[REVIEW] BRRGIF กองทุนเปิดใหม่สำหรับคนที่ต้องการลงทุนในธุรกิจโรงไฟฟ้าชีวมวล

หากใครที่ติดตามข้อมูลข่าวสาร และบทความของผมมาตลอดอาจะพอจำได้ว่า ก่อนหน้านี้ผมเคยได้รีวิวบริษัท น้ำตาลบุรีรัมย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BRR ตั้งแต่สมัยที่เป็นหุ้น IPO เข้าตลาดใหม่ๆ ว่าเป็นบริษัทที่ผลิตน้ำตาลจากอ้อย และที่น่าสนใจก็คือเขาได้นำพวกผลพลอยได้จากอ้อย อย่าง กากอ้อย ไปใช้เป็นเชื้อเพลิงในโรงไฟฟ้าชีวมวลอีกซึ่งเป็นพลังงานทดแทนสมัยใหม่ที่น่าสนใจอีกด้วยนะครับ ล่าสุดต่อนนี้เขาก็ได้มีการจัดตั้งกองทุนใหม่คือ “BRRGIF” หรือ “กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้ากลุ่มน้ำตาลบุรีรัมย์” ก็เลยถือโอกาสมาเล่าเรื่องและ Review กองทุนรวมใหม่นี้ให้ฟังนะครับ

โดยผมจะแบ่งเล่าให้ฟังในหัวข้อดังนี้นะครับ

  • ภาพรวมกองทุน BRRGIF และทรัพย์สินที่เข้าลงทุน
  • รายละเอียดของโรงไฟฟ้าและโครงสร้างรายได้
  • ประมาณการทางการเงินของกองทุนรวม
  • ความเสี่ยงที่เราต้องทราบก่อนการตัดสินใจลงทุน

เรามาเริ่มกันจาก...

1. ภาพรวมกองทุนรวม BRRGIF และทรัพย์สินที่เข้าลงทุน

ถ้าเรามามองในส่วนของโครงสร้างกิจการของกลุ่มน้ำตาลบุรีรัมย์ จะเห็นได้ว่ามีการประกอบธุรกิจที่หลากหลายจากต้นน้ำไปยังปลายน้ำ ได้แก่ กลุ่มบริษัทวิจัย และพัฒนาอ้อย, กลุ่มบริษัทที่ผลิตน้ำตาล, และกลุ่มโรงงานผลิตไฟฟ้าชีวมวลจากกากอ้อยที่เป็นผลพลอยได้จากการผลิตน้ำตาลครับ

รูปข้างล่างนี้เป็นโครงสร้างของกลุ่มบริษัทนะครับ ตรงที่เป็นสีฟ้าๆ รอยปะ ได้แก่ บจก.บุรีรัมย์พลังงาน BEC และ บจก. บุรีรัมย์เพาเวอร์ BPC ในปัจจุบัน 2 บริษัทนี้เป็นผู้ผลิตไฟฟ้าชีวมวลจากกากอ้อย แล้วจำหน่ายให้กับ กฟภ. จำนวนสูงสุดโรงละ 8 MW และสิทธิบนรายได้สุทธิจากการประกอบกิจการโรงไฟฟ้าของทั้งสองบริษัทดังกล่าวจะถูกโอนเข้ามาเป็นทรัพย์สินในกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานนี้ครับ 

หลังจากระดมเงินทุนจากนักลงทุนแล้วเสร็จก็จะเกิด ‘BRRGIF’ ขึ้นมา ด้วยขนาดกองทุน ไม่เกิน 3,640 ล้านบาท ซึ่งจะนำไปจ่ายเป็นค่าโอนสิทธิรายได้สุทธิจากกิจการโรงไฟฟ้าชีวมวลของ BEC และ BPC ต่อไป

การจัดตั้งกองทุนนี้จะให้ประโยชน์กับทุกฝ่ายนะครับ ทางกลุ่มน้ำตาลบุรีรัมย์ก็จะนำเงินที่ได้จากการโอนสิทธิให้กองทุนมาใช้ในการขยายกิจการได้ ส่วนนักลงทุนอย่างเราๆ ก็จะมีทางเลือกในการลงทุนมากขึ้นจากการถือหน่วยลงทุนผ่าน BRRGIF เพื่อรับผลตอบแทนจากรายได้สุทธิที่เกิดขึ้นจากการดำเนินกิจการโรงไฟฟ้าชีวมวลครับ

