Dr.Nut

Dr.Nut

13 December 2017

เข้าใจ รู้ลึก รู้จริง! ก่อนเริ่มต้นลงทุนในกองทุนรวม การลงทุนในกองทุนรวม เหมาะหรือไม่ กับใคร

สวัสดีครับนักลงทุนทุกท่าน กลับมาพบกันอีกครั้ง ณ ที่คลินิกกองทุนแห่งนี้ครับ ปกติแล้วผมมักจะคุยถึงเรื่องการลงทุนในกองทุนต่าง ๆ เทคนิคการลงทุนในกองทุนรวม หรือว่าแนวโน้มการลงทุนในแต่ละช่วง

แต่เนื่องจากว่าเดี๋ยวนี้ผมเริ่มสังเกตว่ามีนักลงทุนหน้าใหม่มากขึ้น ซึ่งผมเชื่อว่าบางท่านที่เพิ่งเริ่มต้นอาจจะยังขาดความเข้าใจเรื่องกองทุนอยู่บ้างดังนั้นครั้งนี้เราจะกลับมาคุยกันในเรื่องที่เป็นพื้นฐานมากขึ้น

เพื่อที่นักลงทุนคนใหม่ ๆ จะได้เริ่มต้นได้อย่างถูกต้อง ส่วนคนที่ลงทุนกับกองทุนมาได้สักพักก็จะได้เข้าใจพื้นฐานของกองทุนมากขึ้น หรือเป็นการทบทวนความเข้าใจไปอีกทาง

ผมคิดว่าในช่วงนี้มีคนสนใจในการลงทุนในกองทุนรวมเพิ่มมากขึ้น หรือ เริ่มที่จะแพร่หลายมากขึ้น มีคนให้ความสนใจที่จะลงทุนเพิ่มขึ้นทุกปีแบบนี้ น่าจะเป็นไปได้ประมาณ 3-4 ประการ คือ 

  • ซื้อ+ขายง่ายกว่าเดิม - เนื่องจากสมัยนี้เราสามารถที่จะซื้อ+ขายกองทุนได้ง่ายมาก ๆ โดยทำผ่านระบบ Online ได้หมดแล้ว ที่สำคัญคือ ข้อมูลของกองทุนเองก็หาง่าย เข้าเวปไซต์ไปก็สามารถเปรียบเทียบกองทุน หรือบางครั้งก็มีหลาย ๆ คนที่ทำเรื่องการจัดอันดับกองทุน และบางที่ก็มีบทวิเคราะห์กองทุนให้กับนักลงทุนด้วย เรื่องข้อมูลการลงทุนนี่เพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดครับ
  • มีคนคอยดูแลให้ - เดี๋ยวนี้คนเริ่มเข้าใจแล้วว่าการลงทุนในกองทุนเองไม่ได้ยาก ปลอดภัย และสามารถทำผลตอบแทนได้ดี เนื่องจากมีคนมาคอยดูแลการลงทุนให้กับเราอย่างใกล้ชิด มีฝีมือ และมีประสบการณ์การลงทุน หรือที่เราเรียกว่า ผู้จัดการกองทุน นั่นเองครับ
  • มีสินทรัพย์ให้เลือกหลากหลาย - สิ่งหนึ่งที่เป็นเสน่ห์ของกองทุนรวมก็คือ มีสินทรัพย์ให้เลือกลงทุนอย่างมากมายครับ มีทั้งลงทุนในประเทศ และต่างประเทศอีกด้วย เรียกได้ว่าแทบจะทุกสินทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นสินทรัพย์เสี่ยงต่ำ ยันเสี่ยงสูง เช่น กองทุนตราสารหนี้ กองทุนทองคำ กองทุนอสังหา ฯ กองทุนหุ้น กองทุนกลุ่มอุตสาหกรรม กองทุนน้ำมัน ฯลฯ ยังมีอีกเยอะแยะเลยครับ
  • เริ่มต้นด้วยเงินไม่กี่บาท - ถ้าหากเราเป็นคนที่หาเช้ากินค่ำ เหลือเงินต่อเดือนไม่กี่ร้อยบาท เราเองก็สามารถที่จะลงทุนกับกองทุนรวมได้อย่างไม่ยากเย็นครับ เนื่องจากขั้นต่ำในการซื้อกองทุนนั้น น้อยมาก บางกองทุนเขียนไว้ในหนังสือชี้ชวนเลยว่า ไม่มีขั้นต่ำในการลงทุนครับ หมายความว่า 1 บาทก็เริ่มต้นได้แล้วครับ (แต่เริ่มต้นอย่างน้อย ๆ ก็ควรจะลงซักประมาณ 1,000 บาท เถอะนะครับ)

