ตั้งแต่กระแสโปเกม่อนที่เข้ามาในเมืองไทยอย่างล้นหลาม เวลาไปไหนต่อไหนก็จะเห็นคนยืนกันเป็นกลุ่มๆหน้าศาลพระภูมิหรือสถานที่สำคัญๆที่ทางเกมส์ได้ Set ให้เป็นจุดพักสีฟ้าๆ เป้าหมายของทุกคนที่เล่นเกมส์นี้ก็เพื่อจับตัวละครมาอัพเลเวลแล้วนำไปต่อสู้กันบนเวทีประลองยุทธ นับว่าเป็นเกมส์หนึ่งที่ค่อนข้างแปลกใหม่เพราะทำให้เราได้ออกจากบ้านแล้วไปเดินตามแผนที่ต่างๆเสมือนว่าโลกทั้งใบนี่อยู่ในเกมส์เช่นกัน

หลังจากเกมส์ออกมาซักแปปนึงก็มีบทความจากต่างประเทศพูดถึงการทำการตลาดในเกมส์โปเกม่อนแล้วก็ทำให้พ่อค้าแม่ค้าที่เปิดร้านขายของนำ Item ที่ทำให้โปเกม่อนเข้ามารวมตัวกันในจุดที่ใกล้ร้านค้าของเขาเพื่อทำให้เกิดการเดินผ่านไปผ่านมาของผู้เล่นแล้วก็ทำให้เกิดโอกาสในการซื้อสินค้าได้ ในความเห็นส่วนตัวของผมแล้ว พวกสินค้าเล็กๆน้อยๆอย่างขนมนมเนย น้ำปั่น ตลอดไปจนถึงบรรดาร้านกาแฟที่สั่งอาหารทานเบาๆแล้วนั่งเล่นเกมส์ได้ก็มีโอกาสสร้างรายได้จากเกมส์ได้มากขึ้น และที่น่าสนใจก็คือรัฐบาลญี่ปุ่นเองก็ได้มีการพูดถึงการนำโปเกม่อนตัวหายากๆมาใช้ในการท่องเที่ยวในจังหวัดที่เกิดภัยพิบัติ ทำให้นักล่าโปเกม่อนนำเงินเข้าไปท่องเที่ยวและช่วยฟื้นฟูในแต่ละท้องถิ่นได้

คำถามที่น่าสนใจก็คือ “หลังจากนี้คิดว่าหน้าตาของเกมส์จะไปในรูปแบบไหน?”

ถ้าเราลองมองย้อนกลับไปดูวิวัฒนาการของเกมส์นั้น ผมเองก็สังเกตเห็นนะครับว่ามันจะเป็นยุคๆของมัน

  1. ยุคเกมส์ Offline นั่งอยู่กับที่ อันนี้เป็นเกมส์ยุคแรกที่บริษัทเกมส์สร้างรายได้โดยตรงกับลูกค้าจากการขายเครื่องเล่นและตัวเกมส์ ทุกคนก็จะนั่งเล่นอยู่กับบ้าน ตัวใครตัวมัน แล้วเราก็เอามาเล่ากันว่าเล่นเกมส์ไปถึงด่านไหนแล้ว เกมส์ยุคนี้จะมีการพัฒนาเวอร์ชันต่างๆให้มันสนุกสวยงามทันยุคทันสมัยมากขึ้นเรื่อยๆ เช่น มาริโอ้บอรส คอนทรา
  1. ยุคเกมส์ Online นั่งอยู่กับที่ เป็นเกมส์ที่เราต่อ Internet เล่นกันหลายๆคนได้ ต่างคนต่างเล่นอยู่ที่บ้าน แล้วเราก็โหลดโปรแกรมมาเชื่อมต่อจาก Server กลางที่เล่นเกมส์ได้ โดยบริษัทที่ผลิตเกมส์จะเก็บเงินค่าชั่วโมงเล่นหรือจ่ายค่าสมาชิกและการซื้อไอเทม แต่ข้อดีคือเราสามารถพาเราและกลุ่มเพื่อนเข้าไปร่วมเล่นเกมส์กันหลายๆคนแบบมีเรื่องราวของตัวเองได้ การพัฒนาเกมส์ในยุคนี้ก็จะสร้างความเข้มข้นในการสร้างด่านต่างๆให้ User เข้ามาบุกตะลุยร่วมกัน เกมส์ยุคนี้เช่น แรคนาร็อค
  1. ยุคเกมส์ Online เคลื่อนที่ได้ ผมว่าตั้งแต่เรามีมือถือ Smart Phone ขึ้นมาเกมส์ก็ถูกพัฒนาให้เล่นในแบบ Social Network ได้ ก่อนหน้านี้เกมส์ในมือถือนั้นก็จะเป็นเกมส์ออนไลน์ที่เราก็ใช้มือถือเล่นนั่นล่ะ เพียงแค่มันไม่ได้โยงกับบรรดาที่อยู่และ Location เหมือนบรรดา Application นัดพบต่างๆ พอมีเกมส์โปเกม่อนเกิดขึ้นมา ผมก็มองว่าเป็นเกมส์แรกที่ฉีกกฎเกณฑ์แบบเดิมๆโดยทำให้เราเดินออกไปนอกบ้านเพื่อเล่นเกมส์ในสถานที่จริงได้ ต่อไปก็คงจะมีแนวๆเล่นร่วมกันนอกบ้านอีกเยอะนะครับ
  1. ยุคเกมส์ Online ที่มี Social Interaction จากข้อสังเกตต่างๆและความคิดเห็นส่วนตัวแล้วผมว่าในอนาคตเกมส์ต่างๆจะเป็นในรูปที่เราสามารถออกไปพบเจอใครหลายๆคนบนท้องถนนได้ ไม่ต่างกับการเล่นแร็คนาร็อคด้วยการเดินออกไปปฏิบัติภารกิจบนท้องถนนแล้วได้เจอคนนั้นคนนี้ที่เล่นเกมส์เดียวกับเรานะครับ และที่สำคัญคือคนที่อยู่ภายใต้สิ่งแวดล้อมในเกมส์ไม่ว่าจะ offline หรือ online ก็สามารถสร้างรายได้ร่วมกันได้

