ดูละคร-มองย้อนตัวเรา ชีวิตจริงกับเรื่องการเงินที่เราต้องวางแผนจัดการ

หลายคนเลือกดูละครเพื่อความบันเทิง ยิ่งมีดราม่าตบตีแย่งผู้ชายกันก็ยิ่งได้รับความนิยม ในขณะที่บางคนเลิกดูละครไทยเพราะคิดว่ามีแต่ละครน้ำเน่า แนวเรื่องซ้ำๆ กัน บางเรื่องก็ทำซ้ำหลายรอบ ดูแล้วไม่เพิ่มคุณค่าให้ชีวิต แต่จะมีสักกี่ครั้งที่เรารับชมละครเหล่านั้นแล้วหันกลับมาถามตัวเองว่า “เราดูละครจบแล้วได้อะไรกลับมาบ้าง”


ละครน้ำเน่าที่เราคิดว่าไร้สาระนั้น แต่ถ้ามองอีกมุมหนึ่งก็ยังมีแง่คิดดีๆ แฝงอยู่ข้างใน ซึ่งละครบางฉากนั้นเราสามารถนำมาเป็นตัวอย่างสอนตัวเองและสอนเด็กๆ ได้ เราอาจจะถามเด็กว่า "ดูละครจบแล้วได้อะไรกลับมาบ้าง" เพื่อจะได้รู้จักความคิดของเด็ก ถ้าฟังแล้วเห็นว่ามันมีบางอย่างยังไม่ค่อยถูกต้อง เราถึงค่อยอธิบายสิ่งที่ถูกต้องให้เด็กเข้าใจ ซึ่งการสอนให้ “เด็กคิดเป็น” นั้นได้ผลยาวนานและดีกว่าการออกคำสั่งให้เด็กทำตามที่ได้ผลแค่ชั่วคราวเท่านั้น


เอาล่ะ พร้อมที่จะเรียนรู้ไปด้วยกันแล้วใช่มั๊ยจ๊ะ ลุยยยยยย


ละครกับเรื่องเล่าการเงิน

 

ชีวิตคู่เกิดจากความรัก แต่อาจแตกหักพราะไม่วางแผนการเงิน

ฉากนี้ใจเริงกับเทิดศักดิ์แต่งงานกันแล้วไปอยู่ที่ลอนดอน ใจเริงไปเรียนภาษา ในขณะที่เทิดศักดิ์มาทำงานเพื่อหาประสบการณ์ ก่อนที่จะกลับไปสานต่อธุรกิจของครอบครัว แต่ว่าใจเริงขี้เกียจเรียนเลยไปช้อปปิ้งใช้จ่ายฟุ่มเฟือย


ดูละคร-มองย้อนตัวเรา ชีวิตจริงกับเรื่องการเงินที่เราต้องวางแผนจัดการ


ข้อคิดจากฉากนี้...


  • เราจะเห็นว่า “คู่นี้มีมุมมองที่สวนทางกัน" ฝ่ายหนึ่งชอบใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ช้อปปิ้ง เที่ยวเล่นไปวันๆ เพราะคิดว่าสามีรวยเลี้ยงตัวเองได้ ทำให้ไม่คิดจะทำงานช่วยกันทำมาหากิน ในขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งขยัน ตั้งใจทำงานเพื่อครอบครัว ถ้าไม่ปรับความคิดให้ (คิดดี) ตรงกันก็จะเกิดความขัดแย้ง ถ้ารุนแรงมากอาจจะถึงขั้นครอบครัวแตกแยกเลยก็ได้


  • ความรักที่ยืดยาวมาจากความเข้าใจและทัศนคติที่ตรงกัน ถ้าความรักเกิดจากรูปลักษณ์ภายนอก สักวันมันก็จืดจางแล้วแยกทางกันได้


  • สำหรับคนที่มีฐานะดี คิดว่าอยู่ได้สบายๆ โดยไม่ต้องทำงานนั้น ควรมองอีกมุมหนึ่งด้วยว่า ถ้าไม่รู้จักหาเพิ่มหรือไม่รู้วิธีใช้เงินให้เกิดประโยชน์ เงินที่มีก็อาจจะหมดเกลี้ยงได้เช่นกัน



ใช้จ่ายไม่ยั้ง ชีวิตพังไม่รู้ตัว

ต่อจากเรื่องราวฉากที่ 1 เป็นฉากที่ตัวละครเริ่มอารมณ์เสียและเสียงดังใส่กัน เพราะใจเริงมีนิสัยใช้เงินสิ้นเปลืองมาก ทำให้เทิดศักดิ์ต้องหา “วิธีจำกัดรายจ่าย” โดยการตัดเงินที่ใจเริงเคยได้ให้ลดลงเหลือแค่ครึ่งเดียว ทำให้ใจเริงไม่พอใจเพราะมันไม่พอใช้ เทิดศักดิ์ก็แนะนำว่าควรเลิกเที่ยวกับช้อปปิ้งก็จะมีเงินพอใช้


ดูละคร-มองย้อนตัวเรา ชีวิตจริงกับเรื่องการเงินที่เราต้องวางแผนจัดการ


ข้อคิดจากฉากนี้...