เงินลงทุนในกองทุนรวมเพิ่มสูงมากขึ้นทุก ๆ ปี และมีสัดส่วนที่มากขึ้นด้วย

แสดงให้เห็นถึงความนิยมที่เพิ่มมากขึ้น

ดังนั้นด้วยข้อดีของกองทุนในข้อที่ว่า "มีคนมาช่วยเราบริหารเงินลงทุนนั้น กองทุนก็ถือว่าเป็นเครื่องมือที่ดี ที่เหมาะ และเป็นเครื่องมือชั้นยอดที่นักลงทุนทั่วไปที่ไม่มีเวลา หรือมีเวลาน้อยนั่นเองครับ" เนื่องจากว่าคนทั่วไปเอง อาจจะไม่มีเวลาในการติดตามข่าวสารการลงทุน มีข้อมูลในการตัดสินใจน้อยกว่าผู้จัดการกองทุน หรือว่ามีความรู้เกี่ยวกับการลงทุนไม่เยอะครับ แต่ถ้าเราฝากให้คนอื่นที่มีความชำนาญกว่ามาดูแล ก็สามารถที่จะลงทุนเพื่อสร้างความมั่งคั่งในระยะยาว ๆ ได้ครับ

การที่เราปล่อยให้ผู้จัดการกองทุน ที่มีความเข้าใจ และมีเวลาในการติดตามข่าวสารต่าง ๆ ในการลงทุน สามารถปรับสัดส่วนการลงทุนตามภาวะเศรษฐกิจได้อย่างดี จึงเป็นทางเลือกที่ถูกต้องแล้วสำหรับคนไม่มีเวลา (เอาเวลาไปทำงานอย่างอื่นที่เราถนัดจะดีกว่า)

เพราะว่าการลงทุนนี่แหละคือ อาชีพของผู้จัดการกองทุนครับ...เหมือนที่เราทำงานในอาชีพของเรา เราก็จะมีความชำนาญและรู้เรื่องนั้น ๆ ดี

นอกจากนั้นบางกองทุนเองก็มีสิทธิพิเศษบางประการ เช่นกองทุน LTF,RMF ที่เมื่อเราซื้อแล้วจะได้สิทธิในการลดหย่อนภาษีด้วย ดังนั้นหากนักลงทุนมืออาชีพ ต้องการที่จะลดค่าใช้จ่ายลง การลงทุนผ่าน LTF/RMF เองก็ยังสามารถเลือกลงทุนได้อีกทางครับ

ถึงกองทุนจะได้รับความนิยมมากขึ้นแค่ไหนก็ตาม ผมก็ยังเชื่อและคิดว่า ยังมีอีกหลาย ๆ คนที่ยังไม่เข้าใจถึงวิธีการที่จะลงทุนกับกองทุนเบื้องต้นได้อย่างถ่องแท้

"ดังนั้นเพื่อที่จะทำให้เกิดความเข้าใจที่มากขึ้น ผมคิดว่าข้อสำคัญ หรือว่าข้อพิจารณาก่อนการลงทุนที่จะทำให้คนที่ลงทุนนั้น ลงทุนได้อย่างไม่ผิดทาง ผิดความตั้งใจมีดังนี้ครับ"

1. มีเป้าหมายชัดเจน ทั้งวัตถุประสงค์ และระยะเวลาการลงทุน

หลาย ๆ คนที่เพิ่งเริ่มต้นลงทุนในกองทุน บ่อยครั้งจะลงทุนเพราะว่า แค่อยากมีเงินเก็บ และงอกเงย ซึ่งด้วยเหตุผลกว้าง ๆ ไม่เฉพาะเจาะจงลงไป ทำให้เราไม่สามารถกำหนดแนวทางการลงทุนที่ชัดเจนได้ นึกภาพสิครับ ถ้าอยากมีเงินล้าน แต่ลงทุนกับกองทุนที่เสี่ยงต่ำ ผลตอบแทนก็จะต่ำไปด้วย ประมาณว่าเราเอารถไปวิ่งบนน้ำก็อาจจะไม่เหมาะสม คงไม่มีวันถึงเป้าหมายได้อย่างแน่นอน

