สรุปภาพรวมการลงทุน ช่วงวันที่ 6 – 10 พฤศจิกายน 2560 [WEEKLY OUTLOOK กับอัศวินกองทุน]
สวัสดีครับ กลับมาพบกันเช่นเคยกับผม อัศวินกองทุน ผู้นำสารสาระและกลยุทธ์พร้อมทั้งสรุปภาพรวมการลงทุนมาฝากกันทุกสัปดาห์ สำหรับ Weekly Outlook สัปดาห์นี้ภาพรวมการลงทุนเหมือนจะสดใส มาดูกันต่อว่ากลยุทธ์จะไฉไลกันแค่ไหน เราลองมาดูกันดีกว่าครับว่าผมจะมีกลยุทธ์ดีๆ อะไรมาฝากกัน
เรามาเริ่มต้นกันที่ภาพรวมของตลาดกันก่อนครับ
ภาพรวมของตลาด
เริ่มจากทางฝั่งของ ตลาดยุโรป กันก่อนครับ ที่ผ่านมาเริ่มมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นหลังจากความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลสเปนกับแคว้นกาตาลุญญาเริ่มคลี่คลาย ซึ่งถือว่าเป็นแนวโน้มที่ดีต่อตลาดและการลงทุนครับ
ส่วนทางฝั่งเอเชียอย่าง ตลาดหุ้นญี่ปุ่น มีการปรับตัวขึ้นเช่นเดียวกันครับ หลังจากผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนออกมาดีกว่าตลาดคาด ประกอบกับค่าเงินเยนที่อ่อนค่าหลังจากธนาคารกลางญี่ปุ่นไม่ได้มีการเปลี่ยนนโยบายทางการเงิน
ส่วนทาง ตลาดหุ้นเกาหลี ก็ไม่ยอมแพ้ครับ มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นหลังจากผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนออกมาดีกว่าคาด และความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีใต้กับจีนกลับมาดีขึ้นหลังจาก คัง คยอง ฮวา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศเกาหลีใต้ จะไม่พิจารณาการปรับใช้ THAAD ซึ่งเป็นระบบขีปนาวุธของสหรัฐ ทำให้แนวโน้มนักเที่ยวจีนจะกลับมาเที่ยวเกาหลีใต้อีกครั้ง เฮ้อ เรื่องความสัมพันธ์นี่มันซับซ้อนกันจริงๆ นะครับ
กลับมาที่พี่ใหญ่สุดๆ ที่ได้รับความสนใจมากที่สุดอย่าง ตลาดหุ้นสหรัฐฯ กันบ้าง ตลาดมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นหลังจากประธานาธิบดีทรัมป์ได้เสนอให้นาย Jerome Powell เป็นประธาน FED คนใหม่ซึ่งจะส่งผลดีต่อตลาดหุ้นเนื่องจากนโยบายทางการเงินจะอยู่ในรูปแบบของการทยอยขึ้นอัตราดอกเบี้ย และผลประกอบการของบริษัทในกลุ่มเทคโนโลยีออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ครับ
สุดท้าย สินทรัพย์ทางเลือกอย่างราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นจากสต๊อกน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ลดลงกว่าตลาดคาด และความเป็นไปได้ที่ OPEC จะยืดระยะเวลาการลดกำลังการผลิต ส่วนของราคาทองคำปรับตัวขึ้นหลังจากค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงครับ
"ภาพรวมเหมือนจะสดใส มาดูกันต่อว่ากลยุทธ์จะไฉไลกันแค่ไหนครับ"
กลยุทธ์ลงทุนในตลาดตราสารทุน
- ตลาดหุ้นสหรัฐฯ: คำแนะนำยังคงเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือการซื้อหุ้นสหรัฐฯ เนื่องจากความคืบหน้าของการผ่านร่างนโยบายปฏิรูปภาษี ซึ่งประกอบไปด้วยการลดภาษีบุคคล และภาษีในภาคธุรกิจ ซึ่งจะส่งผลบวกโดยตรงต่อการบริโภคในประเทศ และจะช่วยสนับสนุนการจ้างงานและการลงทุนภาคเอกชน ขณะที่ผลประกอบการไตรมาสสามออกมาดีกว่าคาดซึ่งสะท้อนถึงการเติบโตเศรษฐกิจสหรัฐฯได้อย่างดี แบบนี้ก็ยังจัดได้ต่อครับ
- ตลาดหุ้นเกาหลี: ทางฝั่งนี้ ผมแนะนำให้มองหาและซื้อหุ้นเกาหลีที่ได้ประโยชน์จากแนวโน้มเศรษฐกิจโลกขยายตัวดีขึ้น และเป็นปัจจัยบวกต่อการส่งออกและสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจภายใน โดยคาดว่าผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนจะมีแนวโน้มขยายตัวดีต่อเนื่องจากกระแสการใช้สินค้าและบริการที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีของผู้บริโภคทั่วโลก ทำให้บริษัทที่ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และ semiconductor ที่มีสัดส่วนขนาดใหญ่ในตลาดหุ้นเกาหลีได้ประโยชน์จากสถานการณ์ในตอนนี้ครับ ลองเลือกดูกันให้ดีนะครับผม