ถ้าเราดูจากภาพจะเห็นได้ว่า บริษัท น้ำตาลบุรีรัมย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BRR ซึ่งเป็นบริษัทแม่จะถือหน่วยลงทุนในกองทุนนี้ 20-33% และ 67-80% จะเป็นนักลงทุนทั่วไป โดยมี บลจ. บัวหลวงเป็นบริษัทจัดการกองทุน ธนาคารกสิกรไทยเป็นผู้ดูแลผลประโยชน์ซึ่งจะดูแลให้บริษัทจัดการกองทุนปฏิบัติตามโครงการจัดการกองทุนรวม ส่วนที่ปรึกษาทางการเงินจะเป็นเมย์แบงก์ กิมเอ็ง และคณะกรรมการที่ปรึกษาการลงทุนจะเป็นผู้เชี่ยวชาญที่คอยให้คำปรึกษาแก่บริษัทจัดการในการบริหารจัดการกองทุนนี้ครับ แน่นอนว่าทั้ง 2 โรงไฟฟ้ามีคู่ค้าที่จะผลิตพลังงานให้อยู่แล้วคือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและ บจก.โรงงานน้ำตาลบุรีรัมย์ หรือ BSF

2. รายละเอียดของโรงไฟฟ้าและโครงสร้างรายได้

ถามว่ากองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานนี้น่าสนใจไหม เราต้องมาดูว่าทรัพย์สินที่จะเข้ามาเกี่ยวข้องมีที่มาที่ไปอย่างไรบ้าง ลูกค้าเป็นใคร จุดเด่นเป็นอย่างไรนะครับ

ตามที่ได้เล่าไว้ในช่วงก็คือ BRRGIF จะนำรายได้สุทธิจากการประกอบกิจการโรงไฟฟ้าของ BEC และ BPC เข้าสู่กองทุนนี้ โดยโรงไฟฟ้าทั้ง 2 โรงตั้งอยู่ในจังหวัดบุรีรัมย์ ใกล้ๆ กับ บจก.โรงงานน้ำตาลบุรีรัมย์ BSF ของกลุ่มบริษัทเลยครับ ตารางข้างล่างนี้จะเป็นการสรุปข้อมูลของโรงไฟฟ้าครับ

จะเห็นได้ว่าทั้ง 2 โรงไฟฟ้ามีกำลังการผลิตที่ต่างกันนะครับ BEC เป็นโรงที่เปิดดำเนินการก่อน และมีกำลังการผลิตน้อยกว่า BPC ในเรื่องของเชื้อเพลิงที่ได้รับอนุญาต BPC สามารถใช้เชื้อเพลิงได้ทั้ง กากอ้อยและแกลบ แต่เห็นว่าทางบริษัทยังไม่เคยใช้แกลบในการผลิตไฟฟ้าเลยนะครับ ทั้ง 2 โรงยังใช้กากอ้อยเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตอยู่

ใครเป็นผู้รับซื้อบ้าง? มาดูรายละเอียดคู่ค้ากันนะครับ

ข้อมูลสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.)

ถ้าพูดถึงโรงไฟฟ้าแล้วผมว่ารายได้ของธุรกิจประเภทนี้มีความผันผวนค่อนข้างน้อย เพราะเวลาที่มีการเซ็นสัญญากับทางภาครัฐแล้วจะกำหนดกันเลยว่าปริมาณไฟฟ้าที่เขาจะรับซื้อนั้นมีจำนวนเท่าไหร่

ในกรณีของ 2 โรงนี้ เป็นโรงไฟฟ้าขนาดเล็กมาก (Very Small Power Producer : VSPP) มีกำลังการผลิตที่โรงละ 9.9 MW และทาง กฟภ. ก็รับซื้อสูงสุดที่โรงละ 8 MW อยู่แล้ว โดยมีการซื้อในราคา FiT ตามนโยบายสนับสนุนธุรกิจพลังงานหมุนเวียน (โดยการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานชีวมวลมีการปรับเพิ่มทุกปี)

ทั้งนี้สัญญาที่เซ็นกันไว้ยังผลิตไฟฟ้าจำหน่ายให้ได้อีกประมาณ 11 และ 18 ปี ตามตารางที่ผมสรุปมาครับ

ข้อมูลสัญญาซื้อขายไฟฟ้าและไอน้ำกับ BSF

นอกจากจำหน่ายไฟฟ้าให้กับภาครัฐแล้ว ยังจำหน่ายไฟฟ้าเพื่อใช้ในกลุ่มบริษัทด้วย โดยเฉพาะ บจก.โรงงานน้ำตาลบุรีรัมย์ BSF ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกัน จะมีการซื้อไฟฟ้าและไอน้ำจากทั้ง 2 โรงนี้ด้วยครับ และแน่นอนว่ามีการกำหนดปริมาณไฟฟ้าและไอน้ำที่รับซื้อขั้นต่ำไว้ด้วย ในกรณีที่ BSF ซื้อไฟฟ้าและไอน้ำจากโรงใดโรงหนึ่งไม่ครบ สามารถซื้ออีกโรงหนึ่งทดแทนปริมาณที่ขาดไปได้ครับ

จากตรงนี้เราก็พอจะเห็นภาพรวมได้แล้วว่าโรงไฟฟ้าทั้ง 2 โรงนั้นจะผลิตพลังงานทั้งในรูปแบบไฟฟ้า

You might also like

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save