การเลือก “กองทุน” จากผลการดำเนินงานแบบเปอร์เซ็นต์ไทล์ที่นักลงทุนต้องรู้
สวัสดีครับ มาพบกับ ผม "หมอนัท" แห่งคลินิกกองทุนคร้าบบ วันนี้ไม่พูดพร่ำทำเพลงใด ๆ มาคุยกันเลยดีกว่าคับ
เมื่อก่อนการเลือกกองทุนนั้น คนส่วนใหญ่จะเลือกจากผลตอบแทนของกองทุนในระยะ 1ปี 3 ปี และ 5 ปี ว่าให้ผลตอบแทนที่เราพอใจหรือไม่
แต่เคยสงสัยไหมครับว่ากองทุนของเรานั้น อยู่อันดับที่เท่าไหร่ ? ในแต่ละเดือน หรือ แต่ละปี
ผมว่าน้อยคนนักที่จะติดตามว่า เดือนนี้กองทุนที่เราถืออยู่ในยังทำผลตอบแทนได้ดีหรือไม่ อยู่ในกลุ่มผู้นำ หรือ กลุ่มผู้ตาม บางครั้งอาจจะแยกไม่ออกด้วยซ้ำครับ
ว่ากองทุนที่เราถือนั้นเป็นกองทุนประเภทใด และจัดอยู่ในกลุ่มไหนมีอะไรที่เป็นการแยกประเภทกองทุน
รวมถึงความเสี่ยงที่เราลงทุนกับกองทุนไปนั้นสูงหรือต่ำ
ดังนั้นวันนี้ผมจะมาเล่าให้ฟังถึง การดูเปรียบเทียบผลตอบแทน หรือ ผลการดำเนินงานของกองทุนแบบ Percentile ครับ
ซึ่งการเปรียบเทียบแบบนี้นั้น ค่อนข้างที่จะง่าย และที่นักลงทุนทั่วไปสามารถหาข้อมูล เลือกลงทุนได้ด้วยตนเอง แถมมีประโยชน์หลายด้านมากว่าการดูเฉพาะผลตอบแทนอีกด้วยครับ
ในปัจจุบัน สมาคมบริษัทจัดการลงทุน หรือ AIMC นั้นได้มีการรวบรวมข้อมูล และจัดเรียงข้อมูลเปรียบเทียบผลตอบแทน และความเสี่ยงของกองทุนแบบเปอร์เซ็นต์ไทล์ ให้กับนักลงทุนสามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้การเปรียบเทียบกองทุนได้อย่างง่ายดาย และมีประสิทธิ์ภาพมากขึ้น โดยจะทำให้นักลงทุนได้เห็นมุมมองเพิ่มเติมอีกด้วย
เข้าไปดูตารางเพิ่มเติมได้ที่นี่นะครับ http://oldweb.aimc.or.th/21_infostats_mf_pfm_report.php
“การเปรียบเทียบผลการดำเนินงานแบบเปอร์เซ็นต์ไทล์” นี้จะมีการจัดกลุ่มประเภทของกองทุนรวม เช่น Equity General (กองทุนหุ้นแบบทั่วไป), Equity Large Cap (กองทุนหุ้นที่มีขนาดใหญ่)
โดยข้อมูลของกองทุนที่เราจะเลือกซื้อ หรือ ที่เราถือครองอยู่ สามารถนำมาเปรียบเทียบผลการดำเนินงานในแต่ละกองทุนที่เป็นประเภทเดียวกันในระดับเปอร์เซ็นต์ไทล์ (Percentiles) ต่าง ๆ โดยแบ่งออกเป็น
5th Percentile แสดงผลการดำเนินงานของกองทุนอันดับที่ 5 เปอร์เซ็นต์ไทล์ (Top 5% performance)
25th Percentile แสดงผลการดำเนินงานของกองทุนอันดับที่ 25 เปอร์เซ็นต์ไทล์ (Top 25% performance)
50th Percentile แสดงผลการดำเนินงานของกองทุนอันดับที่ 50 เปอร์เซ็นต์ไทล์ (Median Performance)
75th Percentile แสดงผลการดำเนินงานของกองทุนอันดับที่ 75 เปอร์เซ็นต์ไทล์ (Bottom 25% performance)
95th Percentile แสดงผลการดำเนินงานของกองทุนอันดับที่ 95 เปอร์เซ็นต์ไทล์ (Bottom 5% performance)
ตารางผลการดำเนินงานของกองทุนที่การเปรียบเทียบจาก AIMC
จากตารางด้านบนของบทความ ถ้าจะให้อธิบายแบบง่าย ๆ ก็คือผมสมมติว่ามีกองทุนหุ้นทั้งหมดอยู่ 100 กองทุน
กองทุนที่เราจะเลือกซื้อ หรือ ถือครองอยู่นั้น ในปีนี้ทำผลตอบแทนได้ที่ 29%
นั่นก็แสดงว่า กองทุนที่เราเลือกนั้นอยู่อันดับดีกว่าที่ 5 จากกองทุนทั้งหมด 100 กองทุน
เนื่องจากว่ากองทุน 5 อันดับแรกนั้น ไม่มีใครได้ผลตอบแทนที่ต่ำกว่า 27.60% เลย
ส่วนกองทุนที่ดี 25 อันดับแรก นั้นเองก็ไม่มีกองทุนไหนที่ได้รับผลตอบแทนที่ต่ำกว่า19.73% เลยเช่นกัน
ส่วนค่าความเสี่ยง(ความผันผวน) หรือ Standard Deviation เองก็เช่นกัน แต่เราจะเรียงอันดับจากความเสี่ยงน้อยไปหามาก (แน่นอนว่าเราชอบกองทุนที่มีความเสี่ยงน้อย ๆ) เช่น ถ้ากองทุนที่เราเลือกนั้นมีค่า SD อยู่ที่ 9.82% ก็แสดงว่ากองทุนที่เราเลือกนั้นอยู่ในอันดับที่ดีกว่า 25 แต่ต่ำกว่าอันดับที่ 5 ของกองทุนที่มีทั้งหมด 100 กองทุน
แต่เราคงไม่เอาผลตอบแทนแค่ 1 ปีมาวัดว่ากองทุนที่เราจะเลือกซื้อ หรือ ได้ถืออยู่นั้นดีหรือไม่ดี ดังนั้นเมื่อเราเอาผลตอบแทนย้อนหลัง 3-5ปี ของกองทุนที่เราจะต้องการเปรียบเทียบจาก Fund Fact Sheet และ/หรือ หนังสือชี้ชวนฉบัยย่อมาร่วมพิจารณาด้วยก็จะทำให้เราทราบได้ว่า กองทุนที่เราลงทุนนั้น อยู่ในช่วงเปอร์เซ็นต์ไทล์ที่เท่าไหร่ และมีความสม่ำเสมอของอันดับหรือไม่ รวมถึงทราบความเสี่ยงด้วยว่ามีความเสี่ยงสูงหรือ ต่ำ นั่นเองครับ
ซึ่งเดียวนี้ Fund Fact Sheet หรือ หนังสือชี้ชวนฉบับย่อนั้น ก็จะแนบตารางของ AIMC มาให้ด้วยครับ สะดวกมาก ๆ เลย ซึ่งเราก็แค่ดูว่ากองทุนทำผลตอบแทนได้เท่าไหร่ ความเสี่ยงเป็นอย่างไร จากนั้นก็เอาไปเทียบในตารางครับว่า กองทุนของเราอยู่ในช่วง Percentile ที่เท่าไหร่
ถ้าอยู่ในกลุ่ม percnetile แรก ๆ ก็แสดงว่ากองทุนที่เราถือทำผลงานได้ดีครับ เราก็สามารถคัดกรองกองทุนได้ในระดับนึงเลยครับ
(แต่อย่าลืมนะครับ ว่าผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้บอกอนาคต แค่ช่วยให้เราคาดเดาได้บ้างเท่านั้นเองครับ)
นักลงทุนหลายท่าน อาจจะสงสัยว่าทำไมวิธีนี้จึงมีประโยชน์ต่อนักลงทุนในการเปรียบเทียบกองทุน จากการตรวจสอบกองทุนด้วยวิธีแบบนี้
"นั่นก็เพราะว่านักลงทุนโดยทั่วไป จะเลือกกองทุนจากการดูผลตอบแทนเท่านั้น หรือ ไม่ได้มีข้อมูลที่จะเปรียบเทียบกับกองทุนอื่น ๆ ว่า กองทุนที่ลงทุนอยู่" หรือ กำลังจะลงทุนไปนั้นอยู่ในอันดับที่เท่าไหร่ในกลุ่มของกองทุนที่เป็นประเภทเดียวกัน
ที่สำคัญอีกจุดนึงก็คือ เรามักจะเปรียบเทียบกองทุน คนละประเภทแต่หลงคิดว่าเป็นประเภทเดียวกัน ทำให้นักลงทุนเกิดความผิดพลาดในการเปรียบเทียบกองทุนอีกด้วย ซึ่ง AIMC ได้มีตารางเปรียบเทียบ พร้อมกับรายชื่อกองทุนมาให้เพื่อลดความสับสนลงไปอีกด้วยครับ
ตารางแยกประเภทกองทุนดูได้ที่นี่ครับ http://oldweb.aimc.or.th/21_infostats_mf_classification_report.php
สรุปว่าการใช้วิธี เปรียบเทียบผลการดำเนินงานแบบเปอร์เซ็นต์ไทล์ นั้นช่วยขยายมุมมองของเราให้กว้างมากขึ้น และน่าจะช่วยให้นักลงทุนนั้นได้กองทุนที่ถูกใจได้ดีมากขึ้น ส่วนบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนก็จะได้ปรับตัว เพื่อที่จะทำให้อันดับของกองทุนที่บริหารดีขึ้น พยายามบริหารให้ความเสี่ยงลดลง เรียกได้ว่าเป็นประโยชน์ต่อทุกคนในการลงทุนกับกองทุนนั่นเองครับ
ถ้าท่านไหนมีคำถามเกี่ยวกับการเปรียบเทียบตารางกองทุนแบบใหม่นี้
เขียนเข้ามาถามได้เลยคร้าบ ส่วนวันนี้ผมลาไปก่อนสวัสดีครับ ^_^
You might also like

กองทุนไหนดี ? …..ถ้าอยากลงทุนในช่วงดอกเบี้ยขาขึ้น
วันนี้ผมจะมาเล่าให้ฟังว่าจะมีกองทุนไหนบ้างน้าาา ที่ลงทุนในช่วงที่ดอกเบี้ยกำลังปรับตัวสู...

มารู้จักกองทุนตราสารหนี้ อีกหนึ่งทางเลือกเพื่อสร้างร...
สวัสดีครับนักลงทุนทุกท่าน นครั้งนี้ผมจะพาทุกท่านไปรู้จักตัวเลือกการลงทุนผ่านกองทุนอีกปร...

อัพเดทกองทุนร้อนแรง UGREF-UI-N ทำไมยังคงน่าลงทุนต่อเ...
สวัสดีครับนักลงทุนทุกท่าน กลับมาพบกับผมหมอนัทอีกครั้งในคลินิกกองทุนแห่งนี้ แน่นอนว่าครั...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

