รู้ก่อนพลาด! 10 ความเข้าใจผิด ที่ขัดขวางความสำเร็จทางการเงินจากหนังสือ “เปลี่ยนชีวิตสู่ความมั่งคั่งด้วยการวางแผนการเงิน”

ความสำเร็จทางการเงิน ไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จตามเป้าหมายใด ล้วนเกิดจากการวางแผนที่ถูกต้องและเหมาะสม บ่อยครั้งที่เรามักจะมีคำถามว่า ทำไมการวางแผนเพื่อไปสู่ความสำเร็จนั้นดูเป็นเรื่องยาก หรือทำๆ ไป ทำไมถึงไม่สำเร็จสักที ที่จริงแล้วอาจจะเกิดจากการที่เรายังมีความเชื่อหรือความเข้าใจทางการเงินที่คลาดเคลื่อนไปอยู่ก็เป็นได้
ดังนั้น วันนี้เราลองมาเช็กกันหน่อยดีกว่าว่า มีความเข้าใจผิดอะไรบ้างที่มักขัดขวางความสำเร็จทางการเงินจากหนังสือ "เปลี่ยนชีวิตสู่ความมั่งคั่งด้วยการวางแผนการเงิน" เขียนโดย คุณนิภาพันธ์ พูนเสถียรทรัพย์ นักวางแผนการเงิน CFP
1. ยิ่งหาเงินได้มาก ยิ่งรวยมาก
ความเชื่อนี้เป็นความเชื่อที่คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดกัน โดยมองว่า การมีรายได้ (Earnings) ที่เยอะ จะกลายเป็นคนรวย ความเข้าใจนี้อาจไม่ถูกต้องนัก เนื่องจากหากอยากวัดความรวยจริงๆ ต้องไปดูที่ “ความมั่งคั่งสุทธิ (Net Worth)” คือการนำทรัพย์สินทั้งหมดที่เรามี มาหักลบกับหนี้สิน ซึ่งตัวเลขที่ได้จะบ่งบอกถึงขนาดขนาดสินทรัพย์สุทธิที่เรามี และสามารถเป็นตัวสะท้อนความร่ำรวยได้
แต่สำหรับ รายได้ อาจไม่ได้การันตีความรวย เนื่องจากการมีรายได้ที่เยอะ ก็อาจมีรายจ่ายเยอะ ทำให้ไม่มีเงินเก็บออม ซ้ำร้าย อาจเผลอใช้จ่ายเยอะกว่ารายได้ แบบนี้ก็ต้องกู้ยืมเกิดเป็นหนี้สินขึ้นมาอีก
2. วางแผนการเงินเป็นเรื่องของคนรวย
จากความเชื่อที่ว่า “ยังมีเงินน้อยอยู่เลย ยังไม่มีเงินเก็บ คงยังไม่ต้องวางแผนการเงินหรอก รอให้มีเงินเยอะกว่านี้ค่อยมาวางแผน” ความจริงเรื่องนี้ต้องคิดใหม่ เพราะการวางแผนการเงินเป็นเรื่องของคนทุกระดับ ยิ่งมีน้อย ยิ่งต้องวางแผน
ยกตัวอย่าง คนที่มีปัญหาการเงินแบบชักหน้าไม่ถึงหลัง การวางแผนการเงิน โดยการเริ่มต้นทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย จะช่วยให้เรารู้ว่า เงินที่เข้ามาถูกนำไปใช้ในส่วนใดบ้าง และเราจะได้ทำการวิเคราะห์เพิ่มได้ว่า ควรจะตัดหรือลดค่าใช้จ่ายในส่วนไหนเพื่อให้มีเงินเหลือเก็บมากขึ้น ซึ่งจุดเล็กๆ จุดนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญมากๆ สำหรับคนที่ต้องการให้ฐานะการเงินของเราดีขึ้น
3. รวยแล้วไม่ต้องวางแผนการเงิน
เชื่อว่ามีคนที่ฐานะการเงินดี หรือมีความมั่งคั่งร่ำรวยอยู่แล้วมักคิดว่า การวางแผนการเงินนั้นไม่จำเป็น เพราะมีมากอยู่แล้ว ใช้ยังไงก็ไม่หมด การคิดแบบนี้ค่อนข้างประมาท ซึ่งหากเงินที่มีไม่ถูกจัดสรรหรือวางแผนให้ถูกต้อง ก็อาจทำให้สิ่งที่มีลดลงเรื่อยๆ จนกลายเป็นปัญหาขึ้นมาได้ในอนาคต
