“คนเรามักจะมีความสุขอยู่ชั่วครู่เวลาเราได้อะไรใหม่ๆ” เปิดกับดักรู้ทันวงจร “ลู่วิ่งความสุข” หาเงินเก่ง เเต่ไม่เคยพอใช้สักที โดย อ.ปิง ธนาวัฒน์ สิริวัฒน์ธนกุล

เคยสงสัยกันไหมว่า พอมีเงินเดือนเพิ่มขึ้น รายจ่ายเราก็เพิ่มขึ้นตามโดยไม่รู้ตัว หรือเคยคิดกันไหม ตอนเริ่มทำงานใหม่ๆ เริ่มต้นทำงานได้เงินเดือนประมาณ 1 หมื่นกว่าบาท ถ้าเงินเดือนขึ้นเป็น 5 หมื่น ชีวิตคงสบายกว่านี้ มีความสุขมากกว่านี้
แต่พอถึงจุดนั้นจริงๆ มันไม่ได้เป็นไปอย่างที่เราคิด เงินก็ยังไม่พอใช้เหมือนเดิม
ความสุขที่คิดว่าจะมีก็ไม่ได้มีอย่างที่คิด จริงๆ แล้วมันมีที่มาที่ไป ทั้งทางจิตวิทยาและพฤติกรรมที่ทำให้เราตกหลุมพลางการเงินแบบนี้ เรามาหาคำตอบว่าสาเหตุมาจากอะไร และเรียนรู้วิธีแก้ กับผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนการเงิน อาจารย์ปิง ธนวัฒน์ กรรมการสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ที่มาร่วมพูดคุยในรายการ หาเงินได้ใช้เงินเป็น EP.16
“ชีวิตเฟ้อ” คืออะไร ?
ในโลกการเงินนอกจากจะมีเงินเฟ้อแบบที่เงินจะมูลค่าน้อยลง ใช้จ่ายได้น้อยลง ของต่างๆ แพงขึ้น ยังมี ชีวิตเฟ้อ (Lifestyle Inflation) คือ การที่เรามีเงินเยอะขึ้น เราก็ต้องการชีวิตที่ดีขึ้น และค่าใช้จ่ายก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วยโดยที่เราไม่รู้ตัว
มันเลยกลายเป็นวงจรที่เราต้องใช้เงินมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อแลกกับความสุข ที่หายไปอย่างรวดเร็ว และที่มันหายไปอย่างรวดเร็วนั้นก็มีที่มาทางจิตวิทยา ที่เรียกว่า “ลู่วิ่งความสุข”
“ลู่วิ่งความสุข” ลู่วิ่งที่ไม่มีวันหยุด
เวลาเราได้ของใหม่ๆ หรือประสบความสำเร็จบางอย่าง เราจะรู้สึกดี มีความสุขอยู่ช่วงหนึ่ง แต่พอเวลาผ่านไป เราก็เริ่มชินกับสิ่งนั้น ความสุขก็ลดลง
"คนเรามักจะมีความสุขอยู่ชั่วครู่นึงเวลาเราได้อะไรใหม่ๆ นึกถึงตอนที่เราได้ iPhone เครื่องใหม่ วันแรกๆ รู้สึกเห่อมากเลย แต่สักพักก็จะรู้สึกว่า เอ๊ะ ทำไมมันไม่เวิร์คเหมือนเดิม"
- อาจารย์ปิง ธนวัฒน์ กล่าวในรายการ หาเงินได้ใช้เงินเป็น
และด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลง ยังมีอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เราใช้เงินเยอะ ยกระดับชีวิตของเราจนเกินตัว คือการที่เรานำตัวเราไปเปรียบเทียบกับสังคม
ยิ่งเปรียบเทียบ ยิ่งไม่มีความสุข ยิ่งสิ้นเปลือง
"เราก็จะเริ่มเห็นเพื่อนเรา ใช้นู่นใช้นี่ เราก็เริ่มอยากมีชีวิตติดแกรมเหมือนเพื่อนเราอีก"
ยุคนี้เราไม่ได้ใช้เงินแค่กับสิ่งที่ “จำเป็น” แต่ใช้กับสิ่งที่อยากให้คนอื่นเห็นว่าเรามี พอเรามองไปรอบตัว เราก็เปรียบเทียบตัวเองกับคนนู้นคนนี่ไปโดยไม่รู้ตัว พอเห็นคนอื่นไปเที่ยวหรู กินของแพง เราก็เริ่มรู้สึกว่า ไม่ใช่แค่เราคิดเอง แต่เรามองไปรอบตัว แล้วเปรียบเทียบอย่างไม่รู้ตัวจนลืมไปว่า สิ่งที่เราต้องการจริงๆ ในชีวิต อาจไม่ได้แพง แต่เป็นความสุขเล็กๆ ในแต่ละวัน
"มองเป้าหมายในชีวิตของเรา ดีกว่ามองเป้าหมายของคนอื่น"
6 ขั้นตอนแก้การใช้เงินวิ่งตามรายได้
1. ใช้ Mobile Banking ให้เป็นประโยชน์
ทำบัญชีใช้จ่ายเฉพาะขึ้นมา และอะไรที่พอใช้โอนได้ให้โอนจ่าย เราสามารถดูได้ทุกครั้งที่โอน ระบบมีการบันทึกให้เราอัตโนมัติ ไม่ต้องมานั่งจดเอง กลับไปดูแค่สัปดาห์ละครั้ง ก็รู้เลยว่าเงินหายไปกับอะไร และยังสามารถคุมเงินที่เราจะใช้ได้จากการสร้างบัญชีเฉพาะไว้ใช้จ่าย
2. แยกค่าใช้จ่ายจำเป็น และไม่จำเป็น
เมื่อรู้แล้วว่าเราใช้เงินกับอะไรบ้าง ลองแยกว่า อะไรจำเป็น อะไรตัดออกได้ แล้วเริ่ม “ลดของไม่จำเป็น” ก่อน
3. เก็บก่อนใช้
เปลี่ยนจากได้รับรายได้เข้ามาแล้วค่อยมาเก็บ เป็นเก็บก่อนแล้วค่อยใช้ เช่น ได้รับเงินเดือนมา 1 หมื่น 5 พันบาท หัก 5 พันบาทมาเก็บไว้ทันที แล้วค่อยใช้ 1 หมื่นบาทที่เหลือ จะใช้ป้องกันการใช้จ่ายมากเกินไปได้เป็นอย่างดี
4. แยกค่าใช้จ่ายเป็นซองๆ
บางครั้งการโอนจ่ายอาจจะทำให้เราเผลอตัวใช้จ่ายเยอะขึ้นไป โดยเฉพาะความง่ายในการใช้เงิน
การแบ่งสัดส่วนค่าใช้จ่ายเป็นซอง ๆ ไว้ เช่น ซองกินอยู่, ซองเพื่อความสุข, ซองเพื่อลูก
การที่เราแยกค่าใช้จ่ายแบบนี้ พอเงินซองใดซองหนึ่งหมดแล้ว เราจะไปใช้เงินซองอื่นจะทำให้เราหยุดคิดก่อนจะใช้มากขึ้น
5. เลื่อนการจ่ายออกไปก่อน
ทุกวันนี้การซื้อของออนไลน์เป็นการใช้จ่ายที่หลายคนชื่นชอบ เพราะมันทั้งสะดวกสบาย ใส่ตะกร้าและจ่ายเงินแต่ความสะดวกสบายนำมาซึ่งการใช้จ่ายที่เพลินตามไปด้วย
เพราะฉะนั้นถ้าอยากซื้ออะไร ลองรอก่อน 1 วัน หรือใส่ตะกร้าออนไลน์ไว้ พอจะใช้แล้วค่อยสั่ง จะช่วยตัดของฟุ่มเฟือยได้เพียบ
6. หยุดเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น
การที่คนอื่นโชว์หลายอย่างออกมาในโลกออนไลน์ เป็นด้านที่เขาอยากให้เราเห็น
เราไม่อาจรู้ว่าเขาแลกอะไรถึงได้มาและอย่ามองข้ามความสุขเล็ก ๆ ที่เรามี เช่น เวลาอยู่กับครอบครัว หรือการได้พักผ่อนอย่างสงบ
ปัญหาที่เงินเดือนเพิ่มขึ้นแต่เรายังรู้สึกว่าไม่พอสักที หรือไม่รู้สึกว่าชีวิตดีขึ้นมากเท่าไร เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ พอเรามีเงินมากขึ้น เราก็จะใช้จ่ายมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว ทั้งจากความเคยชิน ความอยากได้ใหม่ ๆ หรืออยากได้อยากมีเหมือนเพื่อน ๆ จนบางครั้งลืมคิดไปว่าเราต้องการอะไรกันแน่ แต่สิ่งเหล่านี้เราสามารถจัดการได้ถ้าเรารู้เท่าทัน และเริ่มลงมือปรับวิธีคิดและวิธีใช้เงินตั้งแต่วันนี้
เรียบเรียงโดย ณัฐวีร์ เชี่ยวพัทธยากร
Tagged in
You might also like

Passive Income แบบไม่เสี่ยงสูง? ...
เมื่อโลกการเงินปี 2026 ไม่ได้ใจดีอย่างที่คิด ตลาด Crypto เหวี่ยงจนนอนไม่หลับ หุ้นไทยนิ่...

Investment for a Good Life ลงทุนกับบ้านที่อยู่ดีตั้ง...
อริสโตเติล นักปรัชญาชาวกรีกผู้ยิ่งใหญ่ เคยกล่าวไว้ว่า“Well begun is half done” หรือ&nbs...

“QHHRREIT” กองทรัสต์โรงแรมคุณภาพ แบรนด์ “Centr...
ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา หลังเกิดวิกฤตโควิด “การท่องเที่ยว” คือหนึ่งในภาคธุรกิจหลักที่ทำให้...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