- ตลาดหุ้นอินเดีย: เป็นตลาดที่ผันผวนเสียเหลือเกิน ผมแนะนำให้ซื้อหุ้นอินเดียต่อไปครับ หลังจากรัฐบาลอินเดียจะอัดฉีดเงินทุนในธนาคารของรัฐบาล เพื่อเพิ่มสภาพคล่อง แก้ปัญหาหนี้เสีย และกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศให้เติบโตต่อเนื่อง โดยคาดว่าการอัดฉีดเงินทุนจะช่วยให้ธนาคารสามารถปล่อยกู้ให้กับภาคธุรกิจได้มากขึ้น สนับสนุนการขยายตัวเศรษฐกิจ นอกจากนี้ ตัวเลขเศรษฐกิจในเดือน ส.ค. ถึง ต.ค. เริ่มแสดงการฟื้นตัวหลังจากรัฐบาลประกาศใช้ Goods and Services Tax (GST) ในวันที่ 1 ก.ค. จึงคาดว่ารายได้บริษัทจดทะเบียนจะมีแนวโน้มค่อยๆ ดีขึ้นตามตัวเลขเศรษฐกิจและการสนับสนุนจากนโยบายรัฐบาลครับผม
คำแนะนำกลยุทธ์ลงทุนในตลาดตราสารทุนสัปดาห์นี้
ตอนนี้อินเดียและเกาหลีที่กำลังน่าสนใจ ส่วนทางฝั่งประเทศพัฒนาให้สะสมสหรัฐฯเป็นหลักก่อนนะครับ
กลยุทธ์ลงทุนในตลาดตราสารหนี้
- ตราสารหนี้สหรัฐฯ: อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 2 ปี ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องสู่ระดับ 1.61% จากแถลงการณ์หลังการประชุมเฟด ได้ปรับประเมินกิจกรรมทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯดีขึ้น อย่างไรก็ตามผลตอบแทนตราสารหนี้ระยะยาวได้ปรับตัวลดลงเล็กน้อย จากความคาดหวังนาย Jerome Powell จะได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานเฟดคนใหม่แทนนาง Janet Yellen ทั้งนี้จับตาการผ่านนโยบายการคลังสหรัฐ และราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งอาจส่งผลให้ความคาดหวังเงินเฟ้อปรับเพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยลบต่อตราสารหนี้ระยะยยาว
- ตราสารหนี้ไทย: อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 1-3 ปี ปรับตัวลงมา หลังค่าเงินบาทกลับมาแข็งค่าเทียบกับค่าเงินดอลลาร์ ทั้งนี้ปัจจัยในประเทศยังคงสนับสนุนให้อัตราดอกเบี้ยในประเทศทรงตัวในระดับต่ำ อย่างไรก็ตามผลตอบแทนในตราสารหนี้ไทยปรับตัวลดลงต่ำกว่าผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ในหลายช่วงอายุ ส่งผลให้เงินทุนเคลื่อนย้ายมีโอกาสผันผวนมากขึ้น จึงคงคำแนะนำให้เลี่ยงการเพิ่มอายุการลงทุนของพอร์ตตราสารหนี้ และเพิ่มการลงทุนในตราสารหนี้เอกชนต่างประเทศที่ผลตอบแทนสูงกว่าพันธบัตรรัฐบาลไทย
คำแนะนำกลยุทธ์ลงทุนในตลาดตราสารหนี้สัปดาห์นี้
ผมแนะนำให้ลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นเป็นหลักครับ จะเป็นกองที่มีลักษณะเป็น high yield ที่ลงทุนในตราสารหนี้ประเทศสหรัฐหรือ กองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นในประเทศไทยก็น่าสนใจครับ
กลยุทธ์ลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือก
- ทองคำ: ทยอยสะสมทองคำต่อไปครับ เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากตลาดหุ้นขาลงจากความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลีที่อาจเพิ่มขึ้น หลังจากปธน. ทรัมป์ ยังคงท่าทีแข็งกร้าวต่อเกาหลีเหนือ ซึ่งอาจนำไปสู่การตอบโต้ที่รุนแรงขึ้น และผมมองว่่าตอนนี้เป็นจังหวะดีที่จะซื้อกองทุนทองคำที่ไม่ป้องกันความผันผวนจากอัตราแลกเปลี่ยนจากแนวโน้มค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับค่าเงินบาทครับ เพราะจะทำให้เราได้ผลตอบแทนที่มากกว่าครับ