ยกตัวอย่าง คนที่โชคดี ถูกลอตเตอรี่หลายล้าน และไม่ได้วางแผนจัดการเงินก้อนนี้เลย สุดท้ายเรามักจะเห็นข่าวอยู่บ่อยๆ ว่า เงินที่เขาได้มานั้นได้หมดไปแล้วอย่างน่าเสียดาย
4. ไม่กลัวเงินเฟ้อ
เงินเฟ้อเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่สามารถวางแผนเพื่อเอาชนะได้ กล่าวคือ เงินเฟ้อเป็นสิ่งที่อยู่รอบตัวเราทุกวัน เพราะเป็นสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับราคาสินค้า และมูลค่าของเงินที่ลดลง ยกตัวอย่าง เมื่อ 10 ปีที่แล้ว เงิน 100 บาทอาจซื้อก๋วยเตี๋ยวได้สัก 3 ชาม แต่ทุกวันนี้อาจซื้อได้เพียง 2 ชาม หรือ ชามเดียว สะท้อนถึงมูลค่าของเงินที่ลดลงด้วยการที่เราต้องใช้เงินมากขึ้นในการซื้อข้าวของต่างๆ และต้องคิดต่อไปว่า 10 ปี 20 ปี 30 ปี ข้างหน้า มูลค่าของเงินจะลดลงขนาดไหน เงินที่เราเก็บเพื่อไว้ใช้ในอนาคตจะเพียงพอหรือไม่ เรื่องนี้ต้องใส่ใจเรื่องการคำนวณเงินเฟ้อเข้าไปในเป้าหมายทางเงินของเราด้วย
5. วางแผนการเงิน คือ การวางแผนลงทุน
เมื่อเข้าสู่โลกของการเงิน หลายคนมักจะคิดถึงเรื่องของการลงทุนเป็นสิ่งแรก จึงไม่แปลกที่มักจะเผลอคิดไปว่า การวางแผนการเงิน ก็คือการวางแผนการลงทุน แต่ในความเป็นจริงแล้ว การวางแผนการลงทุนนั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่อยู่ด้านใน เพราะหลักการวางแผนการเงินจะประกอบไปด้วยหลายด้าน เริ่มตั้งแต่ การวางแผนบริหารสภาพคล่อง การวางแผนประกัน การวางแผนการลงทุน ไปจนถึงการวางแผนมรดกเลย ดังนั้น หากจะเริ่มวางแผนการเงิน ต้องมองให้กว้างขึ้น เพื่อจะได้วางแผนได้อย่างครอบคลุม
6. การวางแผนเกษียณเป็นเรื่องของอนาคต
หลายคนมักคิดว่า การวางแผนเกษียณเป็นเรื่องของคนใกล้เกษียณเท่านั้น คนที่อยู่ในวัยหนุ่มสาวจึงมักผัดวันประกันพรุ่งไปก่อน จริงๆ ในเรื่องนี้เราต้องรีบวางแผนไว้จะดีที่สุด เนื่องจากยิ่งวางแผนเร็ว ยิ่งเริ่มต้นเร็ว จะช่วยให้เงินที่เราเริ่มเก็บเพื่อนำไปลงทุน ได้รับผลของดอกเบี้ยทบต้นอย่างเต็มที่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า เราจะต้องทำเงินทั้งหมดที่หามาได้ ไปทุ่มให้กับเงินก้อนหลังเกษียณอย่างเดียว เราสามารถจัดสรรเงินให้เป็นสัดส่วนเพื่อนำไปใช้ในเรื่องอื่นๆ ได้ด้วยเหมือนกัน แต่ขอแค่ว่าอย่าลืมให้ความสำคัญกับการเก็บเงินเพื่อไว้ใช้ในยามเกษียณด้วย
7. การวางแผนภาษี กับ การหนีภาษี เป็นเรื่องเดียวกัน
