19 July 2020

ปีนี้มีอดใช้สิทธิอัตราภาษี SMEs เพราะมีรายได้เกิน แต่ถ้าปีหน้ารายได้ลด กลับมาใช้อัตรา SMEs ได้ไหม?

ปีนี้มีรายได้เกิน 30 ล้านบาท ทำให้ไม่ได้สิทธิลดอัตราภาษี SMEs แต่ถ้าปีหน้ารายได้ลดลง แบบนี้จะกลับมาใช้สิทธินี้ได้หรือเปล่า?

คำถามเต็ม ๆ มีอยู่ว่า ปี 2562 บริษัทมีรายได้เกิน 30 ล้านบาท ทำให้ต้องเสียภาษีนิติบุคคลในอัตรา 20% แต่ถ้าปีถัดไปหรือปีอื่นรายได้ต่ำกว่า 30 ล้านบาท ยังคงต้องเสียภาษีอัตรา 20% เหมือนเดิม หรือมีเงื่อนไขอื่น ที่สามารถกลับไปใช้อัตราภาษี SMEs ได้ไหม

คำตอบแบบสั้น ๆ เข้าใจง่าย คือ หลุดแล้วหลุดเลยไม่ได้กลับมาใหม่ จงทำใจแล้วเสียภาษี 20% ตลอดไปครับ เพราะว่ากฎหมายถือว่า กิจการเติบโตไปแล้ว ไม่สามารถย้อนเวลากลับมาได้ อารมณ์เหมือนคนที่เคยเป็นเศรษฐีก็ไม่สามารถบอกว่าตัวเองไม่เคยเป็นเศรษฐีได้ยังไงอย่างนั้น (ผ่าง)

“มาตรา ๖ ให้ลดอัตราภาษีเงินได้ตาม (ก) ของ (๒) สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล แห่งบัญชีอัตราภาษีเงินได้ท้ายหมวด ๓ ในลักษณะ ๒ แห่งประมวลรัษฎากร และคงจัดเก็บในอัตราดังต่อไปนี้ ทั้งนี้ เฉพาะบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งมีทุนที่ชำระแล้วในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี ไม่เกินห้าล้านบาทและมีรายได้จากการขายสินค้าและการให้บริการในรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกินสามสิบล้านบาท

อ้างอิง - พระราชกฤษฎีกา 530 เรื่อง ลดอัตราภาษีเงินได้ และปรับปรุงการลดอัตราและยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับกำไรสุทธิของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล บางกรณี

จากข้อกฎหมายจะเห็นว่า ต้องมีทั้งสองเงื่อนไขประกอบกัน นั่นคือ ทุนชำระไม่เกิน 5 ล้านบาท และ รายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อปี และต้องไม่มีรอบบัญชีไหนที่มีทุนชำระแล้วในวันสิ้นรอบ เกิน 5 ล้านบาท และรายได้ในรอบบัญชีนั้นเกิน 30 ล้านบาท ถึงจะสามารถใช้สิทธิลดอัตราภาษีได้อย่างถูกต้อง โดยเงื่อนไขของการลดอัตราภาษีนั้นเป็นดังนี้ครับ

มาตรา ๓ ให้ยกเลิกความใน (๑) ของมาตรา๖แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ๕๓๐) พ.ศ. ๒๕๕๔ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“(๑) กำไรสุทธิเฉพาะส่วนที่เกินหนึ่งแสนห้าหมื่นบาทแต่ไม่เกินหนึ่งล้านบาทให้คงจัดเก็บในอัตราร้อยละสิบห้าของกำไรสุทธิสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๕แ ต่ไม่เกินวันที่ ๓๑ ธันวาคมพ.ศ. ๒๕๕๕ กำไรสุทธิเฉพาะส่วนที่เกินสามแสนบาทแต่ไม่เกินหนึ่งล้านบาทให้คงจัดเก็บในอัตราร้อยละสิบห้าของกำไรสุทธิสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่๑มกราคมพ.ศ. ๒๕๕๖ เป็นต้นไป”

มาตรา ๔ ให้ยกเลิกความในมาตรา๗แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่๕๓๐) พ.ศ. ๒๕๕๔และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๗ ให้ยกเว้นภาษีเงินได้ตามส่วน๓หมวด๓ในลักษณะ๒แห่งประมวลรัษฎากรให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งมีทุนที่ชำระแล้วในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกินห้าล้านบาทและมีรายได้จากการขายสินค้าและการให้บริการในรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกินสามสิบล้านบาทสำหรับกำไรสุทธิดังต่อไปนี้                              

(๑) กำไรสุทธิเฉพาะส่วนที่ไม่เกินหนึ่งแสนห้าหมื่นบาทแรกสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่๑มกราคมพ.ศ. ๒๕๕๕แต่ไม่เกินวันที่๓๑ธันวาคมพ.ศ. ๒๕๕๕

(๒) กำไรสุทธิเฉพาะส่วนที่ไม่เกินสามแสนบาทแรกสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ ๑ มกราคมพ.ศ. ๒๕๕๖ เป็นต้นไป”

อ้างอิง พระราชกฤษฎีกา 564 เรื่อง การลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร เรื่อง การลดอัตราและยกเว้นภาษีเงินได้ สำหรับกำไรสุทธิของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ซึ่งเป็นผู้ประกอบกิจการที่เป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 530

หรือถ้าให้สรุปง่ายๆ คือ กำไรสุทธิของธุรกิจที่เป็น SMEs ตามเงื่อนไขที่ว่ามาจะเสียภาษีดังนี้ครับ

กำไรสุทธิอัตราภาษี
ไม่เกิน 300,000 บาท    
ยกเว้น
เกิน 300,000 บาท แต่ไม่เกิน 3,000,000 บาท
15%
เกิน 3,000,000 บาท ขึ้นไป  
20%

ดังนั้นใครมีรายได้และทุนที่เข้าเงื่อนไข SMEs อย่าลืมใส่ใจเรื่องนี้ด้วยนะครับ

สุดท้ายนี้ ถ้าใครชอบบทความแบบนี้ พรี่หนอมฝากทุกคนติดตามบทความภาษีที่ บล็อกภาษีข้างถนน และแฟนเพจ TAXBugnoms ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ



You might also like

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save