40% ของ GDP ภูฏานคือ Bitcoin : ประเทศเล็กๆ กลางเทือกเขาหิมาลัยที่เหมืองขุดทองคำดิจิทัลเป็นกลยุทธ์แห่งชาติและขายเพื่อเป็นเงินเดือนข้าราชการ

40% ของ GDP ภูฏานคือ Bitcoin : ประเทศเล็กๆ กลางเทือกเขาหิมาลัยที่เหมืองขุดทองคำดิจิทัลเป็นกลยุทธ์แห่งชาติและขายเพื่อเป็นเงินเดือนข้าราชการ

กล่าวถึง “ภูฏาน” คนส่วนใหญ่จะนึกถึงประเทศในหุบเขาเขียวขจี ล้อมรอบด้วยเทือกเขาหิมาลัย วัดพุทธบนหน้าผาสูงชัน และริเริ่มแนวคิดความสุขมวลรวมประชาชาติ หรือ Gross National Happiness (GNH)

แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ประเทศเจ้าของฉายา “ดินแดนแห่งมังกรสายฟ้า” ได้เพิ่มตำแหน่งใหม่ให้ตัวเองอย่างเงียบ ๆ อย่างการเป็นผู้นำด้านเหมือง Bitcoin และรัฐบาลของประเทศถือครองสูงเป็นอันดับ 5 ของโลก (รองจากอเมริกา, จีน, อังกฤษ และ ยูเครน)

วันนี้รัฐบาลภูฏานถือ Bitcoin ราว 11,700 เหรียญ มูลค่าประมาณ 1,300 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 42,000 ล้านบาท) ซึ่งเทียบเท่า 40 % ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) เลยทีเดียว

ทำไมต้องเป็น Bitcoin?

“สำหรับภูฏาน มันเป็นสิ่งที่ค่อนข้างชัดเจนในหลาย ๆ แง่มุม” อุจชวล ดีพ ดาฮาล (Ujjwal Deep Dahal) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Druk Holding and Investments (DHI) ซึ่งเป็นกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของภูฏานและเป็นผู้ดำเนินโครงการกล่าว “เรามองบิตคอยน์เป็นเหมือนแหล่งเก็บมูลค่า คล้ายกับทองคำ”

หลายประเทศกำลังศึกษาวิธีการนำคริปโตเคอร์เรนซีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของระบบการเงินของตนเอง ยกตัวอย่างเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารเพื่อจัดตั้งคลังสำรองบิตคอยน์และสกุลเงินดิจิทัลอื่น ๆ สำหรับอเมริกา

แต่ต้นตอของบิตคอยน์ของภูฏานไม่ใช่การกว้านซื้อในหรือการยึดทรัพย์จากคดีอาชญากรรมเหมือนบางประเทศ แต่เกิดจากการที่ DHI เริ่มทดลองตั้งฟาร์มขุด Bitcoin ในปี 2019–2020 โดยใช้ไฟฟ้าพลังน้ำราคาถูกซึ่งภูฏานผลิตได้เกินความต้องการในฤดูน้ำหลาก

“บิตคอยน์ทำหน้าที่เหมือนแบตเตอรี่สำหรับเรา โดยใช้พลังงานส่วนเกินในช่วงฤดูร้อนให้เกิดประโยชน์” ดาฮาลซึ่งศึกษาเทคโนโลยีบล็อกเชนมานานหลายปีในฐานะงานอดิเรกส่วนตัวกล่าวอธิบายเพิ่มเติม

ตอนเริ่มต้นในปี 2020 ทีมงานมีเพียงคอมพิวเตอร์สองเครื่องที่ถูกขนขึ้นเขา Dochula Pass เพื่อทดสอบระบบ จนเครื่องร้อนจัดข้ามคืนและสัญญาณเตือนไฟดังลั่น ไม่น่าเชื่อว่าสนามทดลองเล็ก ๆ นี้กลับกลายเป็นหัวใจของกลยุทธ์แห่งชาติของภูฏานในเวลาเพียงห้าปีต่อมา

