ทุกวันนี้จะมีคนถามผมเสมอเลยครับว่า Portfolio ขนาดไหนถึงจะเรียกว่ารวยและประสบความสำเร็จในการลงทุน ควรจะมีซัก 10 ล้าน 100 ล้านหรือ 1,000 ล้าน และแน่นอนว่าแต่ละคนจะทำการคำนวณขนาด Portfolio เพื่อดูว่าหาก การลงทุนด้วยเงินประมาณไหน ณ ผลตอบแทนที่เท่าไหร่จะสามารถสร้างอิสรภาพทางการเงินได้ เช่น

ถ้าหากเรามีพอร์ทซัก 10 ล้านบาท มีเงินปันผลที่ 3%  ของมูลค่า Port ก็จะได้ปีละ 300,000 บาท

ถ้าหากเรามีพอร์ทซัก 10 ล้านบาท มีเงินปันผลที่ 5% ของมูลค่า Port  ก็จะได้ปีละ 500,000 บาท

ถ้าหากเรามีพอร์ทซัก 20 ล้านบาท มีเงินปันผลที่ 3% ของมูลค่า Port  ก็จะได้ปีละ 600,000 บาท

ถ้าหากเรามีพอร์ทซัก 20 ล้านบาท มีเงินปันผลที่ 5% ของมูลค่า Port  ก็จะได้ปีละ 1,000,000 บาท

พอเห็นตัวเลขดังกล่าวก็มักจะตกใจว่าเราควรจะมีเงินมากขนาดนี้เลยหรอถึงจะลงทุนได้ประสบความสำเร็จและมีอิสรภาพทางการเงินแล้วจะหาเงินมาอย่างไรและความเสี่ยงที่จะต้องรับมากขนาดไหน เห็นแล้วรู้สึกว่ามันยากมากที่จะทำให้สำเร็จตามเป้าหมายได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วการลงทุนทุกอย่างมันมีมิติของเวลาเกิดขึ้นด้วย และเวลาทั้งหลายจะอำนวยความสะดวกในการเติบโตของ Portfolio ผมอาจจะลองเปลี่ยนโจทย์ใหม่นะครับว่า ถ้าหากเราเจอธุรกิจที่มีการเติบโตที่ไม่ดีนัก เพียงแต่ว่าคุณมีเงินมากมายที่จะสร้างเงินปันผลได้อยู่ดี ลักษณะแบบนี้ถือว่าประสบความสำเร็จไหมครับ

ตัวอย่าง

เรามีเงินอยู่ 100 ล้านบาท แล้วลงทุนขาดทุนไป 80 ล้านบาท เหลือ 20 ล้านบาท มีเงินปันผลที่ 5%  ของมูลค่า Port ได้รายได้จากการลงทุนปีละ 1,000,000 บาท

หลายคนก็อาจจะมีความเห็นที่แตกต่างกันไปแล้ว ถ้ามองในเชิงของ Capital Gain จะรู้สึกว่ามันขาดทุนนิน่า ลงทุนแบบนี้มันไม่เวิคอย่างแรง แต่ถ้ามองในเงินปันผลก็คือมันดำรงชีวิตได้ ในกรณีกลับกันถ้าผมลองทุนทีละน้อยและเกิดการสร้างมูลค่าในการลงทุนขึ้นมาทำให้เงินปันผลถูกสร้างขึ้นมาจำนวนมากในเวลาท้ายสุด เช่น

เรามีเงินอยู่ 1 ล้านบาท ลงทุนจนกกลายเป็นมูลค่า 20 ล้านบาท มีเงินปันผลที่ 5% ของมูลค่า Port  ได้รายได้จากการลงทุนปีละ 1,000,000 บาท 

กรณีนี้หมายถึงเราใช้เวลาเป็นตัวช่วยให้การลงทุนมันขยับขยายใหญ่ขึ้นและการปันผลในแต่ละปีจะสร้างผลตอบแทนที่อาจจะมากกว่าเงินลงทุนในอนาคต และส่วนต่างของราคาหุ้นก็คือกำไรจากการลงทุน ซึ่งเราไม่จำเป็นต้องหาเงินก้อนมาซื้อหุ้นเพื่อให้เกิดอิสรภาพทางการเงินเพียงครั้งเดียว

แต่ทั้งหมดทั้งมวลถ้าเราจะพูดถึงการเป็นอิสรภาพทางการเงินแล้ว มันก็หนีไม่พ้นของการนำไปเทียบกับรายจ่ายของเราอยู่ดี และในความเป็นจริงแล้ว เงินลงทุนในไปสู่ผลของการขยาย Port การลงทุนก็ไม่ได้มีกฎเกณฑ์ตายตัวอย่างไรที่จะทำให้เราอยู่ได้ ถ้าหากเราต้องการประสบความสำเร็จในเรื่องนี้จะต้องหาความสมดุลในเรื่องต่างๆดังนี้

1. ควรเลือกธุรกิจที่มีการเติบโตดี มีกระแสเงินสดจากผลกำไรจากการดำเนินกิจการ มีการขยายการลงทุนอย่างสมเหตุผลสมผล

2. การพิจารณาหุ้นควรดูว่าธุรกิจควรมีการจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง และอาจจะมีการจ่ายในอัตราที่มากขึ้น

3. นักลงทุนควรจะลงทุนเรื่อยๆเพื่อจะขยายพอร์ทการลงทุนของตัวเองและคอยติดตามผลการดำเนินงานธุรกิจ

4. ให้เวลาให้กับธุรกิจในการเติบโต ธุรกิจจะสร้างผลตอบแทนให้กับเราในอนาคตซึ่งจะทำให้เราพบกับอิสรภาพทางการเงินในระยะยาว