  • สำหรับคนที่เคยบ่นว่าเงินไม่พอใช้ แต่เคยมั๊ยที่จะกลับมาดูการใช้จ่ายของตัวเองว่าใช้เงินฟุ่มเฟือยแค่ไหน วิธีที่จะทำให้เรารู้ว่าหมดเงินไปกับอะไรบ้างนั้น คือ การ จดบัญชีรายรับรายจ่าย


  • ไม่ว่าเราจะมีเงินมากหรือน้อย ถ้าจ่ายกระจายแบบไร้สติ สุดท้ายเงินก็หมดไปได้เหมือนกัน ทางที่ดีควรตั้งงบรายจ่าย สามารถทำให้เราควบคุมรายจ่ายได้


  • ปัญหาเรื่องเงินทำให้คนที่เคยรักทะเลาะกันจนแยกทางกันได้



การเลี้ยงดูที่ทำให้ลูกอ่อนแอ

ใจเริงไม่พอใจที่ถูกตัดเงิน ทำให้ตัวเองไม่มีเงินไปใช้จ่ายลั้นลา จึงโทรไปขอเงินพ่อ ในฉากนี้เราจะเห็นมุมมองของพ่อที่รู้สึกผิดที่ตัวเองเลี้ยงลูกแบบตามใจมาโดยตลอด ในขณะที่แม่ยังโอ๋และเข้าข้างลูกตลอดเวลา ไม่ว่าลูกจะทำอะไรผิด แม่ก็ยังคิดว่าถูกเสมอ


ดูละคร-มองย้อนตัวเรา ชีวิตจริงกับเรื่องการเงินที่เราต้องวางแผนจัดการ


ข้อคิดจากฉากนี้...


  • การเลี้ยงดูของครอบตัวนั้นเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าให้ท้ายลูกและตามใจลูกตลอดเวลาก็จะกลายเป็น “พ่อแม่รังแกฉัน” เป็นการทำลายลูกทางอ้อม


  • เมื่อเราเติบโตขึ้น ควรทำงานหาเงินเลี้ยงดูตนเอง ไม่ควรทำตัวเป็นเด็ก เวลาเดือดร้อนก็ขอเงินพ่อแม่ตลอดเวลา นอกจากจะทำให้ท่านเป็นห่วงแล้ว ยังทำให้ท่านลำบากใจอีกด้วย



ผู้หญิงยุคใหม่กับการเงินในกระเป๋า เรื่องง่ายไม่ยาก จัดการได้ด้วยตัวเอง 

ฉากนี้ใจเริงแวะมาทักทายและแสดงความยินดีกับพิมพ์ (เพื่อนสนิท) ที่กำลังจะแต่งงาน ทั้งคู่ที่เหมาะสมกันมากเพราะแต่ละคนชอบทำงาน จะได้ช่วยกันสร้างเนื้อสร้างตัว ในขณะที่ใจเริงมองว่าตนเองคิดถูกที่เลือกแต่งงานกับคนที่รวยกว่า เพราะให้สามีเลี้ยงดู ตนเองจะได้ไม่ต้องทำงาน


ดูละคร-มองย้อนตัวเรา ชีวิตจริงกับเรื่องการเงินที่เราต้องวางแผนจัดการ

 

ข้อคิดจากฉากนี้…


  • ถ้าตีความฉากนี้ไม่ถูกต้องก็จะทำให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบได้ เช่น ความเชื่อที่ว่า ถ้าได้แต่งงานกับคนรวยแล้วจะสบาย  ไม่ต้องทำงานก็มีเงินใช้ไปเที่ยวและช้อปปิ้ง ทั้งที่ความจริงแล้วมันไม่เป็นอย่างนั้น ถ้าคิดว่ารวยและไม่ทำงาน ใช้จ่ายอย่างเดียว เงินก็หมดเกลี้ยงได้เหมือนกัน


  • ถ้าพ่อแม่ไม่สอนควบคู่ไปกับการดูละคร อาจจะทำให้เด็กคิดว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ใครๆ ก็ทำกัน เติบโตมาจึงมองหาแต่คนรวยมาแต่งงาน เพื่อที่ตัวเองสบาย รวมถึงทำทุกวิธีทางที่ทำให้ตนเองดูดี เพื่อดึงดูดความสนใจของคนกลุ่มเป้าหมายอีกด้วย ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้ล้วนต้องใช้เงินทั้งนั้น


  • เราควรพึ่งพาตัวเองให้ได้ก่อนที่จะพึ่งพาคนอื่น ซึ่งปัจจุบันผู้หญิงเก่งมากขึ้น ขยัน ทำงานหลายๆ อย่างได้ไม่แพ้ผู้ชาย แล้วเป็นผู้หญิงแข็งแกร่งที่ดูแลตัวเองและจัดการเงินได้