ภูฏานมีประชากรราว 780,000 คน (น้อยกว่ากรุงเทพฯ ประมาณ 7 เท่า) รายได้หลักมาจาก ไฟฟ้าพลังน้ำ เกษตร และการท่องเที่ยว

แต่โควิด‑19 ทำให้นักท่องเที่ยวหายวับ

รายได้ส่งออกไฟฟ้าก็ผันผวนตามระดับน้ำในแม่น้ำ

ยิ่งไปกว่านั้น ชาวภูฏานกว่า 10 % อพยพไปทำงานต่างแดนในช่วงห้าปีหลัง รัฐบาลจึงต้องมองหาทางกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ที่ไม่พึ่งฤดูกาลและภูมิประเทศมากเกินไป

“เรายังยากจน” ดร.โลเตย์ ตเชอริง (Dr. Lotay Tshering)​ แพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะ ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีระหว่างปี 2018 ถึง 2023 กล่าว “หลายคนมองว่าภูฏานและชาวภูฏานคือประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลก แต่ความจริงไม่ใช่แบบนั้น”

เมื่อสมเด็จพระราชาธิบดี จิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก (Jigme Khesar Namgyel Wangchuck)​ พระชนมายุ 45 พรรษา ทรงถามเจ้าหน้าที่ว่ามีแนวทางใดที่จะใช้เทคโนโลยีในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ความคิดเรื่องการขุดบิตคอยน์ก็ได้ถือกำเนิดขึ้น

โดยปกติแล้ว แทบไม่มีประเทศใดที่ดำเนินธุรกิจขุดคริปโตเองในนามรัฐ แต่ภูฏานมีสิ่งสำคัญที่สุดในการทำเหมืองให้มีกำไรอยู่แล้ว นั่นคือไฟฟ้าราคาถูก

การขุด Bitcoin จึงเปรียบเสมือนการสร้าง “แบตเตอรี่แห่งชาติ” อย่างที่ดาฮาลอธิบาย

ดินแดนแห่งมังกรสายฟ้า ซึ่งตั้งชื่อตามพายุฟ้าคะนองที่กระหน่ำผ่านหุบเขาเป็นประจำ ใช้ไฟส่วนเกินแปลงเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่กักเก็บได้ ขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง และไม่จำเป็นต้องขนส่งผ่านภูมิประเทศที่สูงชันเดินทางยากด้วย

ความได้เปรียบเชิงภูมิศาสตร์ของภูฎาน

การปลดล็อกแต่ละบล็อกของ Bitcoin (หรือที่เรียกกันว่าขุดบิตคอยน์) ต้องใช้คอมพิวเตอร์ประมวลผลสมการยากขึ้นเรื่อย ๆ ศูนย์ขุดสมัยใหม่จึงเต็มไปด้วยเครื่อง ASIC (Application Specific Integrated Circuit คือวงจรชิปที่ถูกออกแบบมาสำหรับการใช้งานใดการใช้งานหนึ่งโดยเฉพาะ)​ หลายหมื่นตัว

หากพลังงานไฟฟ้าแพงกำไรกำไรก็จะลดลงไปด้วย

นี่คือสิ่งที่ภูฏานได้เปรียบ เพราะเกมต้นทุนถูกกว่ามาก สามารถซื้อไฟจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำของรัฐในราคาไม่ถึง 0.04 ดอลลาร์ต่อกิโลวัตต์‑ชั่วโมง ถูกกว่าศูนย์ขุดในสหรัฐ (หรือบ้านเรา) ราวสามถึงสี่เท่า

ข้อได้เปรียบอีกชั้นคืออากาศเย็นบนความสูงกว่า 2,500 เมตร ลดค่าใช้จ่ายระบบระบายความร้อนที่ปกติจะกินไฟเกือบ 30 % ของศูนย์ขุดในเขตร้อน

