิ่งผิดบางครั้งเท่านั้น”

ประโยคนี้นอกจากจะทำให้ Stitch เริ่มมองเห็นอีกด้านหนึ่งของตัวเองแล้ว ยังทำให้เขาตระหนักถึงสิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือ ‘ความเป็นไปได้’ ในการเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้น เพราะสิ่งที่เขาทำในอดีต ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งที่กำหนดตัวตนของเขาเสมอไป

ทุกคนเคยผิดพลาด และทำเรื่องแย่ๆ มาบ้าง แต่เราก็แก้ไขได้เช่นกัน

โดยเฉพาะเมื่อเราเผชิญกับความผิดพลาดทางการเงิน

ความผิดพลาด ไม่เท่ากับความล้มเหลวของตัวตน

เมื่อเราตัดสินใจซื้อหุ้นแล้วขาดทุน เมื่อเราใช้จ่ายเกินงบประมาณ หรือเมื่อเราลงทุนในสิ่งที่ไม่คุ้มค่า สิ่งแรกที่เรามักจะทำคือการกล่าวโทษตัวเอง "ฉันไม่เก่งเรื่องเงิน" "ฉันไม่มีสมองธุรกิจ" "ฉันไม่เหมาะที่จะลงทุน"

แต่ความจริงแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นคือเราแค่ตัดสินใจผิดในบางครั้ง ไม่ใช่เราเป็นคนที่ไม่เก่งเรื่องเงินโดยธรรมชาติ

ชาร์ลี มังเกอร์ (Charlie Munger) อดีตเพื่อนซี้ของ วอร์เรน บัฟเฟตต์ (Warren Buffett) และรองประธานของ Berkshire Hathaway เคยกล่าวไว้ว่า "The big money is not in the buying and selling, but in the waiting" เงินก้อนใหญ่ไม่ได้มาจากการซื้อขาย แต่มาจากการรอคอย

แต่สิ่งที่เขาไม่ได้พูดก็คือ ระหว่างที่รอคอยนั้น เราจะผิดพลาดหลายครั้ง ขนาดบัฟเฟตต์ที่ว่าลงทุนได้ประสบความสำเร็จมากมาย เขาก็เคยผิดพลาดมาหลายครั้ง แต่ทุกครั้งเขาจะเรียนรู้และพัฒนาจากสิ่งเหล่านั้น

บัฟเฟตต์เคยเตือนแบบติดตลกว่า “สิ่งสำคัญที่ต้องทำเมื่อรู้ว่าตัวเองอยู่ในหลุมคือหยุดขุดให้ลึกลงไปอีก” คำแนะนำเรียบง่ายนี้คือเข็มทิศสำหรับทุกคนที่ตระหนักว่าเมื่อพลาดต้องแก้ไขให้เร็ว

ถ้ารูดบัตรเครดิตเกินกำลัง จงหยุดขุดด้วยการ “หยุดใช้บัตร” ชั่วคราว พยายามหาเงินไปปลดหนี้ก้อนดอกเบี้ยสูง ถ้าขาดทุนหุ้นเพราะ FOMO ให้หยุดขุดด้วยการเลิกเฝ้ากราฟรายนาที ปรับมุมมองเป็น 5 – 10 ปีแทน ถ้ารายรับไม่พอรายจ่ายซะที ให้หยุดขุดด้วยการจดบันทึกรายรับ-รายจ่าย เพื่อให้เห็นว่ารูรั่วอยู่ตรงไหน

แต่สิ่งที่เราต้องเข้าใจคืออย่างที่ นักวางแผนการเงิน คาร์ล ริชาร์ดส์ (Carl Richards) สรุปว่า

“Money ≠ Math. Money = Feelings.”

หรือ เงินไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่มันมีอารมณ์แฝงอยู่ในนั้นเสมอ

นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเราท่องสูตรดอกเบี้ยทบต้นได้ แต่ยังอดสั่งดิลิเวอรีไม่หยุด หยุดชอปปิงวันคู่ไม่ได้ เวลาเครียดๆ อยากไปเดินห้างซื้อของ ฯลฯ

การรับรู้ว่าความรู้สึกมีอำนาจเหนือบัญชีธนาคาร เป็นกุญแจสู่การ “เลี้ยง Stitch” ในตัวเราให้อยู่ในกรอบด้วย

แล้วจะแก้ยังไงดี?

1. ยอมรับข้อเท็จจริงก่อน

Stitch ไม่อาจเป็นเพื่อนที่แสนดีของ Lilo ได้ในชั่วคืนเดียว คุณเองก็ไม่อาจพลิกพอร์ตติดลบ 50 % ให้เป็นกำไรโดยไม่ยอมรับความเสียหายก่อน

2. หาเครือข่ายหรือพื้นที่ปลอดภัย

คำว่า “โอฮานา” ในหนังหมายถึงครอบครัวและการไม่ทิ้งกัน หลายงานวิจัยบ่งชี้ว่าคนที่มีเครือข่ายสนับสนุนจะมีโอกาสฟื้นตัวทางการเงินเร็วกว่าคนที่แก้ปัญหาคนเดียว

3. สร้างระบบ อย่าพึ่งพาแรงฮึดเพียงอย่างเดียว

ตั้งตัดเงินอัตโนมัติไปยังกองทุนดัชนี คือการวาง “รางรถไฟ” ให้รถชีวิตวิ่งถูกทางแม้วันไหนคนขับหลับใน

