“ขาดทุนเป็นการได้กำไรของเรา” พระราชดำรัสของในหลวงร.๙ ตอนที่๑ เริ่มต้นที่ตัวของเรา

“ขาดทุนเป็นการได้กำไรของเรา” พระราชดำรัสของในหลวงร.๙ ตอนที่๑ เริ่มต้นที่ตัวของเรา

 

“ขาดทุนเป็นการได้กำไรของเรา” พระราชดำรัสของในหลวงร.๙


- ตอนที่๑ เริ่มต้นที่ตัวของเรา -

 

"ขาดทุน คือ กำไร" เป็นหนึ่งในพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 เราได้ยินกันบ่อยมากตามสื่อต่างๆ ซึ่งแต่ละคนก็จะตีความแตกต่างกันไป แต่ส่วนใหญ่จะมองในระดับประเทศว่าเป็นหน้าที่ของรัฐบาล ทั้งที่ความจริงแล้วเป็นเรื่องของเราทุกคนที่จะช่วยเหลือสังคมให้ดีขึ้นได้ได้ด้วยสองมือเล็กๆของเราเอง

 

เราตีความการขาดทุนคือกำไร ผ่านเรื่องราวต่างๆ ตั้งแต่คนธรรมดาทั่วไป องค์กรเอกชน ไปจนถึงหน่วยงานข้าราชการ โดยแบ่งการเขียนออกเป็นตอนๆเพื่อสรุปสิ่งที่แต่ละคนนำไปปรับใช้ต่อได้ ซึ่งบทความนี้เป็นตอนที่ 1 เริ่มต้นที่ตัวของเรา เป็นประสบการณ์ของคนธรรมดาที่สร้างแนวคิดและเป็นแรงบันดาลใจให้หลายๆคนได้ ที่บางครั้งเราอาจจะมองว่าทำไปแล้วขาดทุน ทำไปก็ไม่ได้อะไร เรื่องราวเหล่านี้จะทำให้รู้ว่าทุกอย่างที่ทุกคนทำลงไปนั้น ล้วนเป็นกำไร เป็นเรื่องราวดีๆที่วกกลับเข้ามาหาเราแบบทางอ้อมไม่ทางใดก็ทางหนึ่งนะจ๊ะ

 

 

ที่มาของขาดทุนคือกำไร

 

เราอ่านเจอข้อความนี้จากหนังสือ ประทีปแห่งแผ่นดิน ผู้เขียน คือ คุณมนูญ มุกข์ประดิษฐ์ เป็นผู้เขียน หน้า 63 - 65 เราคัดออกมาบางส่วนเท่านั้น ส่วนตัวอย่างเหตุการณ์จากการตีความของเราและการนำไปปรับใช้ให้เข้ากับตนเองนั้นจะอยู่ในหัวข้อถัดไปนะจ๊ะ

 

 

“ประเทศต่างๆ ในโลกในระยะ ๓ ปีมานี้ คนที่ก่อตั้งประเทศที่มีหลักทฤษฎีในอุดมคติที่ใช้ในการปกครองประเทศ ล้วนแต่ล่มสลายลงไปแล้ว  เมืองไทยของเราจะสลายลงไปหรือ เมืองไทยนับว่าอยู่ได้มาอย่างดี เมื่อประมาณ ๑๐ วันก่อน มีชาวต่างประเทศมาขอพบ เพื่อขอโอวาทเกี่ยวกับการปกครองประเทศว่าจะทำอย่างไร

จึงได้แนะนำว่า ให้ปกครองแบบคนจน แบบที่ไม่ติดกับตำรามากเกินไป ทำอย่างมีสามัคคีมีเมตตากัน ก็จะอยู่ได้ตลอด ไม่เหมือนกับคนที่ทำตามวิชาการที่เวลาปิดตำราแล้วไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร ลงท้ายก็ต้องเปิดหน้าแรกเริ่มต้นใหม่ ถอยหลังเข้าคลอง ถ้าเราใช้ตำราแบบอะลุ้มอะล่วยกัน ในที่สุดก็เป็นการดี

ให้โอวาทเขาไปว่า “ขาดทุนเป็นการได้กำไรของเรา” นักเศรษฐศาสตร์คงค้านว่าไม่ใช่ แต่เราอธิบายได้ว่า ถ้าเราทำอะไรที่เราเสีย แต่ในที่สุดที่เราเสียนั้น เป็นการได้ทางอ้อม

ตรงกับงานของรัฐบาลโดยตรง เงินของรัฐบาลหรืออีกนัยหนึ่งคือ เงินของประชาชน ถ้าอยากให้ประชาชนอยู่ดี กินดี ก็ต้องลงทุน ต้องสร้างโครงการซึ่งต้องใช้เงินเป็นร้อย พัน หมื่นล้าน ถ้าทำไปเป็นการจ่ายเงินของรัฐบาล แต่ในไม่ช้าประชาชนจะได้รับผล ราษฎรอยู่ดีกินดีขึ้น ราษฎรได้กำไรไป

ถ้าราษฎรมีรายได้ รัฐบาลก็เก็บภาษีได้สะดวก เพื่อให้รัฐบาลได้ทำโครงการต่อไป เพื่อความก้าวหน้าของประเทศชาติ ถ้ารู้รักสามัคคี รู้เสียสละ คือการได้ ประเทศชาติก็จะก้าวหน้า และการที่คนอยู่ดีมีสุขนั้น เป็นการนับที่เป็นมูลค่าเงินไม่ได้...”

 

พระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 พระราชทานแก่ตัวแทนของปวงชนชาวไทยที่ได้เข้าเฝ้าฯถวายพระพรเนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษาเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2534 ณ ศาลาดุสิดาลัย พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน

 

ตอนนี้เรารู้แล้วว่าขาดทุน คือ กำไรนั้นมีที่มาอย่างไร ซึ่งแต่ละคนก็จะตีความหมายแตกต่างกันออกไป ถ้าผู้อ่านมีความคิดเห็นอย่างไรสามารถแชร์กันได้นะจ๊ะ เรื่องราวต่อจากนี้จะเป็นการตีความของเราออกมาเป็นตัวอย่างจริงที่เห็นและทำตามได้ เป็นเรื่องราวของ “การให้ การเสียสละ” ที่บางคนอาจจะคิดว่าทำไปก็เสียเวลา (ขาดทุนเรื่องเวลา) เหน็ดเหนื่อย แต่จริงๆแล้ว  พวกเขาได้รับกำไรซึ่งเป็นสิ่งดีๆกลับมาทางอ้อม

 

 

ขาดทุนคือกำไร  ที่ยิ่งทำยิ่งได้กำไร

ตอนที่ 1 เริ่มที่ตัวของเรา

 

2 เรื่องเล่าต่อไปนี้เป็นข่าวการเสียสละเพื่อคนอื่นในช่วงน้ำท่วมกับคุณลุงที่ทุ่มเทแรงกาย แรงใจ ในการพลิกพื้นดินที่เรียกว่า “แห้งแล้งและยากจน” ที่สุดใน จ.ศรีสะเกษ ให้กลับมาเขียวขจีและเป็นแหล่งรายได้ให้กับทุกๆคนต่อไป

 

เรื่องแรก ขยะสร้างผู้เสียสละ

 

ครั้งหนึ่งเราเดินริมหาดแล้วเห็นขยะทั้งเศษจาน ถุงพลาสติก ขวดน้ำ รองเท้า ฯลฯ ดูรกหูรกตา เราก็เลยเดินเก็บขยะริมหาด จนเพื่อนที่ไปด้วยกันมองว่าเราเป็นคนแปลก เพราะมีเจ้าหน้าที่คอยเก็บอยู่แล้ว และขยะพวกนั้นก็เป็นของคนอื่นไม่ต้องไปเก็บก็ได้ แต่เรากลับมองว่ามีอะไรช่วยกันได้ก็ทำกันไป สถานที่ท่องเที่ยวของเราจะได้สะอาดๆ สร้างรายได้ให้ประเทศต่อไป นี่แหละที่เรียกว่ากำไรทางอ้อมล่ะ  ^^

 

หลายคนอาจจะคิดว่าแค่เรื่องขยะไม่กี่ชิ้น มันไม่มีอะไรหรอก แหม!! ถ้าทิ้งไม่ถูกที่กันคนละชิ้นทุกวันๆ มันทำให้ชีวิตดร่าม่าได้เลยนะจ๊ะ จากภาพข่าวข้างล่างนี้ตั้งแต่ปี 58 (ภาพปี 60  ก็ยังเหมือนเดิม) ที่มีขยะอุดตันท่อ ทำให้ระบายน้ำได้ช้าม๊าก น้ำท่วมกรุงกันไป เราคิดว่าจะเพิ่มท่อระบายน้ำหรืออุโมงค์ยักษ์อีกกี่ที่ก็ช่วยไม่ได้ ถ้าแต่ละคนยังมักง่ายทิ้งขยะไม่เป็นที่ เฮ้ออออ น้ำท่วมจะโทษใครได้ นอกจากต้องโทษตัวเองนะจ๊ะ

 

“ขาดทุนเป็นการได้กำไรของเรา” พระราชดำรัสของในหลวงร.๙ ตอนที่๑ เริ่มต้นที่ตัวของเรา

ภาพจาก http://www.posttoday.com/local/scoop_bkk/370027

 

จากเรื่องน้ำท่วมในช่วงปลายเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา คุณพี่คนนี้ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างดีๆในเรื่องของการเสียสละ ด้วยการช้อนขยะขึ้นมาทีละชิ้นๆ เพื่อทำให้น้ำที่ท่วมขังอยู่นั้นระบายออกไปได้เร็วขึ้น  หลายคนอาจจะมองว่างานส่วนนี้เป็นของ กทม. ที่ต้องรับผิดชอบ (ทั้งที่เราจะต้องรับผิดชอบขยะของตัวเอง) คุณพี่ท่านนี้ทำให้เรารู้จักคำว่า ขาดทุน คือ กำไร ผ่านความเสียสละที่ต้องการช่วยเหลือผู้อื่น ทำให้คนรอบข้างและสังคมได้ประโยชน์ แล้วทั้งหมดนี้จะเป็นผลดีทางอ้อมที่ทำให้คุณพี่ได้รับรอยยิ้มและกำลังใจกลับไปด้วย    

 

Share

You might also like

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save