เงินลงทุน = ‘รายจ่าย’ หรือ ‘เงินออม’ ..เรื่องต้องทำความเข้าใจก่อนเริ่มต้นลงทุน

ผมเชื่อว่าหลายๆ คนอาจจะคิดเหมือนผมบ้างนะครับ ในช่วงที่ผมทำงานประจำนั้นผมมีรายได้สม่ำเสมอและคิดว่าการลงทุนแบบออมหุ้น DCA นั้นสามารถทำได้ด้วยการบริหารรายรับ-รายจ่ายให้ดี พอเรามีเงินออมที่มากขึ้นก็นำส่วนนั้นไปลงทุนให้งอกเงยและกลายเป็นความมั่งคั่งในชีวิตอนาคตได้ สูตรของการลงทุนผมนั้นก็เลยจะเน้นในเรื่องความสำคัญของการสร้างเงินออม เช่น การแบ่งเงินออมมาซัก 10% ต่อเดือนเพื่อมา DCA

แต่ในระยะหลังนี้ผมเห็นว่าการดำเนินชีวิตของคนในยุคใหม่นั้นเปลี่ยนไปเยอะ ถ้าเป็นสมัยก่อนรุ่นพ่อรุ่นแม่ ปู่ย่าตายายยังเป็นครอบครัวที่อยู่ด้วยกัน แก่ไปก็ยังมีลูกหลานคอยดูแล แต่ในปัจจุบันนั้นคนเป็นโสดมากขึ้น มีความสัมพันธ์ในสถานะที่ซับซ้อนขึ้น แม้แต่คนที่มีครอบครัวมีลูกนั้นก็อาจจะไม่สามารถให้ลูกได้ดูแลเหมือนในรุ่นก่อนหน้าได้ การเตรียมเงินให้พร้อมในยามเกษียณจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ พูดง่ายๆนั่นล่ะว่า “ต้องมีเงินถึงอยู่ได้”

แต่คำว่าต้องมีเงินในยุคสมัยนี้มันก็ไม่ก็ไม่ง่ายเท่าไหร่เพราะสภาพเศรษฐกิจและสังคมนั้นมีการแข่งขันกันเยอะ ค่าใช้จ่ายในแต่ละวันก็สูง ของแต่ละวันก็แพงขึ้น จะเก็บเงินยังยากเลย ฮ่าๆ และถ้าพูดถึงการเก็บเงินนั้น อย่างสมัยผมเด็กๆ นั้นแค่เอาเงินไปฝากในธนาคารก็จะได้ดอกเบี้ยมากกว่า 10% แล้ว สมัยนี้ดอกเบี้ยน้อยนิดมาก ต้องเอาเงินไปลงทุนให้งอกเงยแทน

ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนี้มันกลับเข้ามาเป็นคำถามในใจผมว่า การที่เรามองว่าการลงทุนนั้นมันเป็นเรื่องที่ต่อยอดจากการออมนั้น มันใช่แน่ๆ หรอ? นั่นหมายความว่าถ้าเราไม่มีเงินออมเราก็ไม่ลงทุนหรือเปล่า? แล้วถ้าไม่ลงทุนนั้นอนาคตจะเป็นอย่างไร ผมเองก็เลยต้องเปลี่ยน Mindset ใหม่ค่อนข้างมากในระยะหลังนี้

การลงทุนเพื่อให้อยู่รอดคือรายจ่ายจำเป็น

เวลาที่เราพูดถึงรายจ่ายและเงินออมนั้น ตามตำราที่ผมเคยอ่านมา หากมันเป็นเรื่องของการเก็บเพื่ออนาคตเราจะมองเป็นเงินออมซะส่วนใหญ่ แต่ช่วงหลังผมมองว่าแท้จริงแล้วมันอาจจะเป็นรายจ่ายที่จำเป็นก็ได้ เราต้อง “จ่าย” ในเรื่องของการลงทุนเพื่ออย่างน้อยให้เรามีชีวิตที่อยู่รอดในอนาคตได้

ตัวอย่างเช่น หากเรารู้ว่าในปัจจุบันเรามีอายุ 30 ปี ซึ่งสามารถทำงานจนไปถึงวันเกษียณที่อายุ 60  ปี แต่ต้องมีอายุหลังเกษียณไปจน 80 ปี เราอาจจะต้องเตรียมเงินในบั้นปลาย 7-10 ล้านบาทเพื่อให้อยู่รอด ก็ต้องมานั่งคำนวณกันดูว่า รายจ่ายที่จำเป็นในเรื่องนี้เราจะต้องเตรียมไว้ในแต่ละเดือนเท่าไหร่?