ถามว่านวัตกรรมนี้จะสร้าง Ecosystem ทางเศรษฐกิจได้ไหม? ผมว่าได้นะ ยกตัวอย่างเช่น

  • แผนที่อาจจะมีการแจ้งร้านค้าต่างๆในบริเวณใกล้เคียงของผู้เล่น ไม่ว่าจะเป็นรายละเอียดสินค้าและโปรโมชั่นต่างๆ รวมถึงกรณีที่ผู้เล่นเกมส์เข้าไปใช้บริการอาจจะได้สิทธิพิเศษต่างๆมากขึ้น ตรงนี้จะทำให้ Local Community ที่ร่วมกับเกมส์ได้ประโยชน์มากขึ้นหากสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายสำหรับคนที่เล่นเกมส์ได้ ไม่แน่นะต่อไปเดินๆอยู่นี่จะรู้หมดเลยว่ารอบข้างเรามีร้านอาหารอะไรบ้าง โรงแรมที่พักอะไรบ้าง แถมมีรีวิวให้อ่านในขณะเดินเล่นเกมส์ด้วยอีก
  • อาจจะมี Application กึ่งเกมส์แบบใหม่ๆที่ใช้ในการท่องเที่ยว โดยให้มี Navigator บอกเส้นทางว่า จุดไหนน่าจะไปเที่ยว เดินทางซ้ายหรือเดินทางขวา และมี Item อะไรที่จะต้องซื้อต้องเก็บในย่านนั้นๆบ้าง คล้ายๆ GPS บอกเส้นทางขับรถนะครับแต่พัฒนามาใช้ในเชิงการท่องเที่ยวได้นะครับ
  • ถ้าคุณเคยเล่นเกมส์ Online ที่เลือกอาชีพเป็นพ่อค้าได้ ก็ไม่แน่นะตัวคุณในเกมส์ก็อาจจะเป็นพ่อค้าจริงๆ และได้พบเจอกับคนอื่นจริงๆที่ซื้อของก็ได้ ในปัจจุบันนี้คนเราก็มักจะโปรโมทสินค้าผ่าน Facebook Instragram หรือ Google Map ต่อไปตัวเราเองอาจจะสร้าง Community ในการค้าขายในระหว่างการเล่นเกมส์ได้ด้วยเช่นกัน
  • นอกจากเกมส์แล้วก็สามารถใช้เป็นประโยชน์ทางการศึกษาได้เช่นกัน เมื่อก่อนเราจะนั่งเรียนหนังสือในโรงเรียน แต่ถ้าต่อไปข้อมูลต่างๆถูกผูกไว้ในระบบทั้งหมดสามารถอ่านได้ทางมือถือโดยให้เด็กเรียนรู้ผ่านเกมส์เสมือนจริง การเดินทางไปเรียนรู้นอกห้องเรียนให้เห็นของจริงผ่านเกมส์เล่าความรู้ต่างๆ ก็ทำให้เด็กเรียนรู้ได้เร็วขึ้นกว่านั่งอ่านหนังสือเฉยๆได้ครับ

ซึ่งเมื่อมีการพัฒนาเกิดขึ้นแล้ว เชื่อว่าหลายๆคนก็จะมองเห็นโอกาสทางธุรกิจของตัวเองเมื่อเราเข้าไปอยู่ใน Ecosystem ของเกมส์เหล่านั้น อนาคตมันจะมีการทำธุรกิจแบบหลากหลาย ผสมผสานแบบ Offline บ้าง Online บ้าง เราอาจจะเดินเข้าไปในร้านขายของแล้วเห็น Promotion ที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่าเราเข้าไปในมิติไหน มันจะพัฒนาไปไกลมากจากเดิมมีแค่เรื่อง คูปองส่วนลด บัตรสมาชิก บัตรเครดิต ในโลก Offline เท่านั้น ต่อไปเราอาจะว่าใครเfป็นสมาชิกในโลก Online ทั้งหลายก็สามารถใช้สิทธิประโยชน์ได้ด้วยเช่นกัน

การที่มีเทคโนโลยีต่างๆเข้ามาให้เราได้เรียนรู้ว่าโลกไปถึงไหนแล้ว มีสิ่งใหม่ๆอะไรบ้าง ถ้าเราสามารถมองออกว่าเราจะใช้ประโยชน์และนำไปต่อยอดให้เกิดเศรษฐกิจในเชิงสร้างสรรค์ได้ มันก็จะสร้างรายได้ให้กับเราได้