ความกล้าบวกจังหวะราคาทำให้ผลลัพธ์เกินคาด ราคาบิตคอยน์จากต่ำกว่า 10,000 ดอลลาร์ในปี 2020 ขึ้นสู่ระดับ เหนือ 120,000 ดอลลาร์กลางเดือนกรกฎาคม 2025 ทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง มูลค่าพอร์ตของภูฏานพุ่งขึ้นตามไปด้วย และกลายเป็นกันชนสำคัญชดเชยรายได้ไฟฟ้าส่งออกที่ลดลงเพราะต้องปันไฟไปใช้ในเหมืองขุดบิตคอยน์ด้วย

รายงานจาก WSJ บอกว่า ในปี 2023 รัฐบาลตัดสินใจขายบิตคอยน์มูลค่า 100 ล้านดอลลาร์จากที่สะสมไว้ เพื่อใช้เป็นงบประมาณปรับขึ้นเงินเดือนให้ข้าราชการเป็นเวลาสองปี

“เงินเพิ่มตรงนั้นมาจากบิตคอยน์ล้วน ๆ” นายกรัฐมนตรีเชอริง ต๊อบเกย์ กล่าวว่า “ถ้าแค่ขายไฟฟ้าออกไป คุณไม่มีทางได้เงินพอสำหรับสิ่งที่ต้องการขนาดนั้นแน่นอน”

ส่งผลให้ข้าราชการบางตำแหน่งได้ปรับขึ้นถึง 65 %

เชนโช ตเชอริง (Chencho Tshering) นักวิเคราะห์วัย 25 ปี จากสำนักงานกรรมาธิการที่ดินแห่งชาติ กล่าวว่า ตอนแรกเขาแทบไม่เชื่อว่าเศรษฐกิจของภูฏานซึ่งกำลังประสบปัญหา จะสามารถสร้างรายได้มากพอจนทำให้เขาได้ปรับเงินเดือนขึ้นถึงขนาดนี้ “ผมไม่รู้เรื่องบิตคอยน์เลยด้วยซ้ำ แต่สิ่งนี้คือการกระจายฐานเศรษฐกิจของเรา” เขากล่าว “มันชาญฉลาดทีเดียว”

ระยะยาว : ขยับขยายและความเสี่ยง

แม้จะสร้างเหมืองเองประมาณ 6 แห่ง ภูฏานร่วมดึงทุนต่างชาติเข้ามาด้วย

ในปี 2023 บริษัท Bitdeer Technologies ซึ่งเป็นบริษัททำเหมืองคริปโตสัญชาติสิงคโปร์ ประกาศร่วมมือกับรัฐบาลภูฏานในการสร้างเหมืองขุดบิตคอยน์ ข้อตกลงระบุว่า Bitdeer จะลงทุนสร้างเหมืองสองแห่ง บิตคอยน์ทั้งหมดที่ขุดได้ก็เอาไป แต่บริษัทจะจ่ายค่าไฟให้ภูฏานเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งช่วยเพิ่มทุนสำรองเงินตราต่างประเทศและกระจายความเสี่ยงด้านราคาของบิตคอยน์ด้วย

พร้อม กัน รัฐเริ่มทดสอบระบบชำระเงินด้วยคริปโต สำหรับนักท่องเที่ยว จ่ายค่าเครื่องบิน‑โรงแรม‑วีซ่าด้วยเหรียญกว่า 100 สกุล ผ่านการจับมือ Binance Pay และธนาคารพาณิชย์ท้องถิ่น

ระบบนี้ได้รับการสนับสนุนโดย DK Bank ธนาคารดิจิทัลแห่งแรกของภูฏาน โดยมีเป้าหมายในการนำบริการทางการเงินสมัยใหม่ ให้เข้าถึงประชาชนทุกกลุ่ม

