จัดการชีวิต-วางแผนการเงินผ่านมุมมองของโอม Cocktail
เรื่องที่ 1 รายได้
- ความคิดเห็นของโอมมองว่าอาชีพนักดนตรีมีรายได้ไม่แน่นอน ได้รับเงินไม่เท่ากันทุกเดือน พอถึงจุดหนึ่งแล้วมันก็จะได้ลดลง โด่งดังแล้วสร้างรายได้เต็มที่ประมาณ 15 ปี ส่วนข้าราชการมีรายได้แน่นอนแล้วเงินเดือนขึ้นเรื่อยๆทุกปี
- นักดนตรีมีช่วงที่พีค(ได้รับความนิยมมากๆ) รายได้จะเข้ามามาก หลังจากนั้นจะค่อยลดลงแล้วเก็บกินไปเรื่อยๆ เขาได้ยกตัวอย่างว่า ถ้าเริ่มทำงานตั้งแต่อายุ 20 ปี เกษียณอายุ 60 ปี
- นักดนตรีทำงานได้เงินเดือนละ 200,000 บาท ถ้าทำงาน 10 ปี มีเงิน 24,000,000 บาท
- ข้าราชการมีเงินเดือนเฉลี่ย 20,000 บาท ถ้าทำงาน 40 ปี มีรายได้ 9,600,000 บาท
- ถ้าต้องใช้เงินตลอดชีวิตนักดนตรีมีรายได้ไม่คงที่และมีเวลาหาเงินที่สั้นกว่าข้าราชการ จากรายได้ของนักดนตรี 24,000,000 บาท นั้นจะต้องหารด้วย 40 ทำให้รู้ว่าจริงๆแล้วแต่ละเดือนได้รับเงินเท่าไหร่ (24,000,000 / 40 = 600,000 บาทต่อปี เท่ากับ 50,000 บาทต่อเดือน)
- นักดนตรีไม่มีเงินบำนาญ จึงต้องวางแผนเรื่องเงินแบบต่างๆ เพื่อให้สมาชิกทุกคนในวงมีความเป็นอยู่ที่ดีไปตลอดชีวิต
ความคิดเห็นส่วนตัวและการนำไปปรับใช้
เชื่อว่าหลายคนอาจจะเคยเห็นนักดนตรีที่ดังเป็นดาวค้างฟ้าสร้างผลงานมีรายได้ดูแลตัวเองไปตลอดชีวิต ในขณะที่อีกหลายๆคนต้องทนทุกข์ทรมานเพราะขาดรายได้หรือเงินหมดก่อนถึงบั้นปลายชีวิต นี่เองที่เรียกว่าชีวิตมีขึ้น(สร้างรายได้) แล้วก็มีลง(ขาดรายได้) จากเรื่องนี้มองย้อนกลับมาที่เรื่องของตัวเอง อ้าว!! แล้วอาชีพของเราล่ะจะเป็นอย่างไรต่อไป จะมีรายได้เข้ามาตลอดไปมั๊ย อนาคตจะมีหุ่นยนต์เข้ามาทำงานแทนที่เรารึเปล่า ถ้ารอเป็นเป้านิ่งอย่างเดียวมันไม่ดีแน่ๆ ตอนนี้ควรกลับมานั่งคิดกันแล้วว่าจะทำอย่างไร- เราควรมีรายได้หลายทางเพื่อกระจายความเสี่ยงที่รายได้หลักหายไป หางานพิเศษเพิ่มรายได้ทางอื่นด้วย
- รายได้มีขี้นก็มีลง แม้ว่าตอนนี้เราอาจจะมีอาชีพที่มั่นคง มีรายได้แน่นอน แต่ต่อไปอาจจะไม่เป็นอย่างที่คิดไว้
- ควรมองดูคนอื่นๆที่อยู่ในสายอาชีพเดียวกับเราว่าเป็นอย่างไร ติดตามข่าวสารต่างๆตลอดเวลา เช่น ดูแนวโน้มอาชีพที่กำลังจะหายไปและอาชีพที่กำลังจะเกิดใหม่ในอนาต เพื่อจะได้ปรับตัวและพัฒนาตัวเองไปเส้นทางที่จะสร้างรายได้ในอนาคตต่อไปจ้า