การลงทุนเพื่อ Lifestyle ที่ดีคือการใช้เงินออมต่อยอด

อันนี้ก็เป็นมุมมองที่เปลี่ยนไปเช่นกันนะครับ เมื่อก่อนมองว่ามีเงินออมถึงจะลงทุนเพื่อเป้าหมายเกษียณ แต่ตอนนี้ ถ้าเอาแค่อยู่รอดผมจะมองว่ามันคือรายจ่ายจำเป็นที่ต้องมี แต่ถ้าเราจะทำให้ชีวิตดีขึ้นในยามเกษียณได้มากไปกว่านั้นอีกผมมองว่าเราต้องเอาเงินออมมาต่อยอดการลงทุน พูดง่ายๆ ก็คือถ้าอยากเกษียณแล้วมีเงินใช้จ่ายไปเที่ยวเมืองนอกสบายๆ เก๋ๆได้ เงินที่จะต้องเตรียมก็มาเพิ่มในส่วนนี้

ในแนวทางการลงทุนของผมในปัจจุบันก็คือ ผมจะ DCA เดือนละครั้ง

1. กำหนดขั้นต่ำ (Fixed)

เอาไว้จากการคำนวณในเบื้องต้นว่า ด้วยอัตราผลตอบที่คาดหวังไว้จะทำให้เงินนั้นงอกเงยและสามารถอยู่รอดได้ในยามเกษียณ ตรงนี้ผมสร้างเป็นงบประมาณรายจ่ายของตัวเองทุกเดือน ให้ตายอย่างไรผมก็จะต้องเอาเงินมาลงทุนตรงนี้โดยไม่เปลี่ยนแปลง

2. ส่วนเติมเต็ม (Add)

ส่วนนี้ผมถือว่า ผมนำมาลงเพิ่มเพื่อให้ชีวิตผมดีขึ้นในยามเกษียณ แต่หากผมมีแผนอื่นๆที่ต้องการแล้วมีความจำเป็นต้องใช้กระแสเงินสดในแต่ละเดือนจึงทำให้ต้องหยุด DCA ไป ผมจะนำเงินในแต่ละเดือนที่เป็นเงินออมไปสร้างเป้าหมายนั้นๆ แทน

เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจน ผมจะยกตัวอย่างเป็นรูปธรรมง่ายๆนะครับ เช่น ผมคำนวณแล้วว่าหลังเกษียณผมจะต้องมีเงินใช้ 7 ล้านบาท โดยที่ในแต่ละเดือนผมจะต้องลงทุน 10,000 บาท จึงจะไปถึงเป้าหมายตรงนั้นได้ แต่ผมดันเก็บเงินออมเพื่อลงทุนในเรื่องอื่นๆ ได้ถึง 30,000 ต่อเดือน

รายจ่ายเพื่อการลงทุน DCA : ผมจะกำหนดเอาไว้เลยที่ 10,000 บาทต่อเดือนเงินออมเพื่อต่อยอด Lifestyle : ผมจะเอาอีก 20,000 บาทที่เหลือนั้นมาเพิ่ม-ลด

ในกรณีที่ผมมีความจำเป็นจะต้องใช้เงินไปในแผนอื่นๆที่เข้ามาระหว่างทาง เช่น ผมอาจจะต้องเก็บเงินผ่อนบ้านใหม่ ผมจะถือว่าเงินเก็บของผมที่สามารถนำมาใช้ได้คือ 20,000 บาทเท่านั้นเพราะอีก 10,000 บาทถูกตั้งไปในงบประมาณรายจ่ายเพื่อความอยู่รอดในอนาคตแล้ว และพิจารณาความสามารถของเราในเงินก้อนที่เหลือนั้นแทน โดยที่จะไม่หยุดการ DCA แล้วเอาเงินมาผ่อนบ้านทั้ง 30,000 นั้น

ทั้งหมดนี้ก็อยู่ที่มุมมองของแต่ละคนในอนาคตที่ต้อง Design ด้วยตัวเองแล้วครับ ในเรื่องการเงินนั้นไม่ได้มีอะไรถูกหรือผิด หลายคนอาจจะมองว่าการลงทุนนั้นอาจจะต้องเริ่มจากการออม แต่ผมมองว่าบางส่วนอาจจะต้องปรับมุมมองเป็นค่าใช้จ่ายจำเป็นที่เราต้องวางแผนเพื่ออนาคต และมันไม่ใช่แค่เรื่องของการลงทุนเท่านั้น ยังรวมถึงการวางแผนการเงินเรื่องอื่นๆ เช่น การทำประกันป้องกันความเสี่ยงที่เรารอให้มีเงินออมก่อนทำประกันได้เพราะบางทีความเสี่ยงไม่รอเรานะครับ ก็หวังว่ามุมมองใหม่ๆจะเป็นประโยชน์ต่อทุกๆ ท่านครับ

You might also like

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save