“พูดไปน้องอาจจะตกใจ จริงๆ แล้วพี่เป็น…มิ” 3 กลยุทธ์การเงินที่ผู้เชี่ยวชาญด้าน “การโน้มน้าวใจ” ใช้เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือจนทำให้คน ‘เปิดใจ’ และ ‘เปิดกระเป๋า’ แบบไม่รู้ตัว

“พูดไปน้องอาจจะตกใจ จริงๆ แล้วพี่เป็น…มิ” 3 กลยุทธ์การเงินที่ผู้เชี่ยวชาญด้าน “การโน้มน้าวใจ” ใช้เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือจนทำให้คน ‘เปิดใจ’ และ ‘เปิดกระเป๋า’ แบบไม่รู้ตัว

เราอาจจะเคยได้ยินกันว่า “Storytelling” คือหนึ่งในสกิลทำมาหากินที่สำคัญที่สุดในโลกยุคนี้ นักธุรกิจดังระดับโลกหลายคนก็ใช้มันเป็นใบเบิกทาง ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แค่ไหน หนึ่งในทักษะสำคัญที่พวกเขาต้องเก่งก็คือ “การเล่าเรื่อง”

แต่เรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในโลกของนวัตกรรมและการลงทุน

ใน TED Talk ตอนหนึ่งพูดโดยคุณเจย์ เมซ ที่สาม (J Mase III) เล่าไว้ได้อย่างน่าสนใจใน “3 Money Lessons from Infamous Scam Artists”

คุณเจย์ได้บอกไว้ว่าจริงๆ แล้ว คนที่ใช้ “Storytelling” ได้เก่งไม่แพ้ผู้ประกอบการ ก็คือ “นักต้มตุ๋น”

ใช่… คุณอ่านไม่ผิด
นักต้มตุ๋นเองก็เล่าเรื่องเก่งไม่แพ้ใคร แถมบางครั้ง “เล่าเก่งกว่า” ด้วยซ้ำ และนี่คือ 3 บทเรียนการเรียนการเงินจากพี่มิจชื่อดัง และวิธีการทำเงินแบบลับๆ ที่พวกเขาไม่อยากให้เรารู้!

🔍 บทเรียนที่ 1 : คนรวยไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่ตัดสินใจเรื่องเงินได้ดี

คุณอาจเคยได้ยินชื่อเอลิซาเบธ โฮล์มส์ (Elizabeth Holmes) ผู้ก่อตั้ง Theranos บริษัทเทคโนโลยีสุขภาพที่เคยถูกประเมินมูลค่าหลายพันล้านเหรียญ แม้ว่าเทคโนโลยีจะยังไม่ได้ใช้งานได้จริงก็ตาม

นักลงทุนชื่อดังอย่างดอน ลูคัส (Don Lucas) และทิม เดรเปอร์ (Tim Draper) ก็ยังเคยให้การสนับสนุน เพราะ “เชื่อในภาพลักษณ์ ความน่าเชื่อถือ และต้นตระกูลของเธอ”

หลายคนไม่กล้าตั้งคำถาม เพราะเห็นชื่อคนใหญ่คนโตมาลงทุนแล้วก็คิดว่า “ถ้าเขาเชื่อ ฉันก็น่าจะเชื่อได้” สุดท้ายจึงกลายเป็นปรากฏการณ์ของการตัดสินใจทางการเงินที่อิงจาก “ใครทำ” มากกว่า “อะไรคือข้อเท็จจริง”

Insight : คนที่มีเงินมาก มักมี “พื้นที่ให้พลาด” ได้มากกว่า และหลายครั้งการตัดสินใจที่ผิดพลาดของเขาไม่ได้ส่งผลกับตัวเอง แต่กระทบกับคนอื่นโดยรอบต่างหาก

🎭 บทเรียนที่ 2 : ใครพูด…สำคัญพอๆ กับสิ่งที่พูด

งานศิลปะชื่อดัง “Big Eyes” เคยถูกเชื่อว่าเป็นผลงานของวอลเตอร์ คีน (Walter Keane) แต่ความจริงแล้ว…ผู้วาดคือมาร์กาเร็ต คีน (Margaret Keane) ภรรยาของเขา

วอลเตอร์ ใช้สถานะความเป็นเพศชายและภาพลักษณ์บางอย่างเพื่อเป็นใบเบิกทางสู่การยอมรับ ทั้งที่เขาไม่ได้เป็นคนวาดเลย

Insight : ในโลกของเงินทุน ชื่อ เสียง เพศ เชื้อชาติ หรือแม้แต่บุคลิกภาพ ก็กลายเป็นส่วนหนึ่งในการประเมิน “มูลค่า” ของใครบางคนได้ ทั้งที่สิ่งเหล่านี้ไม่ควรเป็นปัจจัยหลัก

💼 บทเรียนที่ 3 : ยิ่งดูรวย คนยิ่งให้เงินง่าย

แอนนา เดลวีย์ (Anna Delvey) สร้างภาพตัวเองว่าเป็นทายาทเศรษฐีจากยุโรป มีไลฟ์สไตล์หรูหรา เที่ยวเรือยอชต์ นั่งเครื่องบินเจ็ต อยู่โรงแรมหรู จนทุกคนในแวดวงไฮโซนิวยอร์ก “หลงเชื่อ” ว่าเธอรวย ทั้งที่ในความเป็นจริง…เธอแค่ “จัดองค์ประกอบ” ให้ทุกอย่างดูแพง เพื่อที่ว่าคนที่เห็นเธอใช้ของดี อยู่ในแวดวงดีๆ ก็พร้อมจะสนับสนุนเธอ โดยไม่รู้เลยว่าเธอกำลังใช้สิ่งเหล่านั้นเพื่อ “ต่อยอดความน่าเชื่อถือ”

และพอเธอพูดว่า “เธอกำลังมีปัญหาเงินสด”
คนรอบตัวก็รีบให้ยืมทันที เพราะคิดว่า “เดี๋ยวก็คืนได้ เธอมีตั้งเยอะ”

เพราะสิ่งที่เหล่ามิจถนัดก็คือการใช้เงินเป็นเครื่องมือ แลกความเชื่อ ความสนใจ หรือแม้แต่ “ความไว้ใจ” จากคนรอบข้าง ให้วัตถุที่เงินซื้อได้เหล่านั้น ช่วยกันประกอบ “เรื่องเล่า” และ “ภาพที่สร้างขึ้นมา”

Insight : ในสังคมที่ไม่ยุติธรรม การอวดอ้างว่าเป็นคนรวยและทำตัวเป็นคนมีฐานะจะทำให้ได้รับการสนับสนุนทางการเงินได้ง่ายกว่าเมื่อเทียบกับคนที่ต้องการความช่วยเหลือทางการเงินจริงๆ

สรุป

อย่าให้ภาพลักษณ์มาลบความจริง เพราะในยุคที่ “ความน่าเชื่อถือ” ซื้อกันได้…เราอาจต้องตั้งคำถามให้มากขึ้น ก่อนจะเชื่อหรือควักกระเป๋าให้ใคร เพราะหลายๆ ครั้งนักต้มตุ๋นไม่ได้ทำอะไรลึกลับเลย พวกเขาแค่กล้าทำในสิ่งที่สังคมปฏิเสธจะยอมรับ เช่น กล้าแกล้งรวย กล้าอ้างอัตลักษณ์ กล้าสร้างภาพตัวเองให้ดูน่าเชื่อถือ แล้วใช้ทุกอย่างเหล่านั้นเป็น “ใบเบิกทาง” ทางการเงิน

You might also like

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save