ที่มา : ข้อมูลในภาพอยู่ที่ลิงค์ท้ายบทความนะจ๊ะ
เรื่องที่ 2 การสร้างทรัพย์สิน
- คุณโอมแนะนำให้สมาชิกทุกคนในวงจะต้อง “ซื้อบ้าน” เพื่อจะได้มีปัจจัย 4 ให้ครบ (ปัจจัย 4 คือ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค)
- เหตุผลที่แนะนำให้ซื้อบ้านเพราะถ้าชีวิตอยู่ในช่วงลำบาก อย่างน้อยก็จะขายบ้านออกมามีเงินใช้จ่ายได้
- ตอนนี้ทุกคนในวงมีบ้านครบทุกคนแล้ว
ความคิดเห็นส่วนตัวและการนำไปปรับใช้
“เมื่อเราหาเงินได้แล้ว ควรเก็บรักษาเงินไว้ให้ได้ด้วย”อาชีพนักดนตรีมีรายได้สูง แต่ถ้าใช้ไม่ระวังก็หมดได้เหมือนกัน ไม่ต่างจากอาชีพอื่นๆ บางคนคิดว่าตัวเองหาเงินได้เยอะมาก เงินหมดเดี๋ยวก็หาใหม่ได้อีก อีกคนก็คิดว่าชีวิตคนเรามันสั้น ไม่จำเป็นจะต้องเก็บเงินก็ได้ -_-!! มันเป็นแนวคิดที่อันตรายมากๆ เพราะวันนี้มีรายได้ พรุ่งนี้อาจจะไม่มีรายได้ แล้วถ้าบังเอิญอายุสั้นจริงๆ เสียชีวิตไปก่อนที่จะจ่ายหนี้หมด นี่แหละอภิมหาดราม่าจะเกิดขึ้นกับคนในครอบครัวที่จะต้องรับมรดกหนี้สินแทนเรา ควรเก็บสะสมเงินไว้จะได้ไม่เป็นภาระคนอื่นน่าจะดีกว่านะจ๊ะ วิธีการเก็บเงินในรูปแบบที่อยู่อาศัยนั้นก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่ได้ประโยชน์หลายอย่าง เช่น
- ถ้าจำเป็นต้องใช้เงินก็สามารถขายบ้านเอาเงินมาใช้ได้ แต่มีข้อควรระวัง คือ บ้านใช้เวลาขายค่อนข้างนาน เราจะต้องมีเงินสำรองไว้ส่วนหนึ่งเพื่อรอวันที่จะขายบ้านได้
- คนทำธุรกิจใช้ที่อยู่อาศัยมาค้ำประกันเป็นเงินมาหมุนเวียนในกิจการได้ หรือปรับปรุงเป็นห้องพักเพื่อปล่อยเช่า (ดูกฎหมายควบคุมอาคารด้วยนะจ๊ะ)
- สามารถนำบ้านมาแบ่งเบาภาระหนี้ได้ เช่น มีหนี้สินบัตรหลายใบ ทั้งบัตรเครดิตและบัตรกดเงินสด อาจจะใช้วิธีรวมหนี้ไว้ที่เดียวกันโดยใช้บ้านแลกเงิน เพื่อนำเงินมาปิดหนี้บัตรทั้งหมด จากดอกเบี้ย 20-28% &
You might also like

วางแผนจัดการเงินให้เรามีชีวิตที่ดีในยุคดิจิทัลด้วย F...
เราควรจัดการเงินอย่างไร ถ้าเราตั้งเป้าหมายการเงินชัดเจน รู้ว่าต้องการเก็บเงินแต่ละก้อนไ...

หลังเกษียณมีรายได้เดือนละ 52,000 บาท แต่ทำไมถึงไม่พอใช้
ทัศนคติเรื่องการใช้เงินมีผลกับชีวิตประจำวันของเรา แม้ว่าเป็นข้าราชการมีรายได้แน่นอน หาก...

แนวทางวางแผนใช้เงินรายเดือน
ช่วงปลายปีที่แล้วแฟนเพจคนหนึ่ง Inbox...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