ความรักพังเพราะพลังของหนี้สิน

ฉากปะทะอารมณ์นี้เป็นผลกระทบจาการที่พ่อของเทิดศักดิ์เสียชีวิตลงอย่างกะทันหัน แล้วทิ้งมรดกหนี้สินไว้ ทางรอด คือ ขายคอนโดในโครงการให้หมด เพื่อรักษาสภาพคล่องและนำเงินไปชำระหนี้ ในขณะที่ใจเริงกลับนอนชิลๆ อยู่บ้าน ไม่รู้สึกเดือดร้อน ไม่ช่วยกันทำงาน แถมยังใช้จ่ายฟุ่มเฟือยสร้างภาระค่าใช้จ่ายให้มากขึ้นไปอีก


ดูละคร-มองย้อนตัวเรา ชีวิตจริงกับเรื่องการเงินที่เราต้องวางแผนจัดการ


ข้อคิดจากฉากนี้...


  • ถ้าไม่อยากให้ครอบครัวแยกทางเพราะความขัดแย้งกันเรื่องเงิน ควรคุยและช่วยกันดูแลเรื่องเงินกันตั้งแต่ครั้งแรก แต่ว่าจะจัดการอย่างไรนั้น อ่านได้ที่บทความ 6 ข้อคิดเรื่องเงินของคนมีคู่ได้ที่ลิงค์นี้นะจ๊ะ https://goo.gl/Wuts31


  • ปัญหาหนี้สินแก้ได้ด้วยการ “หารายได้เพิ่ม เริ่มลดรายจ่าย ขายทรัพย์สิน”
    • ครอบครัวควรช่วยกันทำงานเพื่อรับผิดชอบหนี้ที่เกิดขึ้น (แต่ถ้าเป็นหนี้จากการพนัน เสพยา หรือใช้จ่ายฟุ่มเฟือยต่างๆ แต่ละคนควรรับผิดชอบหนี้ของตนเอง)
    • การใช้จ่ายอย่างประหยัด เป็นวิธีที่เริ่มทำได้ทันที โดยการตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น เพื่อประคับประคองให้ครอบครัวผ่านพ้นวิกฤตมรสุมหนี้ออกมาได้
    • ขายทรัพย์สินที่มีค่าออกไปเพื่อนำเงินมาใช้หนี้ ทำให้หนี้เบาลง



หยิบจับเรื่องใกล้ตัวเป็นบทเรียนสอนการเงิน

เรื่องเงินเป็นเรื่องใกล้ตัวของเราม๊าก เราสามารถให้ความรู้ผ่านสิ่งที่กำลังทำอยู่ได้ จากละครฉากนี้ แม้ว่าเป็นการสนทนากันแบบสั้นๆ แต่สอดแทรกคำสอนเรื่องการประหยัดได้เป็นอย่างดี ดูจบรู้เลยว่าอะไรที่เรียกว่า “การประหยัด” พร้อมกับวิธีการลงมือทำผ่านการทำให้ดูเป็นแบบอย่าง


ดูละคร-มองย้อนตัวเรา ชีวิตจริงกับเรื่องการเงินที่เราต้องวางแผนจัดการ

ข้อคิดจากฉากนี้...


  • วิธีการสอนที่ทำให้เด็กจำได้และทำตามแบบสมัครใจ โดยที่ผู้ใหญ่ไม่ต้องออกคำสั่งหรือบ่นบ่อยๆให้หงุดหงิดใจ คือ การทำให้เด็กดูว่าทำอย่างไร ถ้าเราเป็นแบบอย่างที่ดี เด็กก็จะจดจำแต่สิ่งดีๆ


  • ถ้าเราบอกให้เด็กใช้จ่ายเงินอย่างประหยัด เราควรทำให้ดูเป็นแบบอย่าง เช่น ระยะทางใกล้ๆ ควรใช้การเดินดีกว่าการขี่รถจักรยานยนต์ นอกจากได้ออกกำลังกายแล้วยังประหยัดเงินค่าน้ำมันอีกด้วย



นอกจากเราดูละครเพื่อสร้างความบันเทิงให้ชีวิตแล้ว ควรดูละครเพื่อใช้เป็นตัวอย่างสอนใจของเราด้วย ถ้าเราดึงส่วนที่ดีของละครมาใช้ให้เป็นประโยชน์ก็จะทำให้ชีวิตเรามีความสุข แต่ถ้าตีความผิดแล้วนำแนวคิดที่ไม่ถูกต้องมาใช้ก็อาจจะทำให้ตัวเองและครอบครัวเดือดร้อนได้ ซึ่งบทความนี้น่าจะเป็นตัวจุดประเด็นให้เกิดการดูละครอย่างสร้างสรรค์แล้วนำไปคุยต่อกันในครอบครัวได้ว่า... 



“ดูละครจบตอนนี้แล้วได้อะไรกลับมาบ้าง”










ขอบคุณข้อมูลต่างๆที่เป็นทำให้เกิดบทความนี้นะจ๊ะ

















You might also like

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save