2. เงินที่นำมาลงทุนต้องปลอดภาระ รวมถึงต้องมีเงินฉุกเฉิน

เนื่องจากผมเคยเห็นหลาย ๆ คนที่อาจจะมีภาระบางอย่างอยู่ หากเราลงทุนโดยเอาเงินเก็บที่มีภาระจะต้องใช้จ่ายก้อนนี้ไปลงทุนด้วย และเอาออกมาใช้จ่ายระหว่างทางด้วยคงไม่เหมาะ หากกองทุนกำลังอยู่ในภาวะที่ผันผวน การขายขาดทุนออกมาก่อนที่เงินที่ลงทุนไปจะทำงาน ทำผลตอบแทนให้กับเรา ก็จะเป็นการเสียโอกาสไป ดังนั้น หากนักลงทุนจะเริ่มต้นลงทุนกับกองทุนรวมแล้วละก็ อย่างน้อย ๆ ก็ควรที่จะมีเงินเก็บสำรองฉุกเฉินอย่างน้อย ๆ 3-6 เท่าของเงินเดือน ก่อนที่จะลงทุนครับ ทั้งนี้เพื่อให้เงินที่ลงทุนได้มีโอกาสในการทำงานอย่างเต็มที่ครับ

3. เข้าใจถึงสินทรัพย์ที่จะลงทุนว่าความเสี่ยงสูง หรือว่า ความเสี่ยงต่ำ

 - กองทุนมีหลายประเภทมากมาย ตั้งแต่ความเสี่ยงต่ำ,กลาง จนไปถึงสูง ครับ ซึ่งแน่นอนว่า เราเองก็ควรที่จะเลือกลงทุนในเหมาะสมกับเป้าหมายของเรา เช่น เรามีเป้าหมายระยะสั้น ๆ ก็ควรที่จะเลือกกองทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ ๆ ครับ แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เราสามารถลงทุนระยะยาว ๆ ได้ 5-7 ปี ขึ้นไป ก็ควรที่จะเลือกกองทุนหุ้นที่มีความเสี่ยงสูงขึ้น แต่ให้โอกาสรับผลตอบแทนที่ดีขึ้น หากเราสามารถลงทุนระยะยาวได้ความผันผวนของกองทุนหุ้นเองก็จะลดลงไปด้วยครับ

หรือว่าจะมองจากมุมของแนวโน้มการขาดทุนก็ได้เช่นกันครับ โดยหากนักลงทุนคิดว่ารับความเสี่ยงได้สูง เช่น สามารถทนการขาดทุนในบางช่วงเวลาได้ 10-15% ขึ้นไป ก็อาจจะเริ่มที่จะพิจารณาลงทุนในกองทุนรวมครับ แต่ถ้าคิดว่าทนการขาดทุนได้ไม่ถึง 5% ผมคิดว่ากองทุนที่น่าสนใจน่าจะเป็นกองทุนตราสารหนี้จะเหมาะสมมากกว่าครับ

4. ทำความเข้าใจแนวคิดการลงทุนของกองทุนนั้น ๆ ก่อนลงทุน

- อย่าลงทุนในสินทรัพย์ที่เราไม่เข้าใจอย่างเด็ดขาด เราควรที่จะเลือกกองทุนที่เราเข้าใจถึงแนวคิดการลงทุนเป็นอย่างดี หรือเข้าใจว่ากองทุนนั้นมีสินทรัพย์อะไรที่อยู่ในกองทุนบ้าง ซึ่งความเข้าใจนี่แหละครับ ที่จะทำให้เราลงทุนแล้วนอนหลับได้อย่างสบายใจ มีหลายครั้งที่ผมเจอนักลงทุนที่เพิ่งเริ่มต้น ซื้อกองทุนหุ้นที่ไม่คุ้นเคย และไม่เข้าใจว่ากองทุนนี้มีกลยุทธ์การลงทุนอย่างไร พอกองทุนทำผลตอบแทนผันผวน(ลง)มากหน่อยก็ทำการขายขาดทุนไปเสียอย่างนั้น

ซึ่งหลาย ๆ ครั้ง กองทุนที่ขายไปจะ กลับทำผลตอบแทนได้ดีทีเดียวครับ (ในระยะยาว) ทั้งนี้เพราะว่า กลยุทธ์ของผู้จัดการกองทุนแต่ละท่านมีความแตกต่างกัน โดยอาจจะมีการติดตามหุ้นหรือหลักทรัพย์ที่กองทุนเข้าไปลงทุนอย่างใกล้ชิด ทำให้สามารถปรับการลงทุนได้อย่างรวดเร็ว จึงสามารถทำให้ผลตอบแทนในระยะยาวยังคงดีอยู่ ถึงแม้ระยะสั้นอาจจะเห็นว่าผลตอบแทนมันขึ้น ๆ ลง ๆ ก็ตาม

5. เปรียบเทียบก่อนซื้อ

ผมเชื่อว่าร้อยทั้งร้อยของคนที่กำลังจะซื้อบ้าน หรือว่าซื้อรถ คงจะต้องมีการเปรียบเทียบกันหลาย ๆ ยี่ห้อก่อนที่จะตัดสินในซื้อของที่มีมูลค่าอย่างแน่นอนใช่ไหมครับ แต่ผมค่อนข้างประหลาดใจที่หลายคนเวลาที่จะซื้อกองทุนกลับไปเน้นที่เรื่องของความสะดวกมากกว่า ซึ่งจริง ๆ แล้วการลงทุนนั้นจะทำให้เงินของเรางอกเงยขึ้นได้ แต่เรากลับไม่ได้ให้ความสำคัญกับการเลือกเท่าไหร่

การเลือกกองทุน หรือการเปรียบเทียบกองทุนก็ไม่ได้ยากอะไรครับ เราควรที่จะเลือกกองทุนที่ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอ ผลตอบแทนสามารถเอาชนะดัชนีเกณฑ์มาตราฐานได้ เช่นกองทุนหุ้นก็ควรที่จะเอาชนะดัชนีของตลาดหลักทรัพย์ ฯ ได้นั้นเองครับ และถ้าเป็นไปได้ กองทุนนั้น ๆ ก็ควรที่จะเอาชนะเพื่อน ๆ ที่เป็นกองทุนประเภทเดียวกันได้ด้วยครับ

6. ดูค่าธรรมเนียม

การลงทุนในกองทุนรวมนั้นจะมีข้อจำกัดอยู่ 2-3 อย่าง เช่นนโยบายการลงทุนที่เราไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าจะลงทุนในหุ้นตัวไหน หรือว่าสินทรัพย์ตัวไหน ต้องขึ้นกับผู้จัดการกองทุนเป็นคนตัดสินใจ แต่ข้อจำกัดอีกอย่างที่หลาย ๆ คนไม่ทราบ หรือว่าทราบแต่ไม่ค่อยดู ก็คือ ค่าธรรมเนียมครับ เนื่องจากค่าธรรมเนียมเองก็ถือว่าเป็นต้นทุนของการลงทุนกับกองทุน ไม่ว่าหุ้น หรือว่าสินทรัพย์จะมีราคาที่ปรับลดลง หรือว่าเพิ่มสูงขึ้นก็ตาม ค่าธรรมเนียมนี้ เราเองก็ยังคงต้องจ่ายอยู่เสมอครับ

ดังนั้นเราเองก็ควรที่จะให้ความสำคัญกับค่าธรรมเนียมด้วยเช่นกันครับ ซึ่งเราควรเลือกกองทุนที่ดีมีค่าธรรมเนียมที่คุ้มค่า ซึ่งคำว่า “คุ้มค่า”  นั้นไม่ใช่ว่าดูที่ความถูก หรือว่าแพงเพียงอย่างเดียว เพราะว่าถ้าหากกองทุนไหนที่มีค่าธรรมเนียมที่สูงแต่ยังคงทำผลตอบแทนได้อย่างดีเยี่ยม กองทุนนั้นเองก็ยังคงน่าสนใจครับ ไม่ใช่ว่าถูกแล้วผลตอบแทนไม่ดี เราจะลงทุนนะครับ ใช่ครับ มันก็เหมือนกับการเลือกของใช้ในบ้านเลยครับ

7. มีวินัยในการลงทุน

ความมีวินัย ถือว่าเป็นคุณสมบัติของนักลงทุนที่ดีครับ เมื่อเรากำหนดแนวทางการลงทุนที่ชัดเจนแล้ว เช่นจะลงทุนทุกเดือน เพื่อให้ถึงเป้าหมาย แต่ถ้าหากเราลงทุนไปสักพักแล้วเห็นว่าตลาดหุ้นเป็นขาลงอยู่ก็เลยหยุดลงทุนไปเสียอย่างนั้น ซึ่งในความเป็นจริงหากเราลงทุนในช่วงตลาดหุ้นเป็นขาลง เราก็จะได้ราคาหน่วยลงทุนที่ถูกมากขึ้น และด้วยเงินที่เราซื้อสม่ำเสมอทุก ๆ เดือน จะทำให้เราได้ราคาหน่วยลงทุนที่ไม่สูงจนเกินไป และถ้าหากตลาดหุ้นกลับมาเป็นขาขึ้นอีกครั้ง เราจะได้รับผลตอบแทนที่ดีได้ครับ หรือเราเรียกกลยุทธ์แบบนี้ว่า Dollar cost Average หรือ DCA นั่นเองครับ

ส่วนคนไหนที่เน้นการจับจังหวะการลงทุน ก็ควรที่จะมีวินัยเช่นกัน หากเราตรวจสอบแน่ชัดแล้วว่าเป็นจังหวะที่ควรลงทุนแต่เราไม่ลงทุน ก็จะทำให้เราเสียโอกาสไปได้ หรือว่า เราดูแล้วว่าเป็นจังหวะที่ควรขายแต่ไม่ขาย ก็จะอาจจะทำให้เราขาดทุนได้เช่นเดียวครับ

เห็นไหมครับว่า ความมีวินัยเป็นเรื่องสำคัญในการลงทุนอย่างยิ่ง ซึ่งถ้าหากเรามีแผนการที่ชัดเจน มีวินัยในการลงทุน ซึ่งจะเป็นส่วนที่ช่วยให้เราจิตใจเข้มแข็งมากขึ้นสามารถเอาชนะใจตนเองได้ เมื่อชนะใจตนเองได้ ก็ย่อมชนะตลาดการลงทุนได้ครับ

8. ตรวจสอบ และติดตามผลการลงทุน

สิ่งที่นักลงทุนที่เพิ่งเริ่มต้นมักจะพลาดมากที่สุดเลยก็คือ คิดว่าลงทุนกับกองทุนรวมไปแล้วจะไม่ต้องทำอะไร ซึ่งเป็นความคิดที่ไม่ถูกต้องสักเท่าไหร่นัก ถึงแม้ว่าจะมีผู้จัดการกองทุนมาคอยดูแลการลงทุนให้กับเราแล้วก็ตาม แต่เราก็ควรที่จะติดตามผลตอบแทนจากการลงทุนอยู่ตลาดเวลาด้วย

เผื่อว่า กองทุนเริ่มที่จะมีการบริหารที่แย่ลง เราจะได้ปรับเปลี่ยนกองทุนได้อย่างทันท่วงทีครับ ซึ่งเราก็ติดตามได้อย่างง่าย ๆ ว่า กองทุนยังคงเอาชนะดัชนีมาตราฐานได้เหมือนเดิมไหม และยังคงเอาชนะกองทุนที่เป็นประเภทเดียวกันหรือไม่ ถ้ายังคงเอาชนะได้ทั้ง 2 อย่าง ต่อให้ผลตอบแทนติดลบอยู่ ผมก็คิดว่ากองทุนนี้ยังคงเป็นกองทุนที่ดีอยู่ครับ เพียงแต่ภาวะตลาดหุ้น อาจจะไม่อำนวยครับ ซึ่งผมคิดว่าในเวลาไม่นานก็จะเริ่มเห็นผลตอบแทนทีดีกลับขึ้นมาได้ครับ

ถ้าเช็คตัวเองแล้วว่าเหมาะกับการลงทุนกับกองทุนรวม แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง เมื่อมีเป้าหมายที่อยากลงทุนแล้ว ก่อนอื่นเราต้องรู้จักตัวเองว่ามีความเสี่ยงแบบไหน และเหมาะที่จะเลือกลงทุนในกองไหน ก็สามารถมาที่นี่ได้เลย TMB Advisory

ผู้ลงทุนจะได้รับคำแนะนำการจัดสรรสัดส่วนการลงทุน (Asset Allocation) จากผู้เชี่ยวชาญให้เหมาะสมกับความเสี่ยง (Suitability) ของแต่ละคน แล้วยังคัดสรรกองทุนตัวท็อปนับร้อย จาก 7 บริษัทจัดการกองทุนชั้นนำ มาให้เลือกลงทุน และสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จาก TMB Open Architecture บริการดีๆที่คัดกองทุนตัวท็อป มาให้คุณเลือกช้อป ง่ายๆครบจบในที่เดียวครับ

สุดท้าย ผมเชื่อว่าหากนักลงทุนที่เพิ่งเริ่มต้นลงทุนในกองทุนอ่านบทความนี้แล้วอย่างละเอียด ก็น่าจะช่วยให้มีแนวทางในการลงทุนกับกองทุนรวมได้อย่างชัดเจนมากขึ้น และหวังว่าจะเป็นตัวช่วยให้ลงทุนได้อย่างสบายใจนะครับ

เพราะ "ความสุขระหว่างการลงทุน" ก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นกันครับ แล้วพบกันครั้งหน้า วันนี้ลาไปก่อน สวัสดีครับ

รายละเอียดเพิ่มเติม : ถ้ากำลังมองหาคำแนะนำ ฟรี! แบบไม่มีค่าใช้จ่าย นัดหมายใช้บริการ TMB Advisory Room ที่ปรึกษาส่วนตัวด้านการลงทุนได้ที่ https://tmbbank.com/FC/TMBADVISORY

บทความนี้เป็น Advertorial

You might also like

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save