4. ปรับเปลี่ยนมุมมองเมื่อจำเป็น

Stitch ถูกสร้างมาให้ทำลาย แต่เมื่อเห็นความเป็นไปได้ว่าเขาไม่จำเป็นต้องเป็นแบบนั้นก็ได้ เขาปรับพฤติกรรมตัวเอง การเงินก็เช่นกัน ถ้ามองยาวๆ เป้าหมายอีก 10 ปี ความผันผวนระยะสั้นจะดูเป็นเพียงภาพขยุกขยิกบนกราฟระยะยาวเท่านั้น

5. ฉลองความก้าวหน้าเล็กๆ

อย่าลืมให้กำลังใจตัวเองทุกครั้งที่ทำตามเป้าหมายได้ เช่นเก็บเงินได้หมื่นแรก อาจจะไปกินหมูกระทะสักมื้อ หรือปลดหนี้ได้อาจจะหาเวลาไปนวดพักผ่อน ฯลฯ​ (รางวัลก็ต้องพอดีนะ ไม่ใช่ไปสร้างปัญหาการเงินอันใหม่ แบบนั้นไม่ใช่)

เมื่อเราเผชิญกับความผิดพลาดทางการเงิน สิ่งสำคัญคือการแยกแยะระหว่างตัวตนของเรากับการกระทำของเรา แทนที่จะคิดว่า "ฉันไม่เก่งเรื่องเงิน" ลองเปลี่ยนเป็น "ครั้งนี้ฉันตัดสินใจผิด ต่อไปจะระมัดระวังมากกว่านี้"

แทนที่จะคิดว่า "ฉันไม่มีสมองธุรกิจ" ลองเปลี่ยนเป็น "ฉันต้องเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับธุรกิจนี้"
การเปลี่ยนมุมมองเล็ก ๆ นี้ จะช่วยให้เราไม่ติดอยู่กับความรู้สึกผิดหวัง และสามารถกลับมาเรียนรู้ใหม่ได้

อิฐสวยงาม 998 ก้อน

พี่ตุ้ม-หนุ่มเมืองจันท์ เคยเล่านิทานเรื่อง ‘อิฐสองก้อน’ เอาไว้

อยากเอามาแชร์ให้ฟัง เพราะมันช่วยเตือนสติเรื่องนี้ได้อย่างดี

เรื่องมีอยู่ว่า “พระอาจารย์พรหม” ลูกศิษย์หลวงพ่อชา เคยก่อกำแพงอิฐแล้ววางอิฐพลาดไปสองก้อน เมื่อเรียงพลาด กำแพงตรงนี้เลยดูไม่เรียบร้อย ไม่สวยงาม

พระอาจารย์ถึงขั้นอยากจะทุบกำแพงทิ้งเพื่อก่อใหม่ แต่เจ้าอาวาสไม่ยอม
.
ภายหลัง เมื่อก่อเสร็จ เวลามีแขกมาเยี่ยม ก็จะพยายามหลีกเลี่ยงไม่เคยพาไปเดินใกล้กำแพงนี้เลย เพราะรู้สึกว่าอายกับ ‘อิฐสองก้อน’ นั้น

แต่แล้ววันหนึ่งก็บังเอิญมีแขกมาเยี่ยม แต่เดินไปแถวกำแพงตรงนั้นพอดี

แขกกลับชอบ แล้วชมว่า ‘กำแพงนี้สวยจังเลย’

พระอาจารย์ก็ถามด้วยอารมณ์ขันว่า ‘คุณลืมแว่นสายตาไว้ในรถรึเปล่า มีอิฐสองก้อนตรงนี้ที่ก่อพลาดจนกำแพงดูไม่ดี’

คำตอบของแขกคนนั้นเปลี่ยนทัศนคติของอาจารย์พรหมไปเลย เขาบอกว่า “ผมเห็นอิฐที่วางไม่ดี 2 ก้อน แต่เห็นด้วยว่าอิฐอีก 998 ก้อนก็ก่อไว้ได้อย่างสวยงาม”

หลายๆ ครั้งเราจดจ่อกับความผิดพลาดในอดีต จนหลงลืมความสุขหรือสิ่งที่เรายังทำได้ต่อจากนี้

เราจดจ่อกับอิฐ 2 ก้อนจนลืมคุณค่าของอีก 998 ก้อนที่เหลือ

ลองซูมชีวิตออกมาอีกหน่อย ลองมองภาพให้กว้างขึ้น แล้วเห็นกำแพงทั้งหมด บางทีมันอาจจะเป็นกำแพงที่สวยงามดีแล้วก็ได้

ย้อนกลับไปที่คำพูดของ Lilo ที่ว่า "You are not bad, You just do bad things sometimes" - “คุณไม่ใช่คนเลว แค่ทำสิ่งผิดบางครั้งเท่านั้น”

ในโลกของการเงิน คุณไม่ใช่คนที่ไม่เก่งเรื่องเงิน คุณแค่ตัดสินใจผิดบางครั้ง ความแตกต่างนี้อาจฟังดูเล็กน้อย แต่มันคือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงใหญ่

เมื่อคุณเข้าใจว่าความผิดพลาดเป็นเพียงการกระทำ ไม่ใช่ตัวตนของคุณ คุณจะสามารถลุกขึ้นมาเรียนรู้ ปรับปรุง และเดินต่อไปได้

และนั่นคือสิ่งที่ Stitch ทำในเรื่อง - เขาเรียนรู้ที่จะทำสิ่งที่ดีขึ้น ไม่ใช่เพราะเขาเปลี่ยนตัวตน แต่เพราะเขาเลือกที่จะเปลี่ยนการกระทำ

คุณก็สามารถทำเช่นเดียวกันได้กับการเงินของคุณ

You might also like

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save