ต้นทุนทางการเงินและอัตราเงินเฟ้อ คืออะไร? : [มินิซีรี่ย์] ขั้นตอนก่อนการลงทุนในอะไรก็ตาม ตอนที่1
Mr.BetaKits มินิซีรี่ย์ : ขั้นตอนก่อนการลงทุนในอะไรก็ตาม
ตอนที่ 1: ต้นทุนทางการเงินและอัตราเงินเฟ้อ คืออะไร?
วันนี้เรามาดูกันครับ .. ว่าก่อนเราจะลงทุนอะไรก็ตาม เราต้องคำนึงถึงปัจจัยอะไรบ้าง ในที่นี้จะแบ่งให้เข้าใจง่ายๆ เป็น 3 ขั้นตอนนะครับ และจะแบ่งเป็นมินิซีรี่ยส์ 3 ตอนให้เพื่อนๆ ได้ลองติดตามกัน ตอนแรกในวันนี้จะเป็นเรื่องของต้นทุนทางการเงินและเงินเฟ้อ ตอนถัดไปในตอนที่สองจะเป็นเรื่องของตัวเราเอง และตอนที่สามซึ่งเป็นตอนสุดท้ายจะเป็นเรื่องของชนิดและลักษณะของสินทรัพย์ เช่น หุ้น พันธบัตร เงินฝาก อสังหาริมทรัพย์ ที่เราต้องการจะไปลงทุน เราต้องรู้จักอะไรบ้าง ผลตอบแทนเกิดจากอะไรบ้าง ความเสี่ยงอยู่ที่ไหน เศรษฐกิจดีจะให้ผลตอบแทนดีไหม เป็นต้น อ่านจบครบสามตอน พิมพ์ปิดข้างฝา และทบทวนสม่ำเสมอ สามารถเอาตัวรอดในตลาดในระยะยาวได้แน่นอนครับ ^^
ปัจจัยแรกที่เราต้องรู้จักให้ดีก็คือ ต้นทุนทางการเงินและอัตราเงินเฟ้อ
“อะไรคือต้นทุนทางการเงิน? อะไรคือเงินเฟ้อ?”
วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกันครับ
ต้นทุนทางการเงิน ดูง่ายๆ ก็พิจารณาจากเงินฝากที่เราได้รับจากแบงค์นั่นเอง เช่น ในปัจจุบัน เงินฝากธนาคารระยะ 3 เดือนของแบงค์แห่งหนึ่งอยู่ที่ 0.90% นั่นหมายความว่าเราจะได้รับเงิน 90 สตางค์ต่อเงินหนึ่งร้อยบาทที่เราเอาไปฝากแบงค์เป็นระยะเวลา 1 ปี ในภาษาทางการส่วนนี้จะเรียกกันว่าเป็น Risk-Free Rate หรือ ซึ่งจะเป็นตัวแทนของผลตอบแทนที่น้อยที่สุดของเงินออมและเงินลงทุนของเราที่เราควรจะได้รับ หากเราไม่รับความเสี่ยงใดๆ เลย
ถัดไปคือส่วนของ เงินเฟ้อ (ขอใช้เงินเฟ้อทั่วไปเป็นตัวอ้างอิงสำหรับวันนี้นะครับ) ทำไมเราจะต้องรู้จักเงินเฟ้อ หรือถ้าจะให้ถูกจริงๆ คือเงินเฟ้อเฉลี่ยในระยะยาว เพราะว่าเงินเฟ้อจะเป็นตัวบั่นทอนเงินในกระเป๋าของเรานั่นเอง เช่น สมมติว่าเงินเฟ้อร้อยละ 3 ต่อปี เงิน 100 บาทของเราจะมีมูลค่าหรือกำลังซื้อลดลงเรื่อย เช่น เหลือ 97.1 บาทในปีแรก 94.3 ในปีที่สอง ไปเรื่อยๆ เมื่อผ่านไป 10 ปี เงิน 100 บาทของเราจะซื้อของได้เพียง 74.4 บาท
![ต้นทุนทางการเงินและอัตราเงินเฟ้อ คืออะไร? : [มินิซีรี่ย์] ขั้นตอนก่อนการลงทุนในอะไรก็ตาม ตอนที่1](https://aommoney.wpenginepowered.com/wp-content/uploads/2016/10/q3.png)
เอ๊ะ เดี๋ยวนะๆ ตัวเลขเริ่มมีปัญหาแล้ว หากเราออมได้เพียง 90 สตางค์ต่อปี แล้วมูลค่าของเงินเราลดลงไปเรื่อยๆ ในทุกๆ ปี ปีละ 3 บาท นั่นหมายความว่าหากเราออมด้วยการฝากแบงค์อย่างเดียว เงินเราจะซื้อของได้ลดน้อยลงไปเรื่อยๆ ทุกปี และท้ายที่สุดเราจะจนแบบไม่ตั้งใจและไม่รู้ตัวด้วย ^^