อย่างไรก็ตาม การให้ Bitcoin ครองสัดส่วน 40 % ของ GDP ย่อมนำความผันผวนเข้าสู่ฐานะคลัง ช่วงราคาร่วงหนักในปี 2022‑2023 เคยทำให้มูลค่าพอร์ตภูฏานหายไปเกือบครึ่ง

รัฐบาลจึงใช้กลยุทธ์ “ถือยาว‑ขายเป็นจังหวะ”

ขายบางส่วนเมื่อราคาทำจุดสูงใหม่ และเก็บกำไรกลับมาเสริมงบลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน

อีกมุมหนึ่ง ก็มีการตั้งคำถามถึงความโปร่งใสเพราะตำแหน่งเหมืองและตัวเลขรายได้จริงถูกจัดเป็น “ข้อมูลความมั่นคง” เจ้าหน้าที่บางคนกังวลเรื่อง Cyber‑Attack และแรงเสียดทานทางการเมือง หากราคาดิ่งหนักอาจสร้างหนี้สินแฝงให้คลัง

บทเรียนของเรื่องนี้คือ

กรณีศึกษาภูฏานแสดงให้เห็นว่าความได้เปรียบเชิงพลังงาน ภูมิประเทศและนโยบายสามารถต่อยอดสู่สินทรัพย์ดิจิทัลได้จริง แต่ต้องมีเงื่อนไขสำคัญ:

- ไฟฟ้าสะอาดราคาถูก ลดต้นทุนหลักของการขุด
- กฎหมายชัดเจน ให้ความมั่นใจแก่พันธมิตรต่างชาติ
- ความสามารถบริหารความเสี่ยง รู้จักขายทำกำไร ไม่ใช่ถือยาวอย่างเดียว
- ผลลัพธ์กระจายสู่ประชาชน เงินเดือนขึ้น บริการสาธารณะดีขึ้น สร้างแรงหนุนทางสังคม

ประเทศอื่นที่หวังเดินตามจึงต้องวัดทรัพยากรในมือให้ดีก่อนจะกระโดดเข้ามาร่วมวง

ปลายปี 2025 ภูฏานเตรียมเปิด “Gelephu Mindfulness City” เขตเศรษฐกิจ‑สังคมต้นแบบที่ตั้งใจใช้คริปโตเป็นเส้นเลือดใหญ่ ตั้งแต่เงินสำรองเมืองไปจนถึงระบบชำระเงินร้านค้า “คริปโตคือเกลือในแกง” อดีตนายกฯ ดร.ตเชอริง ซึ่งเป็นผู้ว่าราชการเขตกล่าว

“มันจะปนอยู่ในทุกอย่างของเมืองนั้นเลย”

ด้วยราคาที่แกว่งขึ้นลงตลอดเวลา (ล่าสุดภูฏานในวันที่ 14 กรกฎาคม 2025 ก็เพิ่งขาย Bitcoin ไปอีก 62 ล้านเหรียญ) ไม่มีใครตอบได้ชัด ๆ แต่สิ่งหนึ่งที่ภูฏานพิสูจน์แล้วคือ “ข้อจำกัดไม่ใช่จุดสิ้นสุด” เมื่อพวกเขาเห็นจุดแข็งของตัวเองรวมกับการคิดนอกกรอบ เปลี่ยนพลังงานจากสายน้ำเชี่ยวกรากรวมกับอากาศที่หนาวเย็นของประเทศพื้นที่สูงให้กลายเป็นคลังทองดิจิทัลระดับโลกได้เช่นกัน

ถ้าอนาคตข้างหน้าราคา Bitcoin ยังวิ่งต่อ เศรษฐกิจภูฏานอาจได้แรงส่งที่ไม่เคยมีมาก่อน แต่หากตลาดพลิกลง ประเทศแดนมังกรแห่งสายฟ้าจะต้องหมุนพวงมาลัยใหม่อีกครั้ง

You might also like

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save