- น้ำมัน: ผมเชื่อว่าแนวโน้มที่ดียังมีอยู่ครับ แนะนำให้ทยอยสะสมน้ำมันต่อไปครับ เพราะมีความเป็นไปได้ที่ OPEC จะยืดระยะเวลาการลดกำลังการผลิตในการประชุมรอบเดือนพฤศจิกายน และการส่งออกน้ำมันของอิรักลดลงหลังจากที่กำลังทหารอิรักเข้ายึดบ่อน้ำมันในเมืองเคอร์คุก ทำให้อุปทานของน้ำมันลดลง ในขณะที่อุปสงค์ของน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ดูรวมๆ แล้วจะมีแต่แง่บวกในอนาคตครับ
คำแนะนำกลยุทธ์ลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือกสัปดาห์นี้
แนะนำให้ยังสะสมต่อไปครับสำหรับทองคำและน้ำมัน แนวโน้มน่าจะดีทั้งคู่ครับผม
ภาพรวมโดยสรุปของสัปดาห์นี้
"สำหรับแผนการลงทุนในสัปดาห์นี้ เมื่อเปรียบเทียบกับสัปดาห์ก่อนจะเห็นว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนไปสักเท่าไร แต่เน้นโฟกัสไปที่กลุ่มประเทศอินเดียและเกาหลี ในขณะที่สหรัฐฯ นั้น ยังคงร้อนแรงไปต่อได้อีกยาวๆ ครับผม"
อย่างไรก็ตาม ผมแนะนำว่าอย่าลืมจัดพอร์ตลงทุนให้เหมาะสมด้วยนะครับ ใกล้สิ้นปีแล้ว ถ้าใครจัดพอร์ตไม่ดีหรือไม่เหมาะสม เดี๋ยวหมดปีแล้วผลตอบแทนไม่เป็นที่น่าพอใจขึ้นมา จะเสียดายนะครับ ฮิๆ
สุดท้ายนี้ อย่าลืมติตตามสถานการณ์ลงทุนประจำสัปดาห์ และกลยุทธ์ในการลงทุนดีๆ กับผม อัศวินกองทุน และ Weekly Outlook แบบนี้เป็นประจำต่อเนื่องได้ที่นี่ แล้วพบกันใหม่ในสัปดาห์หน้าครับ
อ่านบทความย้อนหลัง :
สรุปภาพรวมการลงทุน ช่วงวันที่ 30 ตุลาคม - 3 พฤศจิกายน 2560 [WEEKLY OUTLOOK กับอัศวินกองทุน]
หมายเหตุ : *ข้อมูลจาก Bloomberg ณ วันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 ทั้งนี้ เอกสารนี้จัดทำเพื่อเป็นข้อมูลสำหรับเผยแพร่ทั่วไป ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อชักชวน ชี้นำ หรือ เสนอซื้อ-ขาย หลักทรัพย์ใดๆ จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็นหรือคำแนะนำในการตัดสินใจการลงทุนทางการเงิน และทางธุรกิจแต่อย่างใดโดยสิ้นเชิง ผู้ใช้ข้อมูลนี้ต้องใช้ความระมัดระวังด้วยวิจารณญาณของตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นด้วยตนเอง
You might also like
![สรุปภาพรวมการลงทุน ช่วงวันที่ 24 ธันวาคม 2561 – 4 มกราคม 2562 [WEEKLY OUTLOOK กับอัศวินกองทุน]](https://assets.aommoney.com/aommoney/wp-content/uploads/2024/02/161614_large-1-480x251.jpeg)
สรุปภาพรวมการลงทุน ช่วงวันที่ 24 ธันวาคม 2561 –...
สวัสดีครับผม!!! อัศวินกองทุนยุค Digital กลับมาแล้วครับ ปลายปีแบบนี้ สถานการณ์โดยรวมเหมื...
![สรุปภาพรวมการลงทุน ช่วงวันที่ 17-21 ธันวาคม 2561 [WEEKLY OUTLOOK กับอัศวินกองทุน]](https://assets.aommoney.com/aommoney/wp-content/uploads/2024/02/448589_large-1-480x251.jpeg)
สรุปภาพรวมการลงทุน ช่วงวันที่ 17-21 ธันวาคม 2561 [WE...
สวัสดีครับผม!!! อัศวินกองทุนยุค Digital กลับมาแล้วครับ สัปดาห์นี้ยังดูเหมือนจะอึมครึมใน...
![สรุปภาพรวมการลงทุน ช่วงวันที่ 11-14 ธันวาคม 2561 [WEEKLY OUTLOOK กับอัศวินกองทุน]](https://assets.aommoney.com/aommoney/wp-content/uploads/2024/02/226253_large-1-480x251.jpeg)
สรุปภาพรวมการลงทุน ช่วงวันที่ 11-14 ธันวาคม 2561 [WE...
สวัสดีครับผม!!! อัศวินกองทุนยุค Digital กลับมาแล้วครับ สัปดาห์นี้สถานการณ์เศรษฐกิจของสห...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว
