เศรษฐกิจจะดีหรือแย่ มีแค่คุณเท่านั้นที่จะช่วยตัวเองได้ 7 หลักการเงินใช้ได้จริง ไม่ว่าเศรษฐกิจจะพุ่งหรือดิ่ง

เศรษฐกิจจะดีหรือแย่ มีแค่คุณเท่านั้นที่จะช่วยตัวเองได้ 7 หลักการเงินใช้ได้จริง ไม่ว่าเศรษฐกิจจะพุ่งหรือดิ่ง

เศรษฐกิจปีนี้ไม่สู้ดีนัก และปีหน้าก็ยังมีแนวโน้มแย่ลง ไม่ว่าจะเป็น GDP ที่ถูกคาดการณ์ว่าจะต่ำ หนี้ครัวเรือนพุ่งสูง รายได้ที่ไม่เพิ่ม แต่ค่าครองชีพกลับสูงขึ้นเรื่อยๆ ไหนจะกำแพงภาษีที่นับวันจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

เคยรู้สึกไหมว่าเงินเดือนออกมาแล้วหมดไวเหมือนโดนกลืน? หรือรู้สึกกังวลว่าถ้าต้องออกจากงานกะทันหันจะอยู่รอดไหม? นี่เป็นเรื่องปกติที่ใครๆ ก็กังวล

แต่มีสิ่งหนึ่งที่จะช่วยเพิ่มความมั่นคงทางใจและทางการเงินของเราได้นั่นก็คือ “การวางแผนการเงินที่ดี” แม้เศรษฐกิจจะไม่แน่นอน แต่แทนที่จะปล่อยให้ปัญหาพัดพาชีวิตเราไป เราสามารถเลือกที่จะ “เตรียมตัวให้พร้อม” และยืนหยัดอย่างมั่นคงในพายุนี้ได้

วันนี้ aomMONEY ขอแนะนำ 7 วิธี ที่จะช่วยคุณรับมือเศรษฐกิจ ด้วยหลักการเงินส่วนบุคคลที่ใช้กันบ่อยๆ เพื่อวางแผนการเงินให้มั่นคงขึ้น มาเริ่มกัน

1. จัดลำดับการออม

หลายคนเข้าใจความสำคัญของการออม แต่ภาพของการออมเงินในหัวยังไม่ชัดและยังไม่แน่ใจว่าควรจะเริ่มต้นยังไง วิธีที่ง่ายที่สุดคือการจัดลำดับความสำคัญของเงิน ดังนี้

- ออมเพื่อเก็บเงินฉุกเฉิน อย่างน้อย 3-6 เท่าของรายจ่ายรายเดือน
- ออมผ่านสิทธิที่มีอยู่ เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund) หรือประกันสังคม
- ออมลงทุนเพื่ออนาคต เช่น กองทุน RMF หรือประกันชีวิตเพื่อสิทธิประโยชน์ทางภาษี

2. เขียนแผนการเงินออกมาให้ชัดเจน (ใช้เวลาประมาณ 10 นาทีต่อเดือนเท่านั้น)

เดฟ แรมซีย์ (Dave Ramsey) ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินได้ให้คำแนะนำนี้เพื่อช่วยผู้คนนับล้านให้หลุดพ้นจากหนี้มากว่า 25 ปี เขาทำแบบนี้มา 25 ปีแล้ว และวิธีนี้ก็ได้ช่วยให้ผู้คนหลายสิบล้านคนปลดหนี้ได้ วิธีการทำคือการวางแผนเป็นลายลักษณ์อักษร มีอยู่ 3 สเต็ปด้วยกัน

- 1. จัดสรรรายรับและรายจ่ายของคุณอย่างละเอียด
- 2. พยายามไม่ใช้จ่ายอะไรที่นอกเหนือจากที่วางแผนไว้
- 3. กล้าเผชิญหน้ากับตัวเลขของฟุ่มเฟือยที่เราใช้แบบไม่รู้ตัว

3. ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น

การประหยัดอาจไม่ได้ทำให้คุณรวยในทันที แต่ช่วยให้คุณมีเงินออมเพิ่มขึ้น ปัญหาหนึ่งที่เราพบเจอได้อยู่เนื่องๆ เวลาเข้าไปอ่านกระทู้เกี่ยวกับการเงินคือ ‘สิ้นเดือนมาไม่รู้เงินหายไปไหนหมด’ , ‘ซื้อไอ้นี่มาทำไมก็ไม่รู้’

ซึ่งจริงๆ แล้วเงินไม่ได้อยู่ที่ไหน แต่ไปอยู่ที่การสมัครสมาชิกที่ไม่จำเป็น (เช่น แอปสตรีมมิ่งที่เราไม่มีเวลาดูแต่กดให้ตัดบัตรอัตโนมัติ) สิ่งเหล่านี้คือกับดักการเงินที่ทำให้เงินร่วงหล่นระหว่างทาง เพราะฉะนั้นถึงแม้ว่ายังไม่ได้เริ่มทำรายการรับรายจ่าย อย่างน้อยๆ ก็ลองเอาสลิปบัตรเครดิต/เดบิตมานั่งดู เราจะได้รู้ว่าเงินที่จ่ายเกินจากที่ตั้งใจเอาไว้ไปอยู่ที่ไหนและวางแผนเพื่อป้องกันสิ่งเหล่านี้หรือใช้ประโยชน์จากสิ่งที่เราจ่ายเงินไปให้ได้มากที่สุด

4. เลี่ยงการสร้างหนี้ใหม่

ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจแบบนี้ สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงที่สุดคือ ‘หนี้สินที่ไม่จำเป็น’ เช่น การซื้อรถใหม่ในขณะที่รถยังใช้ได้ การยื่นขอสินเชื่อมาใช้ฟุ่มเฟือย หรือใช้จ่ายไปกับหนี้บัตรเครดิตที่ดอกเบี้ยสูง

แต่ถ้าจำเป็นต้องใช้จริงๆ ลองเปลี่ยนการมาเป็นซื้อเป็นเงินสดจากการออมล่วงหน้าหรือผ่อนลมแทนจะดีกว่า

5. เรียนรู้และเพิ่มคุณค่าให้ตัวเองอยู่เสมอ

เศรษฐกิจที่ไม่มั่นคงคือโอกาสที่เข้ามาตอกย้ำว่าการพัฒนาและเพิ่มคุณค่าให้ตัวเองเป็นสิ่งสำคัญ ทำไมการลงทุนในตัวเองถึงสำคัญ?

ในหนังสือ “ความลับเรื่องเงินที่แม่อยากบอกลูกก่อนตาย” โดยคุณพัคโซยอน คุณแม่ที่เรียนรู้และมีประสบการณ์ทำงานในตลาดหลักทรัพย์เกาหลีใต้กว่า 20 ปี เขียนอธิบายเรื่องนี้เอาไว้ว่าการลงทุนในตลาดหุ้นกว่าจะได้ผลตอบแทน 100% นั้นไม่ง่ายเลย

แต่หากเราสามารถพัฒนาตัวเอง เพิ่มรายได้ต่อปีจากงานที่ดีขึ้น มีข้อเสนอที่เข้ามาในชีวิตที่ทำให้รายได้เพิ่มขึ้นเพราะความสามารถของเรา เพราะการลงทุนในตลาดหุ้นเองก็มีความผันผวน แต่ความสามารถและทักษะของเราไม่มีใครสามารถแย่งไปได้ เราสามารถควบคุมชีวิตและการตัดสินใจของเราได้

6. อย่าเสี่ยงเกินไปกับการลงทุน

ในช่วงวิกฤตแบบนี้หลายๆ คนคงรู้ว่าเงินในมือจะมีค่าน้อยลง เลยมองหาการลงทุนเพื่อกระจายความเสี่ยง หรือบางคนก็หวังเก็งกำไรโดยการเอาเงินออมมาลงทุน ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องผิดแต่ต้องระวังให้ดีโดยเฉพาะการลงทุนในสินทรัพย์ที่ความเสี่ยงสูงโดยขาดความรู้ เช่น หุ้นเก็งกำไร ธุรกิจที่ไม่มีข้อมูลชัดเจน คริปโตที่ยังผันผวน ถ้าเรายังไม่แน่ใจกับสิ่งที่จะลงเงินไป ใช้เวลาศึกษาอีกนิด เก็บเงินต้นอีกหน่อยก็ไม่ได้แย่อะไร

7. นอกจากวิกฤตเศรษฐกิจแล้ว อย่าลืมจ่ายเงินให้ตัวเองในอนาคตด้วย

“ชีวิตที่ไม่มีเงิน น่ากลัวกว่าชีวิตหลังความตาย”
ประโยคนี้อาจฟังดูแรง แต่กลับสะท้อนความจริงที่หลายคนมองข้ามไป

ใครๆ หลายคนมักจะออมเงินสำเร็จเพื่อจับจ่ายให้กับสิ่งที่อยากได้ในปัจจุบัน แต่เมื่อเรามีอายุมากขึ้น อยู่ในช่วงที่เศรษฐกิจไม่มั่นคง เราควรคำนึงและวางแผนเพื่ออนาคตที่ไม่ได้มีไว้แค่สำหรับวันนี้ แต่เพื่อให้เราใช้ชีวิตได้อย่างสบายใจในวันข้างหน้าไปด้วย

โดยเฉพาะช่วงหลังเกษียณที่รายได้หลักจากการทำงานจะหายไป แต่ค่าใช้รายจ่ายของเราจะยังคงอยู่ ดังนั้นการตั้งเป้าหมายทางการเงินที่คำนึงถึงตัวเองในระยะยาวจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะอนาคตของเรา ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจเก็บออมในวันนี้ วางแผนไว้ดี ชีวิตหลังเกษียณก็จะไม่มีอะไรให้น่ากังวลอีกต่อไป

🔚 เศรษฐกิจที่แย่ แม้จะเป็นบททดสอบการเงินที่หนัก แต่หากเราเตรียมพร้อมด้วยแผนที่ชัดเจน สิ่งที่ดูเหมือนอุปสรรคก็อาจกลายเป็นโอกาสให้เราแข็งแกร่งขึ้นได้

ดั่งที่วอร์เรน บัฟเฟตต์เคยกล่าวไว้ว่า

“ทุกๆ ทศวรรษ เมฆหมอกร้ายมืดมิดมักจะก่อตัวปกคลุมท้องฟ้าเศรษฐกิจ และไม่นานนักจะมีฝนทองโปรยปรายลงมา ในช่วงเวลานั้น สิ่งสำคัญคือเราต้องรีบออกไปเก็บเกี่ยวด้วยถังใบใหญ่ ไม่ใช่แค่ช้อนเล็กๆ”

You might also like

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save