ในความเป็นจริงทั้ง 2 เรื่องมีคววามแตกต่างกันสิ้นเชิง เพราะ การหนีภาษี ก็การหลีกเลี่ยงหรือจงใจไม่เสียภาษี หรือเสียภาษีให้น้อยลง เช่น การยื่นแสดงรายได้ไม่ครบ การยื่นรายได้ต่ำกว่าความเป็นจริง ซึ่งการทำในลักษณะนี้มีความผิดที่ต้องรับโทษทั้งทางแพ่งและอาญา แต่การวางแผนภาษีนั้น เป็นการกระทำที่อาศัยสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่กฎหมายมอบให้ สามารถใช้สิทธิ์นั้นในการลดหย่อนภาษีเพื่อให้ลดภาระการจ่ายภาษีที่น้อยลงได้
8. ทำประกัน ทำพินัยกรรม คือการแช่งตัวเอง
เชื่อว่ายังมีหลายคนที่คิดว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่เริ่มทำประกัน หรือเริ่มวางแผนมรดกโดยการเขียนพินัยกรรมนั้น จะเป็นการแช่งตัวเอง จริงๆ แล้ว ไม่อยากให้คิดแบบนั้น เนื่องจากการวางแผนด้วยการทำประกันนั้น เป็นการจัดการความเสี่ยงที่ไม่คาดฝัน เพื่อให้คนข้างหลังสามารถใช้ชีวิตต่อได้ เช่น หัวหน้าครอบครัว ที่เป็นเสาหลักของบ้าน หากไม่มีการทำประกันไว้ วันหนึ่งที่เราต้องจากโลกนี้ไป อาจส่งผลให้ความเป็นอยู่ของครอบครัวลำบากมากยิ่งขึ้น และในส่วนของการทำพินิยกรรมนั้น ก็จะช่วยในเรื่องของการจัดการทรัพย์สินให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของเจ้ามรดก และยังลดปัญหาการกระทบกระทั่งกันในครอบครัวได้อีกด้วย
9. แผนการเงินของใครก็เหมือนกัน
การวางแผนการเงิน จริงๆ เป็นเรื่องเฉพาะบุคคล อาจลอกเลียนแบบกันไม่ได้แบบเป๊ะๆ เหมือนกับเวลาเราเลือกซื้อเสื้อผ้า แม้เป็นเสื้อผ้าสำเร็จรูป ยังมีหลากหลายสีให้เลือก คือ สุดท้ายต้องเลือกให้เหมาะกับตัวเรา และเมื่อเวลาผ่านไป ร่างกายเราอาจเปลี่ยนไป ทำให้ต้องปรับเปลี่ยนไซส์หรือสีใหม่ เช่นเดียวกับการวางแผนการเงินที่ต้องมีการีวิวอย่างต่อเนื่องอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อให้แผนยังสามารถเป็นไปตามปัจจัยที่เป็นอยู่ในปัจจุบันได้
10. วางแผนการเงินเองได้ ไม่ต้องพึ่งมืออาชีพ
ในเรื่องของการวางแผนการเงิน จริงๆ แล้ว ควรต้องมีที่ปรึกษาทางการเงินจะเหมาะสมที่สุด เนื่องจากที่ปรึกษาการเงินหรือนักวางแผนการเงินจะเปรียบเสมือนหมอที่ต้องคอยดูแลคนไข้ ชี้แนะแนวทางการรักษาได้ หากเราวางแผนรักษาเงินของเราเองแบบผิดๆ แน่นอนว่าอาจส่งผลให้แผนการเงินของเราล้มเหลวได้
Tagged in
You might also like

Passive Income แบบไม่เสี่ยงสูง? ...
เมื่อโลกการเงินปี 2026 ไม่ได้ใจดีอย่างที่คิด ตลาด Crypto เหวี่ยงจนนอนไม่หลับ หุ้นไทยนิ่...

Investment for a Good Life ลงทุนกับบ้านที่อยู่ดีตั้ง...
อริสโตเติล นักปรัชญาชาวกรีกผู้ยิ่งใหญ่ เคยกล่าวไว้ว่า“Well begun is half done” หรือ&nbs...

“QHHRREIT” กองทรัสต์โรงแรมคุณภาพ แบรนด์ “Centr...
ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา หลังเกิดวิกฤตโควิด “การท่องเที่ยว” คือหนึ่งในภาคธุรกิจหลักที่ทำให้...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

