รู้ไหมชีวิตเรามีความเสี่ยงอะไร จะหาวิธีจัดการล่วงหน้ายังไงถึงจะเหมาะสม?
เมื่อพูดถึงการวางแผนทางการเงิน หลายคนอาจจะนึกถึงการบริหารจัดการเงิน เพื่อทำให้เงินงอกเงย แต่เพียงอย่างเดียว แต่อันที่จริงแล้ว ยังมีอีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กัน นั่นก็คือการจัดการกับ "ความไม่แน่นอน" ที่จะทำให้เราสูญเสียเงินทองโดยไม่คาดคิด ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนล้วนต้องพบเจอในชีวิต ไม่มีใครหนีพ้น จนมีคำกล่าวที่ว่า "ความแน่นอนที่สุด ก็คือ ความไม่แน่นอน" นั่นเอง
ดังนั้น จะมีประโยชน์อะไร ถึงเราจะสามารถหาเงินทองได้มากมาย หรือเอาเงินไปลงทุนจนเติบโตได้กำไรเป็นล่ำเป็นสัน แต่กลับต้องมีเรื่องให้สูญเสียเงินก้อนใหญ่แบบไม่ควรจะเสียเพราะเหตุไม่คาดฝัน เปรียบเสมือนการล่องเรือในทะเลขณะที่เรือมีรูรั่ว ต่อให้แล่นไปเร็วขนาดไหนวันหนึ่งก็ต้องจมอยู่ดี ถ้าไม่หาวิธีอุดรอยรั่วซะก่อน
รอยรั่วที่ว่า ก็เปรียบเสมือน "ช่องโหว่" ทางการเงิน ที่เป็นการเปิดโอกาสให้ความไม่แน่นอน โดยเฉพาะความไม่แน่นอน "ด้านลบ" ที่ทำให้เราเสียเงินทอง เสียขวัญกำลังใจ จนอาจจะทำให้เรา "เสียศูนย์" ได้ ซึ่งนั่นก็คือ "ความเสี่ยง" ทางการเงิน ที่เราทุกคนอาจจะต้องเผชิญนั่นเอง
ดังนั้น "ความเสี่ยง" จึงหมายถึง "โอกาส" หรือความไม่แน่นอนของเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดได้ในอนาคต (ซึ่งอาจจะมีทั้งด้านดี และด้านที่ไม่ดี แต่ในที่นี้ เราจะสนใจแต่เฉพาะด้านที่ไม่ดี หรือด้านที่เป็น "ภัย" กับเรา) ที่อาจจะทำให้เราเกิด "ความสูญเสีย" ในมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ (เสียเงินทองนั่นแหละ) โดยมี "ภาวะส่งเสริมภัย" เป็นตัวเพิ่มโอกาสให้เกิดความสูญเสียนั้น
จะเห็นได้ว่า มีคำที่สำคัญๆอยู่หลายคำเลยทีเดียว ดังนั้น ก่อนจะไปหาวิธีจัดการกับความเสี่ยง ผมขอมาสรุปความหมายของคำแต่ละคำอย่างสั้นๆ ง่ายๆ เพื่อให้เราเข้าใจตรงกันก่อนดีกว่า
===================================
1) ความเสี่ยง = โอกาสเกิดความสูญเสีย
2) ภัย = เหตุการณ์ที่เป็นสาเหตุของความสูญเสีย
3) ภาวะส่งเสริมภัย = สภาพที่ทำให้โอกาสเกิดภัยสูงขึ้น และ
4) ความสูญเสีย = การที่เราเสียเงินเสียทอง หรือสิ่งที่ไม่ใช่ตัวเงิน (เช่น เสียใจ เสียขวัญ เสียเวลา เสียสุขภาพ ฯลฯ)
ยกตัวอย่างซัก 2 เหตุการณ์ เช่น
1. ผมเป็นคนชอบเล่นการพนัน (สมมตินะฮะ) คืนนี้ผมจะไปเข้าคาสิโน เล่นไพ่ สักหน่อย
ความเสี่ยง = ผมมีโอกาสที่จะเสียเงิน (ส่วนโอกาสที่เกิดจะมากน้อย ก็ขึ้นอยู่กับสิ่งที่ผมจะเล่น หรือฝีมือของผม หรือโครงสร้างของเงื่อนไขการเล่น ที่คาสิโนเป็นผู้กำหนด ซึ่งระบุเป็น % ได้ยาก)
ภัย = ผมเล่นไพ่แพ้
ภาวะส่งเสริมภัย = ผมติดการพนันและเป็นคนโลภ ถ้าเสีย ผมมักจะไม่ค่อยยอมแพ้ อยากแต่จะได้คืน
ความสูญเสีย = ผมเสียเงินเสียทอง
จะเห็นได้ว่า จากการที่ผมเป็นคนติดการพนัน มันเป็นภาวะส่งเสริมที่ทำให้ผมมีโอกาสเสียเงินมากยิ่งขึ้น และมีโอกาสที่จะเสียจน "หมดตัว" เพราะการที่ผมติดพนัน ทำให้ผมเล่นการพนันบ่อย ยิ่งเล่นบ่อย โอกาสเสียยิ่งเยอะ และถ้าเสีย ก็มีโอกาสเสียจนหมดตัว เพราะผมเป็นคนโลภ ไม่ยอมหยุดเล่น นั่นเอง
2. ผมเป็นคนขับรถเร็ว และกำลังขับรถบนถนนโล่งขณะที่ฝนกำลังตก
ความเสี่ยง = มีโอกาสที่รถจะเกิดอุบัติเหตุ รถพลิกคว่ำ หรือชนคันอื่น
ภัย = อุบัติเหตุ
ภาวะส่งเสริมภัย = การที่ผมเป็นคนขับรถเร็ว + ฝนตกทำให้ถนนลื่น
ความสูญเสีย = สุขภาพ ชีวิต เงินทอง(ค่ารักษาพยาบาล, ค่าจัดงานศพ, รายได้ที่สูญเสียไปของครอบครัว, ค่าเล่าเรียนลูกที่ผมต้องจ่ายให้ ถ้าผมเกิดตายไป)
=====================================
จะเห็นได้ว่า มีตัวแปรบางตัวที่เราสามารถควบคุมได้ (ส่วนของภาวะส่งเสริมภัย) บางตัวเราก็ควบคุมไม่ได้ ทำให้เราไม่มีทางแน่ใจได้ 100% เลยว่า ภัย หรือเหตุการณ์ไม่คาดฝันต่างๆ จะมีโอกาสเกิดขึ้นกับเราหรือไม่ แต่เราก็พอจะมีวิธีที่จะจัดการกับความไม่แน่นอนต่างๆเหล่านี้ ที่อาจจะช่วยทำให้ "โอกาส" (ความเสี่ยง) หรือ "ขนาด" (ความสูญเสีย) ของความเสียหาย ลดลงได้
วิธีจัดการกับความเสี่ยงที่แนะนำ
1. "หลีกเลี่ยง"
ความเสี่ยง = คือการไม่พาตัวเองเข้าไปอยู่ในสภาะที่อาจจะเกิดภัยนั้นๆ เช่น ผมรู้ว่าถ้าเล่นการพนัน ผมมีโอกาสที่จะเสียเงิน ก็ไม่ควรจะไปเล่นซะตั้งแต่ทีแรก หรือถ้าผมเห็นฝนตกหนัก ผมอาจจะรถจนฝนซา หรือฝนหยุดก่อน ค่อยขับรถกลับบ้าน เป็นต้น
2. "ควบคุม"
ความเสี่ยง = คือการหาวิธี "จำกัด" โอกาสหรือความเสียหาย ให้ลดน้อยลง ซึ่งมีวิธีมากมาย เช่น