ดังนั้น ปัจจัยที่สองที่เราต้องคำนึงถึงก็คือเงินเฟ้อ หากเรามีเงินออกและต้องการจะรักษาอำนาจซื้อของเงินออมของเราเอาไว เราจำเป็นจะต้องลงทุนให้ได้รับผลตอบแทนอย่างน้อยให้เท่ากับเงินเฟ้อบวกต้นทุนทางการเงินของเรา เช่น ในทีนี้ก็อาจจะหมายถึงปีละ 3.90 บาทต่อเงินหนึ่งร้อย เป็นต้น
คำถามก็คือแล้วเราจะรู้ได้ไงว่าเงินเฟ้อในอนาคตจะเป็นเท่าไร เอาจริงๆ ก็ไม่มีใครรู้แน่ใจ สิ่งที่เราทำได้ในอาจจะเป็นเพียงการคาดการและปรับให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมทางการเงินและอายุของการลงทุนของเราในขณะนั้นๆ ไป โดยเงินเฟ้อเฉลี่ยของไทยย้อนหลังไปไกลๆ ได้ดังนี้ครับ
![ต้นทุนทางการเงินและอัตราเงินเฟ้อ คืออะไร? : [มินิซีรี่ย์] ขั้นตอนก่อนการลงทุนในอะไรก็ตาม ตอนที่1](https://aommoney.wpenginepowered.com/wp-content/uploads/2016/10/q2-1.png)
![ต้นทุนทางการเงินและอัตราเงินเฟ้อ คืออะไร? : [มินิซีรี่ย์] ขั้นตอนก่อนการลงทุนในอะไรก็ตาม ตอนที่1](https://aommoney.wpenginepowered.com/wp-content/uploads/2016/10/b1.png)
จะเห็นได้ว่าในแต่ละรอบของภาวะเศรษฐกิจนั้นต้นทุนทางการเงินและอัตราเงินเฟ้อที่เราต้องพบเจอนั้นจะแตกต่างกันไป เช่น ในภาวะเศรษฐกิจดี ต้นทุนทางการเงินและเงินเฟ้อก็อาจจะสูง ในช่วงภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ทั้งต้นทุนทางการเงินและเงินเฟ้อก็อาจจะปรับตัวลดลง แต่ในระยะยาวอาจจะอยู่ในช่วงร้อยละ 2-3 หรืออาจจะสูงกว่านั้นแล้วแต่มุมมองของแต่ละบุคคล
ดังนั้นหากเราจะดูกันยาวๆ เราอาจจะต้องลงทุนให้ได้รับผลตอบแทนอย่างน้อยในช่วงร้อยละ 3 ต่อปีขึ้นไป เป็นต้น แต่ทั้งนี้ก็ต้องอยู่ที่จุดประสงค์ในการลงทุนของเรา อายุของการลงทุนของเรา และปัจจัยเฉพาะของตัวเรา เช่น ต้องออมให้เหมาะสมกับแผนทางการเงิน การวางแผนการใช้จ่ายในอนาคต และอื่นๆ ซึ่งเราจะมาดูกันในตอนต่อไปนะครับ
![ต้นทุนทางการเงินและอัตราเงินเฟ้อ คืออะไร? : [มินิซีรี่ย์] ขั้นตอนก่อนการลงทุนในอะไรก็ตาม ตอนที่1](https://aommoney.wpenginepowered.com/wp-content/uploads/2016/10/betakits01-01-1.jpg)
เวลาเราเลือกจะลงทุนอะไรนั้นเราอาจจะต้องอาศัยมืออาชีพ แต่หากถามว่าเราอยากได้ผลตอบแทนเท่าไร รับความเสี่ยงได้เท่าไร ผมยังเชื่อว่าตัวเราเองนั้นจะรู้ดีที่สุดนะครับ และหลังจากอ่านจบ 3 ตอนผมเชื่อว่าเพื่อนๆ ทุกท่านน่าจะพอเห็นภาพได้ว่าจะต้องจัดการยังไงกับเงินออมของตัวเอง แล้วหลังจากนั้นอาจจะเป็นเรื่องของมืออาชีพในการลงทุนให้เพื่อนๆ ต่อไปได้
รอติดตามตอนที่ 2 ได้เร็วๆนี้ นะครับ ^^
You might also like
ทางเลือกใหม่ในการลงทุนของคนกรุงกับการอยู่อาศัยในทำเล...
สวัสดีครับเพื่อน ๆ กลับมาทักทายพร้อมกับฤดูฝนที่โปรยปรายลงมาทั่วประเทศไทย โดยเฉพาะในกรุง...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

