‘TACO’ Trade คืออะไร? เข้าใจกลยุทธ์การเทรดใหม่จาก Wall Street ที่ทำให้ ‘โดนัล ทรัมป์’ หัวเสียเมื่อถูกถาม

‘TACO’ Trade คืออะไร? เข้าใจกลยุทธ์การเทรดใหม่จาก Wall Street ที่ทำให้ ‘โดนัล ทรัมป์’ หัวเสียเมื่อถูกถาม

ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา นักลงทุนอเมริกัน (และทั่วโลก) เหมือนกำลังนั่งรถไฟเหาะ — เจอข่าว “ภาษี 145 %”, “ภาษี 50 %”, แล้วอยู่-ดีๆ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ก็ออกมาบอก “ขอพัก 90 วัน” หรือ “เลื่อนไปก่อน”

ผลลัพธ์คือดัชนีหุ้นสหรัฐฯ แกว่งแรงจนหลายคนปวดหัว ทว่าวอลล์สตรีทกลับหยิบความผันผวนนี้ไปตั้งชื่อเล่นขำๆ ว่า TACO ย่อมาจาก “Trump Always Chickens Out” — แปลตรงตัวว่า “สุดท้ายทรัมป์ก็ไก่อ่อนแล้วตกใจถอยไปเอง”

แถมยังใช้มันเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาณกลยุทธ์เก็งกำไรไปด้วย

‘TACO’ Trade คืออะไร?

1. แนวคิดง่ายๆ

ทุกครั้งที่ทรัมป์ขู่ขึ้นภาษี ตลาดมักจะร่วงแรง แต่พอเห็นตลาดสะเทือนจนกระทบเศรษฐกิจในประเทศ เขามัก “ลดดีกรี” หรือ “ยืดเวลา” ทำให้หุ้นดีดกลับแบบรีบาวด์

2. ใครเป็นคนตั้ง

โรเบิร์ต อาร์มสตรอง (Robert Armstrong) คอลัมนิสต์ของ *Financial Times* เป็นคนแรกที่หยิบสถิตินี้มาแซว จนแฮชแท็ก “TACO” ถูกใช้ในวงกว้างในเวลาต่อมา

3. ผลลัพธ์ในตลาด

เหล่าเทรดเดอร์สายเก๋าเริ่มมองว่าจังหวะ “ขู่แรง–ถอยเร็ว” กลายเป็นแพตเทิร์นเก็งกำไร—เวลาได้ยินข่าวขึ้นภาษี พวกเขาไม่รีบทิ้งพอร์ต แต่รอ “จุดถอย” เพื่อเข้าซื้อของถูกแทนนั่นเอง

ตัวอย่างที่ทำให้ TACO เป็นกระแส

1. ดราม่าภาษีกับสหภาพยุโรป

* 23 พ.ค. ทรัมป์ประกาศจะเก็บภาษี 50 % กับสินค้าจากอียู เริ่ม 1 มิ.ย. หุ้นยุโรปและสหรัฐฯ ดิ่งทันที
* 25 พ.ค. หลังโทรคุยกับประธานคณะกรรมาธิการยุโรป เขาก็เลื่อนเส้นตายไป 9 ก.ค. พร้อมบอกว่า “คุยกันก่อนได้” ผลคือหุ้นพุ่ง กลายเป็นรีลีฟแรลลี่เต็มรูปแบบ

2. ภาษีจีนเวอร์ชัน “ขึ้นสุด–ลดแรง”

แค่เดือนเดียว ภาษีนำเข้าจากจีนถูกดันขึ้นสูงสุด 145 % แล้วถูกหั่นลงเหลือ 30 % หลังสหรัฐฯ – จีนตกลง “พักรบ 90 วัน” เพื่อลดความร้อนแรงของราคาสินค้าและแรงกดดันในตลาด

3. โมเมนต์รีบาวด์ประวัติศาสตร์ 9 เมษายน

เมื่อทรัมป์ประกาศ “หยุดเก็บภาษี 90 วัน” ดัชนี S&P 500 พุ่งขึ้น 9.5 % — ดีที่สุดนับตั้งแต่วิกฤติปี 2008 ส่วน Nasdaq บวกเกิน 12 %

“ผมไม่ได้ไก่อ่อน นี่คือการต่อรอง”

นักข่าวคนหนึ่งถามทรัมป์ตรงๆ ว่าเขาคิดยังไงกับ “TACO” Trade (สามารถดูวิดีโอได้ในลิงก์ของ CNN ในคอมเมนต์นะครับ)

ทรัมป์ก็ถามว่ามันคืออะไร?