- เรื่องสุขภาพ = ออกกำลังกาย ดูแลอาหารการกิน (ลดโอกาส) หาหมอรักษา (ลดขนาด)
- เรื่องอุบัติเหตุ = รัดเข็มขัดนิรภัย สวมหมวกกันน็อค (ลดขนาด)
- เรื่องการปฏิบัติงาน = เตรียมถังดับเพลิง, ซ้อมหนีไฟ, เตรียมร่ม/เรือชูชีพ, ติดสัญญาณกันขโมย, ล็อคประตู, ติดลูกกรงเหล็ก ฯลฯ
- เรื่องการลงทุน = ลงทุนแบบกระจายสินทรัพย์, กำหนดระดับ cut loss, กำหนด/ปรับสัดส่วนการลงทุน
- เรื่องจิตใจ = ฝึกการควบคุมสติ, ควบคุมความรู้สึกโลภ โกรธ หลง กลัว ของตัวเอง, ปลูกฝังจริยธรรม
3. "รับ"
ความเสี่ยง = คือการยินยอมที่จะใช้ทรัพย์สิน หรือทรัพยากรของตัวเอง ในการรับมือกับความสูญเสียที่จะเกิดขึ้น เพราะพิจารณาแล้วว่า
1) ขนาด ของความเสียหายที่จะเกิดขึ้น มีน้อย
2) เป็นวิธีจัดการที่ต้นทุนต่ำกว่าวิธีการอื่น
3) มีทรัพย์สินเยอะเพียงพอที่จะชดใช้ความเสียหายได้ (มีความสามารถในการรับความเสี่ยงไว้เอง) หรือ
4) ไม่สามารถใช้วิธีอื่นๆในการจัดการความเสี่ยงได้
4. "ถ่ายโอน"
ความเสี่ยง = คือการทำสัญญาให้บุคคลอื่นมาชดใช้ความเสียหายแทน หรือการทำสัญญาตกลงกันล่วงหน้าว่าจะใช้วิธีจัดการอย่างไร เช่น การทำประกัน, การค้ำประกัน หรือ การทำสัญญาอนุพันธ์ (Future Forward Swap Option) เป็นต้น
====================================
การพิจารณาว่า เราจะใช้วิธีการใดมาจัดการกับความเสี่ยงนั้น ก่อนอื่น เราต้องมาพิจารณาตัวเองก่อนครับว่า ในชีวิตเรา มีโอกาสเกิดภัย หรือความเสี่ยงใดๆขึ้นได้บ้าง? และสิ่งที่อาจจะเกิด มีภาวะส่งเสริมภัยอะไรไหม? โอกาสที่เกิดมีมากน้อยแค่ไหน? (ความเสี่ยงมากน้อยแค่ไหน) และหากเกิดแล้ว จะเกิดความเสียหายเท่าไหร่? (ความสูญเสียมากน้อยแค่
You might also like

“เงินฝากเผื่อเรียก Protect Life” ได้รับประกันทั้งเงิ...
เงินฝากเผื่อเรียก Protect Life ดอกเบี้ยเงินฝาก 0.15% ต่อปี ดอกเบี้ยรับเต็ม ไม่ต้องเสียภ...

วางแผนจัดการเงินให้เรามีชีวิตที่ดีในยุคดิจิทัลด้วย F...
เราควรจัดการเงินอย่างไร ถ้าเราตั้งเป้าหมายการเงินชัดเจน รู้ว่าต้องการเก็บเงินแต่ละก้อนไ...

ตีแผ่อาชีพตัวแทนประกันชีวิต เป็นอย่างไร เหมาะกับใคร ...
จากผลกระทบของโควิด-19 ผมเชื่อเหลือเกินว่า ทุกวันนี้คงไม่มีใครไม่ตระหนักแล้วว่า การมีราย...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว
