“คนรวยไม่ออมเงิน แต่ลงทุนตลอดเวลา” 5 แนวคิดหาเงินแบบเศรษฐี โดย พอล ภัทรพล นักลงทุนและวิทยากรชื่อดังด้านการเงิน

“คนรวยไม่ออมเงิน แต่ลงทุนตลอดเวลา” 5 แนวคิดหาเงินแบบเศรษฐี โดย พอล ภัทรพล นักลงทุนและวิทยากรชื่อดังด้านการเงิน

หลายคนคิดว่าการเป็นเศรษฐี จะต้องขยันทำงาน แล้วเก็บเงินให้ได้เยอะๆ แต่คุณพอล-ภัทรพล ศิลปาจารย์ นักแสดงชื่อดังที่ผันตัวมาเป็นนักลงทุน และวิทยากรด้านการบริหารเงิน กล่าวถึงแนวคิดเกี่ยวกับการหาเงินแบบคนร่ำรวย ไว้อย่างน่าสนใจ ซึ่งวิธีการเหล่านี้ จะทำให้เราร่ำรวยทั้ง “เงิน” และ “เวลา” ต้องทำอย่างไรบ้างไปดูกัน

1. แทบไม่เคยมีใครรวยจากการออมเงิน

เราแทบไม่เคยเห็นใครรวยจากการออมเงิน เพราะดอกเบี้ยราว 0.25% ต่อปี ไม่สามารถเอาชนะอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย 3% พูดง่ายๆ คือการฝากเงินไว้กับธนาคาร จะทำให้เราติดลบ 2.75% ไปเรื่อยๆ ดังนั้นเมื่อคนรวยได้เงินมาจึงนำไปลงทุนต่อยอด เช่น ซื้อหุ้น กองทุน อสังหาฯ แต่สำหรับคนที่ยังไม่ได้เป็นเศรษฐีมั่งคั่ง aomMONEY แนะนำว่า ควรมีเงินออมสำรองฉุกเฉินอย่างน้อย 6-12 เดือนไว้ให้อุ่นใจ แล้วลงทุนควบคู่ไปด้วยครับ

2. ถ้าอยากรวยต้องไม่กระจายการลงทุน

เราได้ยินกันมาตลอดว่า “การลงทุนควรกระจายความเสี่ยง” แต่จริงๆ แล้วนั่นเหมาะสำหรับคนรวย เพราะมันจะช่วยปกป้องความมั่งคั่งเอาไว้ แต่ถ้าเราเพิ่งเริ่มลงทุน กำลังสร้างเนื้อสร้างตัว ควรจะโฟกัสการลงทุนเฉพาะจุดมากกว่า อย่างเหล่ามหาเศรษฐีในช่วงแรกๆ จะลงทุนเฉพาะทรัพย์สินกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรือทำธุรกิจแค่อย่างเดียวให้อยู่ตัว เมื่อเริ่มมั่งคั่งจึงจะกระจายการลงทุน

3. จงทำธุรกิจแทนการทำงาน

การทำงานคือการขายเวลาแลกกับเงิน แต่ละคนจึงมีเพดานรายได้ “ทำงานเท่าไร ก็ได้เงินเท่านั้น” แต่คนรวยไม่มีเพดานรายได้ เพราะการทำธุรกิจไม่ได้อ้างอิงเวลา และไม่มีขอบเขต โดยสามารถเพิ่มสาขา เพิ่มไลน์ธุรกิจไปได้เรื่อยๆ ทั้งนี้การทำงานประจำก็ไม่ใช่เรื่องผิด หากมันตอบโจทย์และทำให้ชีวิตมีความสุข แต่ก็ต้องยอมรับด้วยว่า มันอาจไม่ทำให้คุณมั่งคั่งร่ำรวย

4. ยิ่งเจอปัญหาใหญ่ยิ่งสร้างรายได้เยอะ

คนที่ร่ำรวยมักจะมองว่าปัญหาคือโอกาสสร้างรายได้ ยิ่งปัญหาใหญ่เท่าไร ก็จะยิ่งได้เงินเยอะเท่านั้น ตัวอย่างเช่น ปัญหาการเดินทางไม่สะดวก เพราะจำนวนรถโดยสารมีน้อย การแก้ปัญหาสเกลเล็ก คือ “สมัครเป็นพนักงานขับรถ” ซึ่งเราก็จะหาเงินได้แค่จำกัด แต่ถ้าหากคิดแก้ปัญหาสเกลใหญ่ คือ “พัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อรถโดยสาร” เช่น Grab, Uber ก็จะเพิ่มโอกาสสร้างรายได้มากขึ้น

5. เอาเวลาไปพัฒนาตัวเองมากกว่าเสพสิ่งบันเทิง

แทนที่คนรวยจะใช้เวลาว่างไปกับการดูซีรีส์ แต่พวกเขาเลือกที่จะพัฒนาตัวเอง เช่น วอร์เรน บัฟเฟตต์ อ่านหนังสือวันละ 500 หน้าทุกวัน หรือ บิล เกตต์ ก็อ่านหนังสือสัปดาห์ละเล่ม นอกจากนี้ก็มักจะหาเวลาไปเรียนคอร์สต่างๆ เพิ่มพูนความรู้ เพราะคนรวยมองว่าเวลาเป็นสิ่งมีค่า ขณะที่คู่แข่งกำลังเดินไปข้างหน้า หากเราอยู่เฉยๆ นั่นแปลว่าชีวิตก็ถอยหลังแล้ว

ใครที่อยากรวยก็ลองนำแนวคิดการหาเงินแบบเศรษฐี ไปปรับใช้กันได้ ทั้งนี้คำว่ารวยของแต่ละคนไม่เท่ากัน ขอแค่ได้ทำตามความฝัน มีเงินใช้สบายๆ ทุกเดือนโดยไม่ต้องทำงานหนัก เท่านี้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จทางการเงินแล้วครับ

You might also like

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save