นักข่าวก็อธิบายว่า “TACO” Trade มาจากคำว่า “Trump Always Chicken Out” (“สุดท้ายทรัมป์ก็ไก่อ่อนแล้วตกใจถอยไปเอง”)

(คนด้านหลังถึงขั้นเป่าปากเลย)

เขาบอกว่าผมไม่ได้ถอย แต่มันคือการ ‘เจรจา’ พร้อมปิดท้ายอย่างหงุดหงิดใจนิดหนึ่งว่านี่เป็น ‘คำถามที่หยาบคายที่สุด’ เลย

แล้วนักลงทุนควรทำอย่างไร?

เส้นตาย 9 ก.ค. (EU) : ถ้าเจรจาล่ม ภาษี 50 % อาจกลับมา ต้องติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด

ครบกำหนด “พักรบ 90 วัน” กับจีน : อัตราภาษีอาจดีดขึ้นอีกครั้ง ควรกระจายพอร์ตลงทุน ดูว่าธุรกิจไหนที่มีโอกาสกระทบหนักๆ ให้ลดน้ำหนักลงบ้าง

คดีความเรื่องอำนาจภาษีอาจบังคับให้รัฐบาลปรับนโยบาย ตรงนี้เดี๋ยวต้องมาดูกันต่อว่าคำตัดสิน-อุทธรณ์จะเป็นยังไง

แต่อย่างที่เราเห็นแหละครับว่า เมื่อการเมืองเป็นตัวแปรสำคัญ ราคาสินทรัพย์มักเคลื่อนไหว “แรงกว่าเหตุผลพื้นฐาน” การทำการบ้านเรื่องภาษีและอ่านเกมการเจรจาจะช่วยให้เราตัดสินใจได้โดยไม่หวาดวิตกเกินเหตุมากไปนัก

สิ่งที่ต้องระวังตอนนี้คือ พฤติกรรมตลาดอาจจะเริ่มเปลี่ยน เมื่อนักลงทุนเริ่ม “ซื้อข่าวร้าย – ขายข่าวดี” เพราะ “คาดหวังว่า” ทุกครั้งที่ทรัมป์ขู่ เขามีโอกาสที่จะถอย

เพราะฉะนั้นความผันผวนสูงสุดอาจไม่ใช่ตอนภาษีขึ้น แต่เป็นตอน “ยังไม่รู้ว่าจะถอยเมื่อไร” สำหรับนักลงทุนแล้วอย่าปล่อยอารมณ์ Panic Sell ชั่ววูบครอบงำ จับสัญญาณจริง รอจังหวะคอนเฟิร์ม และทำตามแผนการลงทุนที่ตัวเองวางเอาไว้ให้ชัดเจน

แม้ “TACO Trade” จะดูเหมือนเรื่องหยอกล้อกันเล่นๆ แต่มันก็เตือนเราว่า ข่าวพาดหัวเป็นเพียงฉากหน้า ส่วนผลกระทบที่แท้จริงอยู่ที่ “จะคงมาตรการได้นานแค่ไหน” “เศรษฐกิจจริงรับไหวไหม” และ “ตลาดระยะยาวจะเป็นยังไง”

ดังนั้น อย่าเพิ่งรีบขายทุกอย่างแล้ววิ่งออกจากตลาดหรือโดดกลับเข้าไปเพียงเพราะทวีตเดียว ตั้งหลักด้วยข้อมูล ยึดแผนลงทุนระยะยาว แล้วใช้การกระจายความเสี่ยงและมุมมองหลายด้าน เพื่อให้พอร์ตการลงทุนไม่เผ็ดจนเกินไปครับ

You might also like

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save